manchester united

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552

กีโก้ มาเคด้า "ประตูนี้เพื่อพ่อ"


โหนกระแสความดังต่อเนื่องของ เฟเดริโก้ มาเคด้า ดาวยิงอิตาเลียนวัยกระเตาะที่แจ้งเกิดอย่างยิ่งใหญ่ หลังยิงประตูชัยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าชัยเหนือแอสตัน วิลล่า 3-2 ซึ่งถือเป็น 3 แต้มที่มีค่ายิ่ง
ทุกอย่างเหมาะเจาะเหมือนปูทางมาให้มาเคด้าได้เปิดตัว เมื่อในเกมดังกล่าว ทีมผีแดงไม่มี เวย์น รูนี่ย์ ที่โดนแบน แถม ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ก็เจ็บ
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งดูแลทีมสำรองอยู่ึจึงรีบรายงานเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้ดึงเด็กปั้นของเขาไปใช้งานได้ เพราะฟอร์มกำลังเข้าฝัก หลังเพิ่งระเบิดแฮตทริกในเกมที่ทีมสำรองเสมอกับ นิวคาสเซิ่ล 3-3 เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว
เฟอร์กี้จึงตัดสินใจใส่ชื่อดาวยิงอิตาเลี่ยนไว้เป็นสำรองในเกมกับวิลล่าด้วย ซึ่งมาเคด้า ไม่ได้ทำให้โซลชาเสียชื่อ และไม่ทำให้เซอร์ รวมทั้งแฟนผีต้องผิดหวัง แต่เบื้องหลังความสำเร็จของเจ้าหนูเฟเดริโก้ ต้องไม่ลืม พ่อ ผู้มีพระคุณสูงสุด ซึ่งยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายมีวันนี้
หลายคนคงจำติดตากับช็อตต่อเนื่องหลังจากที่เฟเดริโกพังประตูได้ เขาไม่ได้ยินดีกับเพื่อนๆ ในสนามเพียงอย่างเดียว แต่ยังวิ่งหน้าตั้งไปหา ปาสกวาเล่ มาเคด้า พ่อที่มานั่งเชียร์อยู่ที่ข้างสนามด้วย
สองพ่อลูกชาวอิตาเลี่ยนกอดกันกลม ขณะที่ผู้บิดาปลาบปลื้มถึงกับหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาอย่างไม่อายใคร บ่งบอกถึงความรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคจนมาถึงวันนี้ด้วยกัน
ย้อนกลับไปสมัยยังปากกัดตีนถีบในอิตาลี ปาสกวาเล่ พยายามสนับสนุนให้ลูกชายคนโตได้เป็นนักเตะอาชีพเพราะเห็นแวว ถึงขนาดลาออกจากงานประจำ ตอนลูกอายุ 6 ขวบ เพื่อคอยรับส่งลูกไปทดสอบฝีเท้า
ใช้เวลาไม่นานก็มีแมวมองสะดุดตา และเรียกตัวไปฝึกหัดกับทีมเยาวชนลาซิโอตั้งแต่อายุ 10 ขวบ
ปาสกวาเล่ผู้พ่อเริ่มต้นทำงานเป็นยามรักษาความปลอดภัยเวรดึก เพื่อจะได้ขับรถรับส่งลูกไปศูนย์ซ้อมได้หลังเลิกเรียนได้ เท่ากับว่าเขาจะได้นอนแค่นิดเดียวเท่านั้น
รายได้ของยามมีเล็กน้อย ทำให้แต่ละวันเขาจึงจำกัดค่าใช้จ่ายแค่ 10 ยูโร เริ่มจากจ่ายค่าน้ำมันรถ 6 ยูโร ค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์อีก 1.50 ยูโร และที่เหลือเอาไว้ซื้อแซนด์วิช และกาแฟกินระหว่างรอลูกซ้อม
ในกลุ่มเด็กๆ ที่เข้ามารับการฝึกหัดกับลาซิโอทั้ง 33 คน เฟเดริโก้โดดเด่นเหนือใคร เมื่ออายุ 17 ปี เขาก็สูงถึง 6 ฟุต ขณะที่ฟอร์มการเล่นไม่ต้องพูดถึง
แต่ตามกฎของอิตาลีแล้ว ห้ามนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปี เซ็นสัญญาอาชีพ เปิดช่องให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามา และยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ให้
เดวิด วิลเลี่ยมส์ แมวมองในอิตาลีของแมนฯ ยูไนเต็ด รีบแจ้งให้มาร์ติน เฟอร์กูสัน ลูกชายของท่านเซอร์บินมาเจรจาต่อรอง ก่อนจะยินดีทำตามความต้องการของเจ้าหนู ในการมอบตำแหน่งงานให้พ่อ และดูแลค่าใช้จ่ายในการพาครอบครัวของเขาทุกคนไปอังกฤษ
เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณพ่อปาสกวาเล่ คุณแม่ โลเรเดน่า และซิโมเน่ น้องชายวัย 15 จึงได้ร่วมกันเสียสละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่กับเฟเดริโก้ที่แมนเชสเตอร์ แต่ทุกคนทำด้วยความยินดียิ่ง
ปาสกวาเล่ ผู้บิดากล่าวหลังจากที่ลูกเป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืนว่า "นับตั้งแต่เขาเป็นเด็ก ผมเฝ้าดูผลงานของลูกและคิดว่าเขาเหมือนมาร์โก แวน บาสเท่น"
"ในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมากับยูไนเต็ด เขาพัฒนาตัวเองมาก ทั้งร่างกายและเทคนิค พวกเขาช่วยพัฒนาลูกผมได้ดีเยี่ยม"
"ตอนยูไนเต็ดนำวิลล่า 2-1 ตอนนั้นผมคิดว่าคงไม่มีโอกาสที่ลูกผมจะได้ลงสนาม แต่ทันใดนั้นก็มีคนบอกว่า ดูสิเขาอยู่นั่น"
"ผมขยี้ตาตัวเองเพราะเขาทำเหมือนว่าได้ลงเล่นกับทีมชุดนี้มาเป็นปีๆ แล้ว เขาลงเล่นเคียงข้างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เหมือนกับมือโปรยังไงยังงั้น"
"ตอนที่เขายิงได้ ผมเบลอไปเลย ผมไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ตลอดหลายปีนี้ผมเฝ้าเพียรถามเขาว่าเมื่อไหร่จะอุทิศประตูที่ทำได้ให้ผมเสียที"
"เมื่อวันอาทิตย์ เขาก็ไม่ได้บอกอะไรผม แต่เขาไม่จำเป็นต้องพูดหรอก สายตาที่มองมามันบอกทุกอย่างแล้ว" นี่คือความในใจของคุณพ่อ ปาสกวาเล่ มาเคด้า ซึ่งทำให้เรารู้ว่า กว่าจะมีวันนี้ได้ นอกจากกีโก้จะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนักแล้ว ครอบครัวของเขายังเสียสละ และช่วยเหลือผลักดันเป็นอย่างดีด้วย
เรียกได้ว่าทุกอย่างที่ร่วมใจกันฝ่าฟันมา ไม่ได้เสียเปล่า เพราะตอนนี้ เฟเดริโก้ มาเคด้า คือดาวดวงใหม่ที่จรัสแสงเต็มที่ พร้อมจะเป็นซูเปอร์สตาร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว


ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

ไม่มีความคิดเห็น: