manchester united

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

What the.....!!!!!


คำว่า "ลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้" มันเป็นสัจธรรมที่ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในโลกฟุตบอล ที่สะท้อนให้เห็นว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน และบนความไม่แน่นอนมันก็คือความแน่นอนด้วยเช่นกัน
พูดให้งงไปอย่างนั้น ความจริงไม่มีอะไรมากไปกว่าจะบอกว่า "สุโค่ย" จริงๆสำหรับบอลพรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้
ถ้าเป็นหนังก็ต้องบอกเป็นหนังทริลเลอร์สยองขวัญ ชนิดที่ต้องลุ้นกันระทึกจนช่วงท้ายกว่าที่จะมี "พระเอก" โผล่มาช่วยพลิกสถานการณ์ และจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง
เมื่อวันเสาร์ พระเอกคนนั้นชื่อ ยอสซี่ เบนายูน ในหนังเรื่อง "หงส์เก้าชีวิต" ที่โกงความตายนับไม่ถ้วนในปีนี้
แต่วันอาทิตย์ หนังภาคต่อนั้นสยองขวัญ สั่นประสาท อุจจาระจะราดเอาสำหรับสาวกเร้ดอาร์มี่ กับหนังเรื่อง "ผีเฮี้ยนโลกตะลึง"
ทีเด็ดกว่านั้นคือพระเอกเรื่องนี้เป็นพระเอกโนเนมที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนด้วยซ้ำ!
แต่วันนี้ เวลานี้ ใครๆก็พูดถึงเขา - เฟเดริโก้ "กิโก้" มาเชด้า
มาเชด้า กองหน้าวัย 17 ปีชาวอิตาเลียน ที่ทิ้งทีมลาซิโอ ที่ปั้นมาแต่เล็กแต่น้อย อพยพข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2007 ก่อนจะเซ็นสัญญาอาชีพในปี 2008
และมาแจ้งเกิดในเกมประเดิมสนามชนิดที่ใครก็คงไม่ลืมในปี 2009 เอานี่เอง
โดยเฉพาะแฟนทีมหงส์แดง ที่คงไม่ลืมชื่อนี้ไปจนตายแน่ๆ เนื่องจากประตูของมาเชด้า อาจส่งผลสะเทือนมหาศาลต่อความหวังในฤดูกาลนี้ที่เหลืออยู่ของลิเวอร์พูล
เพราะสถานการณ์ที่ดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าทางอดีตมหาอำนาจที่อยากจะทวงคืนตำแหน่งเบอร์หนึ่งหลังกินแห้วมา 19 ปีเต็ม มันกำลังจะกลับตาลปัตรอีกครั้ง
ความจริงก่อนหน้านี้ ในช่วงที่ทุกอย่างเข้าทางง่ามเท้าของหงส์แดงหมด ฉากการยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในเกมกับฟูแล่ม ที่ทำให้ลิเวอร์พูล กลับมาขึ้นนำเป็นจ่าฝูงได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน กำลังถูกมองว่าน่าจะเป็น "จุดพลิกผัน" ของฤดูกาลได้อยู่แล้ว
แต่เมื่อมีประตูของ มาเชด้า ที่ยอดเยี่ยมเกินจะเชื่อว่าเป็นลีลาของเด็กน้อยวัย 17 ปีที่ไม่เคยลงสนามในเกมชุดใหญ่มาก่อน ซึ่งก็ได้โอกาสลงเพราะแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เหลือกองหน้าคนไหนให้ใช้งานเลยนอกจาก คาร์ลอส เตเวซ
ลูกตอกส้นหยุดบอลก่อนจะหมุนตัวยิงเข้าเสาไกลที่ชวนให้คิดถึงลีลาสุดมหัศจรรย์ของเอริค "เดอะ คิง" คันโตน่า สำคัญเหนือยิ่งกว่า 2 ประตูในเกมนี้ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วยซ้ำไป
ประตูนี้ถูกมองว่ามันเป็นประตูที่ "ตัดสิน" เส้นทางที่เหลือของฤดูกาลได้เลยทีเดียว
เหตุผลง่ายๆเพราะมันจะเป็นประตูที่ปลุกแมนฯ ยูไนเต็ด ให้ตื่นอีกครั้งหลังจากสะดุดคว่ำมา 2 นัด ซึ่งเส้นทางที่เหลือจากนี้ มาเชด้า อาจจะไม่ได้โอกาสลงสนามอีกเลยก็เป็นได้ แต่เขาก็มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อทีมในการเรียก "ความเชื่อมั่น" กลับมาอีกครั้ง
ยิ่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงได้อีก 2 ประตูในเกมนี้ ถึงฟอร์มจะไม่ได้ดีเด่อะไร แต่ในภาวะการณ์แบบนี้ ขอบอกเจ้าเจ็ทโด้ชอบมาก และเชื่อได้ว่าหลังจากนี้เราจะได้เห็นปีกจอมสับกลับมายิงระเบิดระเบ้อได้
อย่าลืมว่ายังมีหมูเลือดเดือดอย่าง เวย์น รูนี่ย์ รอจะกลับมาอาละวาดอีกด้วย
ประตูสำคัญของมาเชด้า จึงไม่ใช่แค่เพียงประตูชัยให้ทีมได้ 3 แต้ม แต่มันทำให้ผีแดงคืนชีพจากหลุมอีกครั้งต่างหาก
ฝ่ายหงส์แดง เซ็งได้ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ถอดใจ เนื่องจากเส้นทางที่เหลืออยู่นั้น มันยังพอมีโอกาสที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะ "สะดุด" คว่ำอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อแนวรับแสดงให้เห็นจุดบอดมากขึ้นเรื่อยๆ
เนมันย่า วิดิช กำลังจะกลับมาก็จริงและผลงานนั้นก็ยอดเยี่ยม แต่จุดบอดจากการขาดนายใหญ่ในแนวรับอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ เริ่มเห็นผลมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แบ็กขวาก็ยังเป็นบ่อน้ำมันที่ไม่ว่าใครจะลงก็โดนขุดสม่ำเสมออยู่ดี
ดังนั้น ลิเวอร์พูล ห้ามท้อเด็ดขาด ตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองไปเรื่อยๆ (ซึ่งเดาได้ว่า ราฟา จะออกมาพูดแบบนี้อยู่แล้ว) อย่างน้อยทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ที่เหลือให้เป็นเรื่องของโชคชะตาไป
เพราะดีไม่ดี ตาอยู่อย่าง เชลซี อาจจะมาขโมยพุงปลาคว้าแชมป์ไปครองตอนจบฤดูกาลก็ได้ - ถ้าฟ้าจะลิขิตมาเป็นแบบนั้น
แต่ยังไง เมื่อมองถึงจุดนี้แล้วก็ต้องยอมรับทั้ง ลิเวอร์พูล และแมนฯ ยูไนเต็ด (รวมถึงตาอยู่ที่พร้อมขโมยซีนอย่างเชลซี) ด้วยว่า "ยอดเยี่ยม" จริงๆ
จากจุดนี้ ความรู้สึกนี้ ไม่ว่าคนที่เข้าป้ายเส้นชัยจะเป็นใครก็ไม่สำคัญเลย
ฤดูกาล 2008-09 จะได้รับการจดจำในฐานะฤดูกาลที่ดีที่สุดปีหนึ่งของพรีเมียร์ลีก หลังจากที่ห่างหายจากความรู้สึกลุ้นกันสนุกเข้มข้นแบบนี้มานานเหลือเกิน สุดยอดจริงๆ
ดังนั้น ไม่ต้องเถียงกันหรอกว่าใครแน่กว่า...ปรบมือให้ทั้งสองทีมเถอะ แล้วรอเชียร์ไปพร้อมๆกันจนหยดสุดท้ายดีกว่า
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

ไม่มีความคิดเห็น: