manchester united

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2552

Manchester United 5-2 Tottenham Hotspur











ผีเสียดายโอกาสเพียบได้โอเชซัดโทนโค่นปืน 1-0


"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตั๋วนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่โรมมาครึ่งใบแล้ว หลังเอาชนะ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ได้ 1-0 จากประตูโทนของจอห์น โอเช ตั้งแต่ต้นเกม แต่ก็ถือว่าน่าเสียดายเนื่องจากมีโอกาสในเกมเยอะมาก


ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก (29 เม.ย.52)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 อาร์เซนอล
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู : 1-0 จอห์น โอเช น.17


ศึกใหญ่อีกนัดสำหรับรอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นการพบกันของสองทีมจากอังกฤษ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาในทศวรรษที่แล้วอย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า กับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อดีตรองแชมป์ในปี 2006

ด้วย ความสำคัญของสองทีมทำให้ทั้งเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และอาร์แซน เวนเกอร์ สองยอดกุนซือส่งทีมชุดใหญ่ลงสนามพร้อมเพรียงกัน แต่ก็มีการปรับหมากในบางตำแหน่งเพื่อให้เหมาะสมกับแท็คติก

แต่ยัง ไม่ทันไรแค่เริ่มเกมมานาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เกือบจะได้เฮก่อนทันทีเมื่อ รูนีย์ ได้ลองเทคตัวขึ้นโขกในเขตโทษ บอลย้อยเหมือนไม่มีอันตรายแต่ก็ทำเอาอัลมูเนีย ต้องผวาปัดออกไปก่อนบอลจะตกเข้าเส้นประตู

จากนั้นทางด้านแชมป์เก่า ก็เป็นฝ่ายที่ครองเกมได้เหนือกว่า เรียกว่ากันเนอร์ส ยังตั้งเกมไม่ได้เลยในช่วง 10 นาทีแรก จนมาได้เซ็ตเกมครั้งแรกเมื่อเซสก์ ไหลให้วัลค็อตต์ เติมไปสวยทางขวาแต่เปิดเข้ามาไม่ผ่านวิดิช

ช็อตนี้ ทำให้อาร์เซนอล เริ่มตั้งตัวติดและเกมก็สนุกขึ้นตามไปด้วย แต่ว่าก็เป็นทางแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำได้น่ากลัวกว่าและน่าจะได้ประตูขึ้นนำจริงๆเมื่อ เตเวซ ได้เข้าชาร์จเหน่งๆในเขตโทษจากการเปิดเรียดของโอเช แต่อัลมูเนีย ซูเปอร์เซฟได้เหลือเชื่อ จะซ้ำก็ยังติดบล็อกอีก

แต่จังหวะถัดมาใน นาทีที่ 17 เจ้าบ้านก็ได้ประตูนำสมใจ เมื่อได้เตะมุมเข้ามาบอลเลยมาหมดถึง คาร์ริค เก็บบอลได้ก่อนจะพยายามจะเปิดย้อนกลับมา บอลไปแฉลบขาซิลแวสตร์ ก่อนจะมาตกที่เท้าของโอเช เก็บส้มหล่นซัดเข้าไปสบายๆ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0

โดน สอยลูกแรกเร็วแบบนี้ อาร์เซนอล ก็พยายามจะทวงคืนให้ได้แต่เกมก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ มีโอกาสแค่ลูกยิงของเซสก์ ที่ไม่ได้อันตรายเลย ตรงข้ามกับปีศาจแดงที่ดูยังแรงดีไม่เลิก โดยเฉพาะแนวรุกที่เล่นดีกันทุกคน

ปีศาจ แดงแรงไม่หยุด ลุยมันจริงๆ และน่าจะได้ประตูเพิ่มอีกถ้าอัลมูเนีย ไม่ผีเข้าเซฟลูกโขกของโรนัลโด้ ที่โขกเหน่งๆในกรอบเขตโทษได้แบบเหลือเชื่อ ก่อนจะต้องออกแรงล้มตัวตะครุบลูกยิงของโรนัลโด้ อีกหน

แต่จากนั้น อาร์เซนอล เริ่มเล่นดีขึ้นทันที มีการต่อบอลประสานงานสวยๆตามสไตล์ให้เห็นบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีจังหวะเจาะแนวรับเข้าไปได้ ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีโอกาสยิงของรูนี่ย์ ที่พยายามปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษเฉี่ยวเสาไกลออกไป ก่อนจะไม่มีใครทำอะไรกันได้อีก จบเกมเจ้าบ้านนำ 1-0

ครึงหลังกลับมา ลุยกันใหม่ ปรากฏว่ารูปเกมสูสีกันมากขึ้นและหาจังหวะจบสกอร์กันได้ยากขึ้นมาก เนื่องจากต่างฝ่ายก็ต่างรัดกุมไม่ยอมพลาดกันง่ายๆ

โอกาสดีที่สุดของ อาร์เซนอล มาจากจังหวะที่ซง หยอดบอลมาให้อเดบายอร์ พักอกเอาบอลลงที่หน้าเขตโทษได้สวยก่อนจะอัดเต็มเท้าขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป ก่อนที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะแก้เกมก่อนด้วยการส่ง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และไรอัน กิ๊กส์ ลงสนามมา ซึ่งรายหลังก็ถือเป็นนัดที่ 800 แล้วในสีเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด

ถัดมาไม่นาน โรนัลโด้ ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งสนาม เมื่อได้บอลที่ระยะราว 40 หลาก่อนจะพาบอลมาอีกเล็กน้อยและซัดเต็มเท้าขวา บอลผ่านอัลมูเนีย ไปแล้วแต่ก็ไปชนคานดังสนั่น

ด้านอาร์เซนอล มาได้ลุ้นจากโอกาสของเซสก์ ที่ตัดสินใจกึ่งยิงกึ่งผ่านในเขตโทษหลุดเสาไกลออกไป ก่อนจะมีการปรับหมากด้วยโดยถอด วัลค็อตต์ ออกและส่งนิคลาส เบนดท์เนอร์ ลงมาแทน

ช่วงนี้เกมเริ่มกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง แต่ก็ยังเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าเยอะ มีลุ้นอีกหลายครั้งโดยเฉพาะลูกที่ โรนัลโด้ แทงให้กิ๊กส์ เติมมาทางซ้ายก่อนจะหยดบอลเข้ากลาง อัลมูเนีย พลาดแล้วแต่ยังมีซิลแวสตร์ โขกทิ้งออกไปได้หวุดหวิด

และมีจังหวะ สำคัญในเกมเกิดขึ้น เมื่อ กิ๊กส์ ได้บอลทะลุช่องมาจากโรนัลโด้ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปแตะหลบอัลมูเนีย ก่อนจะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่ไลน์แมนก็ขโมยซีนยกธงให้เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน ทั้งที่จากภาพช้าชัดเจนว่าวิ่งสอดมาจากด้านหลัง

อาร์เซนอล ยังไม่ท้อพยายามจะบุกเอาคืนให้ได้ มีการส่งเอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา ลงมาแทนอเดบายอร์ อีกคน แต่คนที่ทำให้ทีมได้ลุ้นกลับเป็น เบนทด์เนอร์ ที่ได้โขกจากฟรีคิก โดยโฉบได้ถึงก่อนฟาน เดอร์ ซาร์ แต่ก็หลุดกรอบไป

สุด ท้ายก็ไม่มีใครทำอะไรเพิ่มได้จริงๆ ทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะไปก่อนในเกมนี้ 1-0 และรอจะไปเล่นกันในเกมหน้าที่จะวัดกันที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมอีกครั้ง

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

เซสก์โวปืนสอยผีร่วงแน่


เซสก์ กัปตันทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ยอมรับว่า "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่เก่งที่สุดในโลกเวลานี้ แต่มั่นใจว่าทีมกันเนอร์ส จะสามารถสอยร่วงตกรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างแน่นอน


ศึก ระหว่างสองทีมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ในฟุตบอลถ้วยใบใหญ่ที่สุดของยุโรปจะเริ่มขึ้นในวันพุธนี้ ซึ่งเซสก์ ที่เพิ่งจะเหมาคนเดียว 2 ประตูในการเจอกับมิดเดิลสโบรช์ ก็กล่าวด้วยความมั่นใจก่อนเกมดังกล่าว

"ผมไม่รู้สึกเป็นปัญหาถ้าจะบอกว่ายูไนเต็ด คือทีมที่ดีที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าผมอยากจะเอาชนะพวกเขาให้ได้ก็ตาม"

"พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในเวลานี้ เป็นทีมสุดยอดของทีมชั้นนำ และเราก็เคารพพวกเขาในแง่นี้"

"ความจริง พวกเขาก็เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมเคารพเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในความสำเร็จที่ผ่านมา"

" ปกติการเจอกันระหว่างสองทีมก็มักจะเป็นเกมที่ดีเสมอ พวกเขาชอบสร้างโอกาสและเราก็พร้อมจะลุย มันจึงเป็นเรื่องน่าสนุกตื่นเต้นสำหรับแฟนบอล"

"อย่างน้อยที่สุด เรารู้ว่าเราสามารถเอาชนะพวกเขาได้ เหมือนที่เราทำมาแล้วที่เอมิเรตส์ พวกเขามีนักเตะชุดที่ดีที่สุดในช่วงต้นฤดูกาลแต่เราก็ชนะได้ มันทำให้เรามีความมั่นใจอย่างมาก"

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

ผีจับราฟาเอลต่อสัญญาถึง 2013


ทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตบรางวัลให้แก่ ราฟาเอล ดา ซิลวา แบ็กขวาดาวรุ่งด้วยการเซ็นสัญญาเพิ่มไปอีก 2 ปี ซึ่งจะทำให้ได้อยู่กับทีมไปจนถึงปี 2013


รา ฟาเอล แจ้งเกิดได้อย่างสวยงามในฤดูกาลนี้ โดยเข้ามาทดแทนรุ่นพี่ที่มีอาการบาดเจ็บอย่าง เวส บราวน์ และแกรี่ เนวิลล์ ได้อย่างเหมาะเหม็ง และกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนๆในทันที

ด้วยผล งานสุดยอดของนักเตะวัย 18 ปี ทำเอาแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรีบต่อสัญญาทันที "ทุกคนที่สโมสรประทับใจกับเขามากและตื่นเเต้นกับปีแรกในฐานะมืออาชีพของเขา"

"ความมุ่งมั่นและความกล้าหาญในการเล่นของเขาเป็นสไตล์ของทีมเราโดยแท้ และเราก็ดีใจที่เขาได้ต่อสัญญาออกไป"

ด้านราฟาเอล ก็กล่าวด้วยความยินดีพอกัน "มันเป็นปีแรกที่มหัศจรรย์ และผมก็กำลังเรียนรู้จากนักเตะทุกคนโดยเฉพาะในแนวรับ"

" มันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับผม และผมก็อยากจะมีส่วนร่วมอยู่ที่นี่ไปอีกนานๆ ดังนั้นการได้ต่อสัญญาจึงเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก"

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

ตูเร่ชี้ผีป่วนยามปืนร้อน


โคโล ตูเร่ กองหลังทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เชื่อว่า "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่แข่งในรอบตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ ลีก จะมีปัญหาแน่นอนโดยเฉพาะยามที่แนวรุกของทีมกลับมาพร้อมหน้า


อา ร์เซนอล กำลังจะลงสนามในเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งในฤดูกาลนี้ทั้งสองทีมเจอกันมาแล้วครั้งนึงที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และเป็นกันเนอร์ส ที่เอาชนะได้ 2-1 ในเดือน พ.ย.

สำหรับเกมนี้ ตูเร่ ก็ยังคงมั่นใจอยู่ดี "สำหรับผม ผมไม่เคยกลัวทีมไหนเลย ผมรู้ว่าผมจะต้องทำอะไรเวลาลงสนาม"

"ความกดดันอยู่กับฝั่งววกเขามากกว่า เพราะพวกเขาเป็นทีมที่ทุกคนจะต้องเอาชนะ"

"ยูไนเต็ด เป็นแชมป์ในฤดูกาลที่แล้ว แต่สำหรับเรา เราต้องการจะทำให้ดีที่สุดในการจะเล่นอย่างอิสระและผ่านบอลสวยงาม"

"เรารู้ว่าเวลาเราเล่นแบบนั้นกับแมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขาจะมีปัญหามากทีเดียว"

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

เฟอร์กี้ลั่นนานี่ไม่หนีไปไหน


เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า นานี่ ปีกดาวรุ่งชาวโปรตุเกส จะไม่ย้ายทีมหนีไปไหนอย่างแน่นอน


ดาว เตะวัย 22 ปี ตกเป็นข่าวว่าอาจจะต้องย้ายทีมหลังล้มเหลวในฤดูกาลนี้โดยลงเล่นเป็นตัวจริง แค่ 6 นัดเท่านั้นและไม่เคยได้เล่นครบ 90 นาทีเลย แต่ว่าเฟอร์กี้ ก็ยืนยันว่าอดีตปีกสปอร์ติ้ง ลิสบอน จะไม่ย้ายทีมไปไหนและเชื่อมั่นว่าจะประสบความสำเร็จแน่

"เขาแค่โชคไม่ดีในปีนี้"

"ฟอร์มของ พาร์ค ชี ซอง โดดเด่นมากและทำให้นานี่ แทบไม่ได้ลงเล่น"

"เรื่องการลงเล่นสม่ำเสมอเป็นปัญหาของเขา และเขาก็มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย"

"แต่เขาจะอยู่กับเราในปีหน้า และเขาจะทำได้ดีมากกับเราแน่ในปีหน้า"

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

รางวัลแด่พ่อมดเฒ่า


ภาพการขึ้นรับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ของ ไรอัน กิ๊กส์ ปีกพ่อมดที่มนต์ขลังยังไม่เสื่อมคลาย กลายเป็นภาพที่นำมาซึ่งความแตกต่างทางความคิดอย่างรุนแรงในวงการฟุตบอล อังกฤษ


ด้วย ความเคารพต่อยอดนักฟุตบอลที่สมควรได้รับการคารวะไม่แตกต่างจากตำนานที่ล้วน เป็นปูชนียบุคคลทุกคน และเชื่อว่าหากอำลาสนามไปชื่อของกิ๊กส์ ก็ควรจะได้รับการยกย่องในระดับที่ไม่แตกต่างจากที่ชาวเร้ดอาร์มี่ เทิดทูนต่อ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน

แต่มันปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่า รางวัลเกียรติยศครั้งนี้มีบางสิ่งที่ "คาใจ"

หลายคนบอกว่ามันเป็นรางวัลที่ได้มาโดยไร้ความ "สง่างาม"

ย้ำอีกครั้งต่อแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าเรากำลังคุยกันด้วยความเคารพต่อนักฟุตบอลระดับตำนานที่มีลมหายใจคนนี้ เพียงแต่เรื่องบางอย่างก็จำเป็นต้องว่ากันกันบนพื้นฐานของความจริงประกอบไป ด้วย

เหตุผลที่กิ๊กส์ ถูก "ครหา" มากต่อรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมหนนี้ในสายตาของสื่อและแฟนบอลจำนวนมาก มีองค์ประกอบที่ชัดเจนพอสมควรอยู่ 2

ข้อ

เรื่องนั้นคือการที่คนจำนวนไม่น้อยแทบไม่เชื่อสายตาว่ากิ๊กส์ จะได้มีชื่อเป็น

1 ใน 6 แคนดิเดต ที่มีโอกาสได้รับรางวัลเพราะหากเทียบกันกับผลงานในสนามแล้ว มีนักฟุตบอลอีกหลายคนที่ทำผลงานได้ดีกว่าเขา

การลงสนามเป็นตัวจริงในลีก ซึ่งถ้านับถึงวันนี้ก็เพียงแค่

12 นัดเท่านั้น หรือหากจะว่ากันตรงไปตรงมากว่านั้น ในวันที่เปิดให้มีการลงคะแนนกันในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. กิ๊กส์ เพิ่งจะลงเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ดแค่ 8 นัด

ใน

8 นัดดังกล่าว กิ๊กส์ ยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้จึงช่วยไม่ได้ที่ย่อมมีเสียง วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมดังกล่าว ถึงขั้นที่มีแฟนบอลส่งจดหมายไฟทักท้วงต่อทางด้าน กอร์ดอน เทย์เลอร์ ประธานพีเอฟเอ ด้วยความกังขา

เขากลัวกันว่ามันจะเป็นรายการ "หวยล็อก" เอาไว้อยู่แล้ว

โดยเฉพาะเหตุผลเรื่องความปรารถนาที่หลายคนอยาก เห็น กิ๊กส์ ได้รับรางวัลเกียรติยศชิ้นนี้เป็นการปิดฉากชีวิตการเล่นอย่างสมบูรณ์แบบที่ สุด

นัยว่าเพื่อตอบแทนสิ่งที่ปีกพ่อมดชาวเวลส์ ที่อยู่คู่วงการฟุตบอลมากว่า

20 ปี ผ่านการเปลี่ยนแปลงจากหนุ่มน้อยผู้มีสายฟ้าบนหน้าผากราวกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ จนล่วงเข้าถึงวัยของพ่อมดเฒ่าผู้ชราทางกายแต่สติปัญญายังเลิศล้ำ ราวกับ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ครูใหญ่แห่งฮอกวอตส์

และเหตุผลอีกข้อคือ รางวัลนี้ปิดการรับลงคะแนนเร็วเกินไปตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

มันอาจจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในรางวัลนี้ ได้ เพราะบางคนอาจจะเร่งทำผลงานได้ร้อนแรงในช่วงปลายฤดูกาล ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยตัดสินชะตากรรมให้กับทีมได้เลยทีเดียว

เหมือนเช่น สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา หรือ อังเดร อาร์ชาวิน กำลังทำในเวลานี้

อย่างไรก็ดี หากมองในอีกด้าน ซึ่งเป็นด้านที่เป็นความจริงเช่นกัน

รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของ

PFA (ซึ่ง ความจริงแบ่งแยกตามลีกดิวิชั่นต่างๆ แต่เรามักจะกล่าวถึงแต่ดิวิชั่นสูงสุดเท่านั้น) เป็นรางวัลที่ได้รับการยกย่องอย่างมากในวงการฟุตบอลอังกฤษ เนื่องจากเป็นรางวัลที่เหล่านักฟุตบอลจะลงคะแนนเลือกให้กันเอง

แฟนบอล นักข่าว นักเขียน หรือใครก็คงไม่รู้ดีเท่านักฟุตบอลในสนามหรอกว่าใครที่ "เจ๋ง" ที่สุด

และมันจะแปลกอะไรหากนักเตะในพรีเมียร์ลีก จะลงคะแนนเลือกให้กิ๊กส์

- ซึ่ง ถ้ายิ่งคิดถึงข้อที่ว่าเขาลงสนามจำนวนไม่มากนัด ก็จะชวนให้คิดว่ามันย่อมมี "เหตุ" อย่างอื่นที่จูงใจนักเตะให้ลงคะแนนเลือกพ่อมดเฒ่าคนนี้

เหตุนั้นอาจเป็นเพราะความ "อมตะ" ของกิ๊กส์ ที่ถึงวันนี้ในวัย

35 ปีก็ยังโลดแล่นได้ไม่แพ้นักฟุตบอลหนุ่มๆ

สังขารอาจร่วงโรยไปบ้างแต่ก็ไม่ถึงขั้นทรุด โทรม ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพตัวจริงที่รักษาสภาพร่างกาย ขณะที่การเล่นนับวันก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น เรียกว่าได้บรรลุโสดาบันของฟุตบอลไปแล้ว เหมือนอดีตยอดนักเตะหลายคนในอดีต ที่ต่อให้กำลังกายมันน้อยลง แต่ "เชิง" มันยังอยู่

เหมือนกับ ซีเนอดีน ซีดาน, เดนนิส เบิร์กแคมป์ หรือโรแบร์โต้ บักโจ้ ที่ได้รับการคารวะจนนาทีสุดท้ายในสนาม

ในอดีตวงการฟุตบอลอังกฤษ เคยมีปีกพ่อมดคนหนึ่งที่เป็นผู้บันทึกตำนานปีกพ่อมดคนแรกของโลก

สิ่งที่เหลือเชื่อคือการที่เขาสามารถลงเล่นฟุตบอลได้ถึงวัย

50 ปี โดยยังบอกในวันอำลาสนามว่ารู้สึกว่า "เลิกเล่นเร็วเกินไป"

ไปถามใครก็ได้ที่ดูฟุตบอลอังกฤษ อย่างใส่ใจ มีใครบ้างที่จะไม่รู้จักเซอร์สแตนลีย์ แมตธิวส์?

รางวัลเกียรติยศของกิ๊กส์ ชิ้นนี้มันทำให้คิดถึงภาพของเซอร์สแตนลีย์ ที่กระชากบอลอย่างเอาเป็นเอาตายในช่วง

30 นาทีสุดท้ายของเกมนัดชิงเอฟเอ คัพ ในปี 1953 และช่วยให้แบล็คพูล พลิกสถานการณ์เอาชนะโบลตัน วันเดอเรอร์สได้ 4-3

นัดชิงนี้ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็น "แมตธิวส์ ไฟนัล" เพื่อสดุดีปีกวัย

38 ปี (ในขณะนั้น) ที่ช่วยทีมได้

วันนี้กิ๊กส์ กำลังเดินตามรอยวีรบุรุษในอดีต

และรางวัลนี้ ไม่ได้สะท้อนถึงแค่ผลงานในฤดูกาลนี้เพียงลำพัง

เพราะมันสะท้อนถึงผลงานร่วม

20 ปีที่กิ๊กส์ สั่งสม "บารมี" ไว้มากพอได้รับการคารวะอย่างปราศจากข้อสงสัย

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

กิ๊กส์ผงาดคว้านักเตะแห่งปี PFA-ยังยอดดาวรุ่ง


ประกาศรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคม นักฟุตบอลอาชีพ หรือ "พีเอฟเอ" เป็นที่เรียบร้อย และรางวัลได้ตกเป็นของ ไรอัน กิ๊กส์ ปีกลายครามของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขณะที่แอชลี่ย์ ยัง ได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี


หลัง จากที่มีการเปิดเผยชื่อ 6 ผู้เล่นที่มีโอกาสได้รับรางวัลเกียรติยศที่จะได้จากการลงคะแนนร่วมกันของนัก ฟุตบอลด้วยกันเอง ซึ่งมีชื่อของนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ถึง 5 คนได้แก่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ไรอัน กิ๊กส์, เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, ริโอ เฟอร์ดินานด์ และเนมันย่า วิดิช ส่วนอีกคนคือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล

เมื่อคืนวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมาก็ได้มีการประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการ ซึ่งปรากฏว่าเป็น กิ๊กส์ ปีกวัย 35 ปีที่ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง และเป็นรางวัลเกียรติยศชิ้นแรก นับตั้งแต่เคยได้รางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยียมแห่งปีเมื่อปี 1992 และ 1993

กิ๊กส์ ซึ่งลงสนามในฐานะตัวจริงแค่ 12 เกมในฤดูกาลนี้แต่ก็ยังถือเป็นกองกลางที่มีบทบาทสำคัญในทีมอยู่กล่าวว่า "มันถือเป็นที่สุดของที่สุด ในฐานะบุคคลคนนึง การที่ได้รับเลือกโหวตจากเพื่อนนักฟุตบอลด้วยกันมันถือเป็นเกียรติสูงสุด"

"ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้แชมป์อะไรมากมาย ผมเคยได้รางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งมา 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"

ขณะ ที่รางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งแห่งปี ตกเป็นของแอชลี่ย์ ยัง ปีกจรวดดาวรุ่งจากทีม "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า ที่ได้รับไปครอง "นี่เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จากสโมสรและเพื่อนของผมทุกคน"

"มันเป็นเกียรติสูงสุด และผมก็ยินดีมาก"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2552

ผีวางแผนทุ่ม 250 ล้านซื้อดาวรุ่งแซมบ้า

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าววางแผนทุ่มเงิน 5 ล้านปอนด์ หรือราว 250 ล้านบาทซื้อ "โดโด้" โชเซ่ โรดอลโฟ่ ปิเรส ริเบยโร่ ปราการหลังดาวรุ่งโครินเธียนส์ เข้ามาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้


เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมผีแดงดูเหมือนจะชื่นชอบแข้งแซมบ้าเหลือเกินในระยะหลัง สังเกตจากที่มีดาวรุ่งจากแดนกาแฟมากมายไม่ว่าจะเป็น คู่แฝดราฟาเอล และฟาบิโอ ดา ซิลวา, อันแดร์สัน และ โรดริโก้ พอสเซบอน ล่าสุด มีรายงานว่าท่านเซอร์ไฟเขียวให้สโมสรเดินหน้าทาบทามซื้อ โดโด้ มาเสริมหลัง

ทั้งนี้ ทีมแมวมองของผีแดงได้ติดตามดูฟอร์มของเซนเตอร์ฮาล์ฟวัย 17 ของโครินเธียนส์มาโดยตลอด และเซอร์ อเล็กซ์ เองก็พอใจผลงานของเขามาก เนื่องจากมองว่ามีสไตล์การเล่นคล้ายกับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังตัวเก่ง

คาดว่า ผีแดงจะยอมจ่ายเงินค่าตัวและกรรมสิทธิ์ต่างๆ ในการเซ็นสัญญากับเจ้าหนูกองหลังรายนี้ ในราคา 5 ล้านปอนด์ หรือราว 250 ล้านบาท

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552

เตเวซฉุนติดสนับก้นส่อลาผีแน่


คาร์ลอส เตเวซ ดาวยิงอาร์เจนไตน์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่ารู้สึกเซ็งที่ไม่มีส่วนร่วมกับทีม พร้อมย้ำไม่ได้อยากย้าย แต่จำต้องหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อตัวเองและครอบครัว


เด ลี่ มิร์เรอร์ นสพ.ในแดนผู้ดีรายงานว่าเตเวซไม่พอใจที่ไม่มีส่วนร่วมกับยูไนเต็ด โดยเฉพาะในแมตช์สำคัญๆ แถมตอนนี้ผีแดงก็ไม่ได้เดินหน้าเจรจากับมีเดีย สปอร์ต อินเวสต์เมนต์ (เอ็มเอสไอ) ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์เขา ทั้งที่จะหมดสัญญายืมตัวแล้วในซัมเมอร์นี้

เตเวซ ยอมรับว่า "ผมได้รับข้อเสนอมากมาย ไม่ใช่แค่เรอัล มาดริด กับ อินเตอร์ด้วย ตอนนี้ผมกำลังพิจารณาว่า สโมสรไหนบ้างที่เหมาะสม"

"สิ่งที่เราต้องดูไม่ใช่เรื่องเงิน ผมยังต้องการให้ครอบครัวของผมมีความเป็นอยู่ดีที่สุด"

" ผมไม่ได้พยายามจะโจมตีเพื่อนร่วมทีมแต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงไม่มีชื่อใน เกมสำคัญ ผมไม่ได้เล่นในเกมสำคัญหลายนัด รวมทั้งแมตช์เจอเชลซี ซึ่งผมต้องการมีส่วนร่วมมาก"

"แม้ทีมจะมีนักเตะชั้นยอดหลายคน แต่ผมก็ต้องการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ผมเคารพยูไนเต็ด ผมไม่เคยคิดต้องการย้ายทีมเลยสักนิด แต่คงถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องหาทางออกที่ดีที่สุดให้ตัวเอง"

ทั้งนี้ เอ็มเอสไอเจ้าของกรรมสิทธิ์ในตัวเตเวซตั้งราคาค่าตัวของเขาไว้สูงกว่า 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,500 ล้านบาท) ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ดลังเล แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายทีมดังในยุโรปอย่าง เรอัล มาดริด และ อินเตอร์ มิลาน ที่พร้อมจ่ายซื้อตัวหัวหอกรายนี้

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

ผีผงาดฝูง! รูนซัดต้น-คาร์ริคปิดท้ายดับปอมปีย์


ประตูขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นของเวย์น รูนีย์ และประตูปิดท้ายของ ไมเคิล คาร์ริค ช่วยให้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สยบ "ปอมปีย์" พอร์ทสมัธ 2-0 ผงาดแซงลิเวอร์พูล ขึ้นไปนำจ่าฝูงแต่เพียงผู้เดียวอีกครั้ง


ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (22 เม.ย.52)

แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 พอร์ทสมัธ
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู : 1-0 เวย์น รูนี่ย์ น.9 , 2-0 ไมเคิล คาร์ริค น.84


เกมสำคัญสำหรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะหากสามารถเก็บ 3 แต้มเต็มได้จาก "ปอมปีย์" พอร์ทสมัธ ในเกมนี้ก็จะทำให้แซงหน้าลิเวอร์พูล กลับไปเป็นจ่าฝูงได้โดยที่ยังมีเกมในมืออีก 1 นัดด้วย

นัดนี้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เลือกผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเกือบทั้งหมดอีกครั้งหลังพักตัวจริงมาเกือบยกชุด ในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศที่พ่ายเอฟเวอร์ตัน ตกรอบหมดลุ้น 5 แชมป์มาหมาดๆและโดนวิจารณ์หนัก

แต่ในช่วงออกสตาร์ทเกม ปอมปีย์ ดูจะเป็นฝ่ายที่เริ่มต้นได้ดีกว่าในหลายจังหวะ และได้ลองทักทายกันก่อนจากลูกยิงของเบลฮัดจ์ ที่ซัดจากนอกเขตโทษแต่ก็ข้ามคานออกไปไกล

ทว่าความเด็ดขาดของแมนฯ ยูไนเต็ด ยังเหนือกว่าเยอะ และนาทีที่ 9 ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากการเล่นแค่ 3 จังหวะ โดยเริ่มจากอันแดร์สัน ได้บอลกลางสนามก่อนจะวางบอลยาวให้กิ๊กส์ หลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะใส่พานให้รูนี่ย์ เข้าฮอสสบายๆให้ปีศาจแดงได้ประตูแรกทีต้องการ 1-0

หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเสียแกรี่ เนวิลล์ กัปตันจอมเก๋าที่มอีกาารบาดเจ็บออกและให้จอห์น โอเช ลงมาเล่นแทน ขณะที่รูปเกมเวลานี้เป็นทางปีศาจแดงที่เปล่งรัศมีว่าที่แชมป์ข่มแล้ว

อัน แดร์สัน ยังเดินเกมให้แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อย่างยอดเยี่ยมแต่แนวรับของเจ้าบ้านยังไม่ถึงกับลงล็อกนักทำให้พลาดกัน เองบ่อยๆ แต่รูปเกมก็ต้องบอกว่าขี่กันมาก

อย่างไรก็ดี เมื่อพ้นช่วง 20 นาทีแรกไป ปอมปีย์ เริ่มทำได้ดีขึ้นบ้างจนเหมือนพอจะสู้กันได้ แต่ในเรื่องความอันตรายก็ยังเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่า โดยในนาทีที่ 32 รูนี่ย์ ไหลให้กิ๊กส์ ได้หลุดเดี่ยวไปดวลกับเจมส์ แต่ปีกวัยดึกโยนโอกาสทองทิ้ง เมื่อซัดไปตรงตัวนายทวารทีมเยือนซะงั้น

เกม เริ่มเปิดแลกกันมากขึ้น แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังดูน่ากลัวกว่าเยอะ และก่อนหมดครึ่งแรก 4 นาทีก็สามารถส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้จากฝีเท้าของ รูนี่ย์ แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน ก่อนที่จะโหมบุกหนักแต่สุดท้ายก็ยังเจาะตาข่ายเพิ่มไม่ได้เลยยังนำอยู่แค่ เม็ดเดียวเท่านั้น

ครึ่งหลัง ปอมปีย์ มีการเปลียนตัวส่งเจอร์เมน เพนแนนท์ ลงมาแทนเดวิด นูเจนท์ แต่รูปเกมก็ยังเป็นทางด้านแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เหนือกว่าอยู่ดี และเกือบจะได้ประตูที่สอง เมื่อโรนัลโด้ ได้โอกาสจั๋งๆถึง 2 หนในช่วงนาทีที่ 51 แต่ก็ยิงนกตกปลาไปกันหมด

แต่ถึงนาที 54 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องเสียแบ็กขวาไปอีกคน เมื่อจอห์น โอเช โดนเบลฮัดจ์ เสียบจนเดี้ยง ต้องเปลี่ยนเอาราฟาเอล ลงสนามมาแทน

ช่วง นี้เองที่ปอมปีย์ เริ่มดีขึ้นเนื่องจากเจ้าบ้านเริ่มผ่อนเกมลง และนาทีที่ 63 ก็ทำได้น่ากลัวที่สุดตั้งแต่เริ่มเกมมา เมื่อเกล็น จอห์นสัน กระชากบอลเข้ามาถึงเขตโทษก่อนจะเปิดวัดใจไปที่กลางประตูและโดน ฟาน เดอร์ ซาร์ ปัดออกมาได้ก่อนที่ จอนนี่ อีแวนส์ จะช่วยหวดทิ้งออกไป

ปอมปี ย์ เริ่มกดดันได้บ้าง เพนแนนท์ เปิดจากขวาเข้ามาให้เคราช์ วอลเล่ย์หลุดกรอบออกไปไม่ห่างในนาทีที่ 68 ก่อนจะได้โขกลูกเปิดฟรีคิกของเพนแนนท์ อีกหนแต่ก็เข้ามือฟาน เดอร์ ซาร์

ทีม เยือนสู้เต็มที่และดูอันตรายยามสวนกลับ โดยเฉพาะตัวจี๊ดฝั่งขวาอย่าง เพนแนนท์ กับ จอห์นสัน แต่สุดท้ายถึงนาทีที่ 82 ปีศาจแดงก็ได้ประตู 2-0 จนได้จากคาร์ริค ซึ่งประตูนี้เองที่ส่งวกขึ้นนำจ่าฝูงเดี่ยวแต่เพียงผู้เดียว


รายชื่อผู้เล่น
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, แกรี่ เนวิลล์ (จอห์น โอเช น.13) , เนมันย่า วิดิช, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอวร่า, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์, พอล สโคลส์, อันแดร์สัน, ไรอัน กิ๊กส์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์

พอร์ทสมัธ : เดวิด เจมส์, เกล็น จอห์นสัน, โซล แคมป์เบลล์, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, เฮอร์มันน์ ไฮรดาร์สสัน, ฌอน เดวิส, เฮย์เดน มัลลินส์, ริชาร์ด ฮิวจ์ส, นาดีร์ เบลฮัดจ์, เดวิด นูเจนท์, ปีเตอร์ เคราช์

ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ วอลตัน


ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

เตเวซแย้มมีคนสนอาจตัดใจลาผี


คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แย้มเป็นนัยว่าอาจจะตัดสินใจอำลาทีม หลังไม่มีความคืบหน้าเรื่องสัญญาและมีหลายทีมที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาแล้ว


กอง หน้าวัย 25 ปี ย้ายมาเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ใกล้ครบ 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังติดขัดเรื่องของสัญญาที่ทำได้แค่สัญญายืมตัวพร้อมออพชั่นในการซื้อ ตัวทีมแรก แต่ออพชั่นดังกล่าวก็เลยเวลาไปแล้ว ทำให้เวลานี้ เตเวซ สามารถเจรจากับทีมใดก็ได้

เวลานี้มีหลายทีมที่อยากได้ตัวเตเวซ ไปร่วมทีมซึ่งเจ้าตัวแย้มเองในเรื่องนี้ "ผมได้รับข้อเสนอมากมาย ไม่ใช่แค่เฉพาะในสเปน"

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล
"ผมต้องรอดูว่าสโมสรไหนที่ผมจะไปได้ และจะจัดการยังไง"

"เราจะไม่คิดถึงแค่เรื่องเงิน ผมยังต้องคิดถึงความสบายของครอบครัวด้วย โดยเฉพาะลูกสาวของผม"

"ดังนั้น ผมมีอะไรต้องคิดเยอะมากในเรื่องนี้"

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2552

เฟอร์กี้ชักเอือมขอหย่าศึกราฟา

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปฏิเสธที่จะต่อความยาวสาวความยืดกับทางด้านราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่เปิดสงครามน้ำลายมาหลายภาค


ก่อน หน้านี้ เฟอร์กี้ ได้ออกมาโจมตีใส่ราฟา เป็นระยะรวมถึงสัปดาห์ก่อนที่กล่าวหาว่ากุนซือชาวสเปนเป็นพวกจองหอง หลังเคยวิจารณ์เอฟเวอร์ตัน ที่เข้าชิงเอฟเอ คัพในฤดูกาลนี้ว่าเป็นสโมสรเล็กๆ และเคยทำสัญญาณจบเกมในนัดกับแบล็คเบิร์น

แต่ หลังจากที่ แซมมี่ ลี มือขวาของราฟา ออกมายืนยันว่าราฟาไม่ได้เป็นพวกจองหอง ทางนักข่าวก็เอาไมค์ไปจี้ปากเฟอร์กี้ แต่สุดท้ายกุนซือชาวสกอตแลนด์ ก็ไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้อีก

"ผมได้บอกจุดยืนเรื่องนี้ไปแล้ว ผมไม่เข้าใจว่าเขาทำทำไม"

" ผมไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีก ผมบอกชัดไปแล้ว ไม่มีเหตุผลต้องไปต่อ มันเป็นเรื่องธรรมดาๆที่ใครๆก็เห็น ผมมีความคิดของผมเองในเรื่องนี้"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

เฟอร์กี้โวยแหลกเปามั่ว-สนามแย่


เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวตำหนิการตัดสินของผู้ตัดสินในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ และพื้นสนามเวมบลีย์ ที่ย่ำแย่จนไม่กล้าส่งลูกทีมชุดใหญ่ลงสนาม


ใน เกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศที่เวมบลีย์ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องถูกดับความฝันที่จะคว้า 5 แชมป์เมื่อพ่ายต่อเอฟเวอร์ตัน ไปในการดวลจุดโทษ ซึ่งในระหว่างเกมมีจังหวะปัญหาที่ทำเอาเฟอร์กี้ ตบะแตกเมื่อ ฟิล จาเกียลก้า กองหลัง "ทอฟฟี่" ไปดักแดนนี่ เวลเบ็ค ในเขตโทษ แต่ ไมค์ ไรลี่ย์ กลับไม่เป่าให้

งานนี้ เฟอร์กี้ เลยออกมาโวยแหลกและแอบเหน็บว่าเป็นเพราะการที่ เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน พยายามกดดันผู้ตัดสินก่อนเกมด้วย "ผมคงไม่พูดถึงเรื่องนั้นหรอก ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะมีส่วนต่อการตัดสินใจหรือเปล่า แต่ไม่มีใครรู้หรอก มันอาจจะมีก็ได้ มันอาจมีส่วนกับความคิดของผู้ตัดสิน"

"ผมได้เห็นวิดีโอแล้วและมันเป็นจุดโทษแน่ แต่ในเกมสำคัญแบนี้ ผู้ตัดสินต้องแน่ใจจริงๆ"

"ถามหน่อยว่า เวลเบ็ค จะล้มทำไมในเมื่อผู้รักษาประตูอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว? มันเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญและโชคไม่ดีที่มันไม่เข้าข้างเรา เราทำอะไรกับเรื่องนี้ไมได้ เราต้องพายามต่อไป"

นอกจากนี้เฟอร์กี้ ก็ยังโวยเรื่องพื้นสนามด้วย "ตอนที่ผมเห็นพื้นสนามในเกมเชลซี กับอาร์เซนอล สิ่งที่ผมไม่ต้องการเลยก็คือการเล่นช่วงต่อเวลาด้วยนักเตะชุดที่ดีที่สุดของ ผม"

"มันดูแย่มาก มันเป็นไปได้ยากที่จะจ่ายบอลได้อย่างรวดเร็ว มันแย่มากสำหรับผม ทำให้ผมตัดสินใจจะใช้ทีมชุดเล็กแทน แต่ยังไง สโมสรของเราก็เติบโตมาจากการให้โอกาสดาวรุ่งเสมอและพวกเขาก็ไม่ทำให้ผิด หวัง"

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2552

ผีหมดลุ้น 5 แชมป์! ทอฟฟี่กำชัยดวลโทษได้เข้าชิง


หมดลุ้น 5 แชมป์เสียแล้วสำหรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อถูก "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน เฉือนเอาชนะได้ในการดวลจุดโทษหลังบดขยี้กันมา 120 นาทีเต็ม


ฟุตบอลเอฟเอ คัพ (19 เม.ย.52)

แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 เอฟเวอร์ตัน (เอฟเวอร์ตัน ชนะในการดวลจุดโทษ 4-2 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 0-0)
สนาม : เวมบลีย์
ประตู : ไม่มี


อีกนัดของเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก หลังจากที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ฝ่าด่าน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เข้าไปชิงได้เป็นทีมแรก วันนี้ถึงคราว "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะพบกับอดีตคู่ชิงในปี 1995

แต่ เกมนี้แฟนผีต้องอึ้งเมื่อเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำเซอร์ไพรซ์ส่งเด็กดาวรุ่งลงสนามมาครึ่งทีมโดยเฉพาะ เฟเดริโก้ มาเคด้า ดาวดวงใหม่ที่ได้ลงเป็นตัวจริงนัดแรก ขณะที่อฟเวอร์ตัน จัดชุดใหญ่ลงเล่นสมศักดิ์ศรี

เปิดเกมมาแค่นาทีที่ 3 แมนฯ ยูไนเต็ด ขอทักทายก่อนเลยเมื่อฟอสเตอร์ เตะยาวขึ้นมา มาเคด้า ได้พักบอลที่ระยะ 30 หลาก่อนจะหาจังหวะยิงจากนอกเขตหลุดกรอบออกไปไม่ไกล ถือว่าได้ลุ้นทีเดียว

แต่ นาทีที่ 10 เอฟเวอร์ตัน ตอบโต้กลับมาบ้าง เมื่อเฟลไลนี่ จ่ายทะลุช่องให้ให้ฟิล เนวิลล์ หลุดเดี่ยวกำลังจะง้างเท้ายิงแล้วแต่ดันลื่นก่อนเลยพลาดไป ชวดโอกาสยิงทีมเก่าไปแบบน่าเสียดาย

รูปเกมเกมนัดนี้ค่อนข้างตื้อ แต่ก็ยังมีจังหวะเสียวๆบ้างเมื่อ ฟอสเตอร์ ทะเล่อทะล่าจับบอลพลาดในเขตโทษห่างตัวไปเกือบโดนซาฮา ฉกไปยิงอยู่แล้ว ขณะที่เอฟเวอร์ตัน ก็เกือบโดนเหมือนกันจากลูกไม่ตั้งใจของเลสค็อตต์ ที่บอลมาแฉลบโดนขาเกือบเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง

จากนั้นเกมก็ยังดำเนินไปแบบอืดๆ ไม่ได้มีฝ่ายใดที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างชัดเจน สุดท้ายก็เลยยังเสมอกันอยู่ 0-0 ในครึ่งแรก

ครึ่ง หลังกลับมาเล่นกันใหม่ สถานการณ์ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก นานๆจะมีโอกาสกันที แต่ก็ไม่ได้จืดเสียหมด เพราะมีทิม เคฮิลล์ ที่หาจังหวะยิงไกลจากนอกเขตโทษ บอลตกพื้นก่อนทำเอาฟอสเตอร์ ต้องผวาปัดออกไป

แต่ จากนั้น ดูเหมือนแมนฯ ยูไนเต็ด จะเริ่มทำได้ดีกว่า มีจังหวะของพาร์ค ที่หาช่องยิงเองในเขตโทษเฉี่ยวเสาออกไป ก่อนที่จะเกิดจังหวะปัญหาขึ้นเมื่อ จาเกียลก้า พลาดเสียบอลให้เวลเบ็ค ก่อนจะตามมาแซะล้มในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินกลับไม่เป่าให้เป็นลูกจุดโทษทั้งที่เป็นการฟาวล์ค่อนข้างชัดเจน

สุด ท้ายก็ไม่มีประตูเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือ ท่ามกลางสถานการณ์ที่อึดอัดกับสกอร์ 0-0 และต้องเล่นช่วงต่อเวลาพิเศษกันไปอีก 30 นาทีด้วยกัน

ช่วงต่อเวลา พิเศษ เอฟเวอร์ตัน ดูจะเป็นฝ่ายที่สดกว่าและมีโอกาสที่น่าจะได้จากลูกยิงของเคฮิลล์ ในช่วงต้นของการต่อเวลาที่โดนฟอสเตอร์ ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด ก่อนที่ เจมส์ วอห์น ตัวสำรองจะยิงไปติดบล็อกวิดิช

ก่อนหมดเวลาแป๊บเดียว ฟอสเตอร์ ที่ทำดีมาตลอดเกมก็เกือบเสียท่าง่ายๆ เมื่อเตะบอลคืนหลังของเพื่อนพลาดไปโดนตัวเคฮิลล์ ที่ถลาเข้ามาบล็อก แต่โชคดีที่บอลหลุดไปเส้นหลังไม่เข้าประตูตัวเอง ก่อนเกมจะจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 ต้องดวลจุดโทษตัดสิน

ในช่วงดวลจุด โทษนี้เองที่แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องมาเสียท่าเนื่องจากตัวเก๋าอย่าง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และริโอ เฟอร์ดินานด์ ยังไม่เข้าในคนที่ 1-2 ขณะที่เอฟเวอร์ตัน มีเคฮิลล์ ยิงไม่เข้าคนแรกคนเดียว ที่เหลือไม่ว่าจะเป็น ฟิล เนวิลล์, เจมส์ วอห์น และคนปิดท้ายฟิล จาเกียลก้า ก็ยิงเข้าทั้งหมด

จบเกม เอฟเวอร์ตัน จึงได้ผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ดับฝันของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่อยากจะคว้า 5 แชมป์ด้วย


รายชื่อผู้เล่น
แมนฯ ยูไนเต็ด : เบน ฟอสเตอร์, ราฟาเอล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันย่า วิดิช, ฟาบิโอ (ปาทริซ เอวร่า น.68) , แดนนี่ เวลเบ็ค, ดาร์รอน กิ๊บสัน, อันแดร์สัน, พาร์ค ชี ซอง (พอล สโคลส์ น.67) , คาร์ลอส เตเวซ, เฟเดริโก้ มาเคด้า (ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ น.91)

เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด, โทนี่ ฮิบเบิร์ต, ฟิล จาเกียลก้า, โจลีออน เลสค็อตต์, เลช์ตัน เบนส์, ลีออน ออสแมน, ฟิล เนวิลล์, มารูยาน เฟลไลนี่ (เจมส์ วอห์น น.102) , สตีเว่น พีนาร์, ทิม เคฮิลล์, หลุยส์ ซาฮา (แจ็ค รอดเวลล์ น.70)

ผู้ตัดสิน : ไมค์ ไรลี่ย

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

เอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศ แมนฯยูฯ-เอฟเวอร์ตัน, อาร์เซนอล-เชลซี


ศึกเอฟเอ คัพ ถ้วยอันเก่าแก่และมีมนต์ขลังในปีที่ 137 เดินมาถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว ปีนี้ได้แตกต่างจากปีก่อนได้ทีมบิ๊กโฟร์ หลุดเข้ามา 3 เป็นเอฟเวอร์ตัน 1 คาดว่าน่าจะเป็นอีกปีที่มีความสนุก ตื่นเต้น รอแฟนบอลอยู่เช่นกัน



คู่ อาร์เซนอล กับ เชลซี แข่งวันเสาร์ เวลา 23.15 น. ส่วนคู่ แมนฯยูฯ-เอฟเวอร์ตัน แข่งคืนวันอาทิตย์เวลา 22.00 น. คู่แรกนั้นช่อง 3 ถ่ายทอดสด คู่หลังช่อง 7 ถ่ายทอดสด

สำหรับ แมนฯยูไนเต็ด พึ่งผ่านเข้ารอบตัดเชือกฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีกมาหมาดๆ พบกับเอฟเวอร์ตันในบอลถ้วยรายการนี้เป็นครั้งที่ 11 ล่าสุดที่เจอกันนั้นเป็นรอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 1995 ครั้งนั้นเอฟเวอร์ตันชนะ 1-0 จากสภาพที่เป็นรอง

โดยสถิติคู่นี้ ชนะทีมละ 5 ครั้งไม่มีเสมอในเวลาด้วย

แมนฯยูฯ-เอฟเวอร์ตัน
วันที่ 19 เม.ย. เวลา 22.00 น.
เอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศ
สนาม – เวมบลีย์

แมนฯยูฯ “แนวรับกลับมาเหนียวอีก”
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่มีปัญหาให้ปวดหัวมากแม้ในรายของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ไม่สมบูรณ์จากนัดชนะ ปอร์โต้ แต่คาดว่าเกมนี้จะใช้เขาหรือ คาร์ลอส เตเวซ ไม่แตกต่าง ที่เหลือเป็นแกนนำตัวหลักทั้งสิ้นอย่าง เวย์น รูนีย์, โรนัลโด แดนกลางคาดว่า พอล สโกลส์ จะยืนแทน ไรอัน กิ๊กส์ มี ไมเคิล คาร์ริค เป็นตัวนำเกมและ พาร์ค ชี ซอง น่าจะได้เล่นเกมนี้

ส่วนแนวรับเมื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ พร้อมลงสนามต้องบอกว่านี่คือจุดที่ทำให้ แนวรับของผีแดงกลับมาแข็งแกร่งรัดกุมอีกครั้ง พวกเขาจะกลายเป็นทีมที่เจาะยากที่สุดในช่วงเวลาที่เหลือ หลังจาก 5 เกมล่าสุดเสียไป 11 ลูก

จากการเล่นกับปอร์โต้ ในเกมล่าสุดคงพอมองเห็นแล้วว่า แนวรับผีแดงกลับมาแข็งแกร่ง เหนียวแน่น มากขนาดไหน

ดูแล้วนี่คือหัวใจในการนำทีมก้าวไปชิงชนะเลิศได้อย่างไร้ข้อสงสัย

เอฟเวอร์ตัน “จิตใจโอเค แต่แทกติกเป็นรอง”
เดวิด มอยส์ เริ่มเบาใจมากขึ้นเมื่อสภาพทีมของเขากลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง อย่างน้อยๆเขามีขุนพลให้เลืกอใช้งานได้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ขณะเดียวกันพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาอันกดดันเมื่อต้องพบกับ แมนฯยูไนเต็ด

โดยสภาพทีมและจิตใจนักเตะเอฟเวอร์ตันเบียดสู้ได้แน่ แต่เรื่องของแทกติกเมื่อเล่นเกมไปแล้ว แมนฯยูไนเต็ด ยังออกลูกข่มได้เบียด เอฟเวอร์ตัน ยิ่งเกมรับของผีแดงมายกแผงแบบนี้ เชื่อว่าทอฟฟี่ เหนื่อยหนักอย่างแน่นอนเกมนี้

ไม่ว่า มอยส์ จัดใครลงสนามเล่นก็ไม่แตกต่างกันอย่างแน่นอน

ผีจะเคี้ยว ทอฟฟี่ ตามฟอร์ม
ดูแล้วแมนฯยูไนเต็ดของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ช่วงท้ายคือทีมที่เน้นผลแข่ง ส่วนสไตล์และวิธีการไม่เน้น อย่างน้อยที่สุดการเล่นด้วยจุดแข็งของตัวเองคือยากที่จะเสียประตูและเสีย ประตูยาก จะเป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่ชัยชนะ

ดูวิธีการเล่นเกมรับของผีแดงเมื่อกลางสัปดาห์พบว่า พวกเขากลับมาเข้าฝักเข้าฟอร์มอีกครั้ง รับเป็นระเบียบ มีวินัยและเจาะเข้าไปยาก

ปีศาจแดงคงวางแทกติกเพื่อมาเล่นเกมรับให้รัดกุมโดยเฉพาะ ไม่ผลีผลาม ไม่เดินเกมรุกเข้าใส่เป็นบ้าเป็นหลังแต่จะเล่นอย่างระวังตัวที่สุดเท่าที่จะ ทำได้ จากนั้นถ้ามีโอกาสเล่นเกมรุกแล้วได้ยิงประตู ตรงนี้จะเป็นจุดที่ทำให้ เอฟเวอร์ตัน เล่นยากขึ้น

แมนฯยูฯ เหนือกว่าเรื่องเกมรับ เหนียว รัดกุม เจาะยาก เอฟเวอร์ตันไม่น่าพลิกชนะ

สกอร์อาจเป็น แมนฯยูฯ ชนะสัก 1-0 เข้าชิงชนะเลิศในที่สุด

อาร์เซนอล-เชลซี
วันที่ 18 เม.ย. เวลา 23.15 น.
สนาม เวมบลีย์

กลายเป็นสองทีมจากลอนดอนที่มาเจอกันถูกจังหวะเวลาเมื่อคืนฟอร์มและหวัง ผลทั้งสองทีม อาร์เซนอล ตั้งแต่ได้ เชสก์ ฟาเบรกาส, อเดบายอร์ และวัลคอตต์ คืนสนามพวกเขาเปลี่ยนเป็นอีกทีมหนึ่งเลย และยืดสถิติไม่แพ้ใครต่อเนื่อง

คู่นี้สูสีกันจนน่าตัดสินด้วยจุดโทษอีก ถ้ามีผลแพ้ชนะใน 90 นาที ต้องเกิดจากความผิดพลาดของนักเตะมากกว่า แทกติกและกลยุทธ์ที่ชนะกันได้ เนื่องจากทั้งคู่รู้ทันกันแทบทุกมุม

ออกได้สามหน้า ใครก็ได้สองทีมนี้

วิเคราะห์ พรีเมียร์ลีก.....

Saturday, 18 April 2009
ทุกคู่แข่งเวลา 22.00 น.

Aston Villa v West Ham วิลล่ายังไม่เลิกเสียศูนย์ แต่น่าจะถึงเวลาแล้วเกมนี้ เกมรุกของพวกเขายังเฉียบขาดพอที่จะปิดบัญชี เวสต์แฮม ได้

Middlesbrough v Fulham…..สูสีกันมาก ไม่รู้ออกหัวก้อยคู่นี้ คงเล่นกันสนุกเจ้าบ้านลุ้นหนีตายเต็มที่ พลังตรงส่วนนี้ยังคงแฝงยอยู่และมีผลต่อเกมนี้ เดอะ โบโร น่าชนะ

Portsmouth v Bolton…ตามเชิง พอร์ตสมัธ เหนือกว่าเล็กน้อย เกมนี้ตัดสินกันที่ความผิดพลาดของนักเตะมากกว่า

Stoke v Blackburn…. ถ้าเล่นแบบเน้นๆ สโตคมีโอกาสชนะได้ เมื่อแบล็คเบิร์น มีปัญหากับแนวรุก

Sunderland v Hull….. ซันเดอร์แลนด์เล่นพอใช้ได้นัดแพ้แมนฯยูฯ เชื่อว่าถ้าเล่นแบบนั้นพวกเขาจะชนะ ฮัลล์ ซิตี้แน่นอน

Sunday, 19 April 2009

Tottenham v Newcastle เวลา 20.30 น. สเปอร์ส ปะทะนิวคาสเซิลทีไรแฟนหัวใจแทบวาย บุกกันเป็นบ้าเป็นหลัง ถ้าเทียบกันแล้วกองหลังสเปอร์สเหนียวกว่า นิวคาสเซิล น่าชนะและปิดเกมได้

Man City v West Brom เวลา 22.00 น. เข้าตาจนแล้วสำหรับเจ้าบ้านที่เล่นได้สองผลแข่งคือไม่ชนะก็แพ้ แต่ตามเชิงยังเหนือกว่า น่าเก็บสามคะแนนได้

บทความโดย "แจ็คกี้" อดิสรณ์ พึ่งยา


ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2552

สื่อผู้ดีชี้เรอัลเหมางาบทั้งหนูโด้-เตเวซ

เดอะ ไทมส์ สื่อดังในแดนผู้ดีตีข่าว เรอัล มาดริด คิดการใหญ่ นอกจากจะยื่นซื้อคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกจอมสับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว ยังหวังจะดูด คาร์ลอส เตเวซ หัวหอกอีกรายในรังผีแดงมาด้วยกัน


รา ม่อน กัลเดร่อน อดีตประธานชุดขาวออกมาเผยไต๋หลายครั้งแล้วว่าตนเองเป็นคนจัดการเซ็นสัญญา ล่วงหน้ากับหนูโด้แล้ว นอกจากนี้ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ว่าที่ประธานใหม่เองก็ยืนยันเอาปีกจอมสับเป็นตัวชูโรงในการหาเสียง พร้อมยังประกาศว่าจะคว้าเตเวซมาอีกคนด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าดาวยิงอาร์เจนไตน์ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามต่อ เนื่องเท่าที่ควรเพราะกลายเป็นตัวเลือกที่ 3 ในทีม แถมผีแดงยังลังเลที่จะจ่ายเงิน 22 ล้านปอนด์ เพื่อเซ็นสัญญาถาวรกับเตเวซด้วย

เรอัลฝันจะได้หนูโด้มานานแล้ว ส่วนเตเวซ พวกเขาเชื่อว่าจะเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบของคลาส-แยน ฮุนเตลาร์ ในฤดูกาลหน้า ซึ่งว่ากันว่า ฮอร์เก้ บัลดาโน่ ว่าที่บอร์ดชุดขาวซึ่งเป็นทีมงานของเปเรซนั้นชื่นชอบดาวเตะอาร์เจนไตน์ราย นี้ และเชียร์สุดลิ่มให้ดึงมาให้ได้

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล
ในใจเราเหล่าแฟนผีทั้งหลายคงไม่อยากจะเสียทั้งสองคนนี้ไปอย่างแน่นอนนะครับ

เจ้าหนูแซนตันเผยบอกปัดซบเชลซี-ผีแดง

ดาวิเด้ แซนตัน กองหลังดาวรุ่งของอินเตอร์ มิลาน ออกมาเผยว่าตนเองได้ปฏิเสธข้อเสนอของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเชลซี 2 ทีมดังในอังกฤษที่ติดต่อเขามาเมื่อ 2 ปีก่อน แล้วอยู่สู้ในทีมงูใหญ่ต่อมา


เจ้า หนูแซนตันเผยตอนอายุ 16 ปี โดนทั้งผีแดง และสิงห์บลูส์ตามจีบ แต่เขาก็ปฏิเสธไป จนตอนนี้ได้รับการโปรโมตจากอินเตอร์ และเป็นหลักให้ทีมในตอนนี้

แซนตัน กล่าวว่า "ระบบทีมเยาวชนของอิตาลีไปได้สวยทีเดียว นั่นเป็นเหตุผลที่บรรดาทีมใหญ่ๆ ทั้งหลายมาที่นี่เพื่อซื้อนักเตะ"

"มันเป็นเรื่องจริงที่ผมเกือบไปอังกฤษแล้วเพราะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และอีกหลายๆ ทีมต่างติดต่อเข้ามา

"แต่อินเตอร์ เสนอสัญญานักเตะอาชีพให้ผมตั้งแต่ตอนอายุ 16 ทำให้ผมปฏิเสธที่จะไปที่อื่น"

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

เฟอร์กี้ถล่มราฟาท่าทาง 'โอหัง'


เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดศึกนอกรอบกับราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อีกครั้ง เมื่อกล่าวหาว่าท่าทางของกุนซือชาวสเปน ช่างโอหังนัก


หลัง จากที่เคยเปิดฉากสงครามน้ำลายกันมาหลายรอบ ล่าสุดเฟอร์กี้ ก็ได้จู่โจมใส่กุนซือลิเวอร์พูล อีกครั้ง ด้วยการกล่าวหาว่าการแสดงออกของราฟา หลายครั้งเป็นการแสดงออกที่โอหังไม่ให้เกียรติคู่แข่ง โดยเฉพาะการเคยเปรียบเอฟเวอร์ตัน ว่าเป็น "สโมสรเล็กๆ"

"เอฟเวอร์ตัน เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่สโมสรเล็กๆเหมือนที่ เบนิเตซ พูดจาอย่างโอหัง"

"แต่ความโอหังก็เป็นเรื่องนึง เราไม่สามารถจะยกโทษให้กับท่าทางที่เขาแสดงต่อ แซม อัลลาร์ไดซ์ ในสัปดาห์ที่แล้วได้"

"ตอนที่ลิเวอร์พูล ยิงประตูที่สอง เขาส่งสัญญาณไปว่าเกมจบแล้ว ผมไม่คิดว่าแซม ควรจะได้รับอะไรแบบนั้น"

"แซม ทำงานอย่างหนักให้กับสมาคมผู้จัดการทีม และเขาก็มีทีมที่ออ่นแอ ผมคิดว่ามันเป็นการดูถูกกันที่ทำแบบนั้น"

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552

เฟอร์กี้สดุดีผียอดเยี่ยม


เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวสดุดีลูกทีมหลังทำผลงานได้ดีในเกมที่บุกไปชนะปอร์โต้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามเกมที่ 150 ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ภายใต้การคุมทีมของเฟอร์กี้ ที่เอสตาดิโอ ดู ดราเกา และกลายเป็นทีมแรกที่บุกไปชนะปอร์โต้ ได้ที่สนามแห่งนี้ด้วยประตูสุดเหลือเชื่อของโรนัลโด้ แต่เฟอร์กี้ ก็ได้กล่าวชมแนวรับที่ได้ริโอ เฟอร์ดินานด์ มาจับคู่กับเนมันย่า วิดิช อีกครั้ง "พวกเขาทำได้ดีมาก" "พวกเขามีสมาธิสูงในเกมรับ ช่วยกันป้องกันได้ดีมาก" "นี่เป็นกุญแจสำคัญของเรา ถ้าเราสามารถกลับมาไม่เสียประตูง่ายๆอีกเราก็จะทำได้ดี" "ความมั่นคงในแนวรับ การเข้าขากันระหว่างเฟอร์ดินานด์ กับวิดิช ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับทีม" เฟอร์กี้ ยังได้พูดถึงลูกยิงของโรนัลโด้ด้วยว่า "มันเหลือเชื่อ อัศจรรย์มาก" "เขาเล่นยิงแบบสุดเซอร์ไพรซ์จากระยะกว่า 40 หลา และผู้รักษาประตูก็ไม่มีโอกาสเลย" "ผมไม่เห็นอันตรายในการเจอกับปอร์โต้ ผมคิดว่าเราครองเกมกันได้ดีและพวกเขาก็เล่นงานเราไม่ได้มากนัก" "ต่อไปเป็นอาร์เซนอล? ก็คงจะเป็นเกมรอบรองที่สุดยอด จะเป็นเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุดนัดนึงแน่นอน"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

โรนัลโด้โวประตูมหัศจรรย์เรียกความมั่นใจผี


คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังว่าประตูสุดมหัศจรรย์ที่ช่วยให้ทีมเอาชนะปอร์โต้ ได้ 1-0 จนได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเรียกความมั่นใจกลับคืนมาสู่ทีมปีกทีมชาติโปรตุเกส สร้างความตื่นตะลึงให้กับแฟนบอลทั้งสนามเมื่อจู่ๆก็วางเท้าตะบันลูกจากระยะกว่า 40 หลา บอลพุ่งเป็นจรวดเข้าไปเสียบสามเหลี่ยมแบบไม่อยากเชื่อสายตา และกลายเป็นประตูโทนให้แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปชนะปอร์โต้ ได้เข้ารอบตัดเชือกในที่สุด "ประตูนี้จะสร้างความมั่นใจให้กับเรา" "ใน 5 เกมหลัง เราเล่นได้แย่ และผมก็หวังว่าประตูนี้จะเปลี่ยนแปลงมัน" "มันเป็นประตูที่สวยที่สุดที่ผมเคยยิงมา" "มันเป็นการยิงที่เหลือเชื่อ และผมก็รอไม่ไหวแล้วที่จะได้ดูมันอีกในดีวีดี ผมมีความสุขมากๆกับลูกยิงนี้"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2552

ซันเดอร์แลนด์ - แมนฯยูฯ วันเสาร์ที่ 11 เม.ย. เวลา 21.00 น.

พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2008-09 นับถอยหลังเข้าสู่ตำแหน่งแชมป์กันแล้ว นับจากนี้ไปการดวลแข้งนัดต่อนัด สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลอย่างแท้จริง
ตามโปรแกรมหลังจากสัปดาห์ก่อนแมนฯยูฯ เฉือนเอาชนะ แอสตัน วิลล่า หวุดหวิด กลับไปยึดจ่าฝูงคืน มาเที่ยวนี้ผีแดงยังลงสนามทีหลัง ลิเวอร์พูล อีกครั้ง โดย “หงส์แดง” หลังเสียฟอร์มในแชมเปี้ยนส์ลีกต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง พร้อมทั้งหมดหวังในการลุ้นเข้ารอบตัดเชือกเนื่องจากแพ้ในบ้านตั้ง 3 ลูก
สัปดาห์นี้ทีมอันดับสองจะพบกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์สช่วง 18.45 น. จากนั้นแมนฯยูฯ จะลงสนามในเวลา 21.00 น. ความได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องเวลาแข่งขันอาจมีผลก่อนเกมเริ่ม ถ้า “หงส์แดง” ชนะแบล็คเบิร์น ได้ก่อน นั่นคงทำให้ “ปีศาจแดง” เล่นทีหลังพบกับความกดดันมากกว่า
ขณะที่เชลซีมีโปรแกรมพบกับโบลตัน ส่วนอาร์เซนอลไปเยือน วีแกน....ทั้งหมดนี้ต้องเล่นเกมโดยมีโปรแกรมแชมเปี้ยนส์ ลีกนัดสองรออยู่ในช่วงกลางสัปดาห์


สถิติ ซันเดอร์แลนด์-แมนฯยูฯ


----------------ซันเดอร์แลนด์ ชนะ--เสมอ----แมนฯยูฯ ชนะ
ลีกสูงสุด----------37-------------------26------------48
เอฟเอ คัพ---------0--------------------5--------------4
ลีก คัพ-------------1--------------------2--------------1
อื่นๆ ---------------1--------------------1--------------0
รวม----------------39------------------34-------------53


ซันเดอร์แลนด์ “ใช้แผนปอร์โต้สู้” ริคกี้ สบราเกีย โค้ชใหญ่ซันเดอร์แลนด์ บอกจะงัดเอาแผนของ ปอร์โต้ ออกมาสู้กับ แมนฯยูไนเต็ด และมั่นใจว่าน่าจะพอสู้ได้ หลังจากประทับใจฟอร์มการเล่นของทีมจากโปรตุเกสในการบุกเสมอ แมนฯยูฯ ซึ่งพวกเขาเองต้องการแต้มเพื่อความอยู่รอดในปีนี้
สบราเกีย เคยทำงานเป็นโค้ชทีมสำรองของแมนฯยูฯ มาก่อน ทำให้รู้ระบบงานและตัวนักเตะอย่างละเอียด อย่างไรก็ตามฟอร์มของพวกเขาใน 8 เกมล่าสุดถือว่าย่ำแย่ ชนะเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นเอง ส่วนตัวผู้เล่นจะไม่มี จอร์ช แมคคาร์ทนีย์ แบกซ้ายทีมชาติไอร์แลนด์เหนือที่บาดเจ็บกลับมาจากทีมชาติ
นอกนั้นไม่น่ามีปัญหาอะไร มีเพียงฟอร์มการเล่นอันย่ำแย่ของพวกเขา 3 เกมล่าสุดแพ้รวด พวกเขาต้องการแต้มเพื่อลุ้นอยู่ต่อในพรีเมียร์ลีก ดังนั้นจัดใครลงเล่น ความทุ่มเทต้องเกินร้อยเพื่อสู้กับ ผีแดง และพวกเขารู้ได้แต่เพียงว่า จะพลาดให้ทีมแชมป์เก่าไม่ได้เด็ดขาด พลาดอาจเสียประตู
ตัวหลักๆอย่าง กอร์ดอน ประตูมือกาว แนวรับ บาร์ดสลีย์, เฟอร์ดินานด์, เบน ฮาอิม ส่วนแดนกลาง มัลบรองก์, ริชาร์ดสัน นำทีม แนวรุกเป็น ซิสเซ กับ เมอร์ฟีย์
ปีศาจแดง “ชนะเพื่อเรียกความมั่นใจ” เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่แฮปปี้กับการจัดระเบียบเกมรับของพวกเขาเอง เสียประตูมา 4 นัด 10 ลูก นัดนี้พบกับซันเดอร์แลนด์แม้ว่าสภาพทีมล่าสุดตามข่าวคือ ไม่มี ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอห์นนี เอแวนส์ เจ็บ พักอีก อาจต้องใช้ จอห์น โอเช เล่นเซนเตอร์กับ วีดิช และ แกรี เนวิลล์ เล่นแบ๊กขวา
แม้เป็นชุดที่พึ่งโดนสอยมา 2 ลูก แต่เชื่อว่าเกมนี้ เซอร์ อเล็กซ์ น่าแก้ปัญหาเกมรับได้ และไม่น่าพลาดในการเสียประตูให้ซันเดอร์แลนด์อีก ส่วนแนวรุกนั้น โรนัลโด, รูนีย์ และ เตเวซ นำทีม ส่วนแดนกลาง ไมเคิล คาร์ริค, พอล สโกลส์ และจะเป็น ดาร์เรน เฟลทเชอร์
เกมนี้ตามเชิงแล้ว แมนฯยูไนเต็ด ยังเหนือกว่าทั้งตัวผู้เล่นและระบบทีม ถ้าพวกเขาจัดการเกมรับได้แน่นหนาแล้ว ไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากเกมรุกของแมนฯยูฯ ดีอยู่แล้ว
เชื่อว่าเซอร์ อเล็กซ์ จะจัดการทีมของเขาให้เล่นเกมรับได้เหนียวแน่น รัดกุม ไม่เสียประตู ส่วนเกมรุกไม่น่าห่วง แมนฯยูฯ พร้อมยิงตลอดเวลา ยังเหนื่อกว่าเจ้าบ้าน
เกมนี้ ไม่ว่าหงส์แดงจะออกผลมาก่อนหน้านั้นอย่างไร
แมนฯยูฯ จะบุกไปชนะ ซันเดอร์แลนด์ แบบไม่เสียประตู เช่นกัน

วิเคราะห์คู่อื่นวันเสาร์ 11 เม.ย. 09
ลิเวอร์พูล - แบล็คเบิร์น ...18.45 น งานยากสำหรับลิเวอร์พูลในการรับมือ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส หลังจากโดนถล่มเละในชปล. เกมรับพลาดง่ายและนำไปสู่ความพ่ายแพ้เละเทะ นัดนี้ เหนื่อยกว่าปกติ อาจโดน แบล็คเบิร์น บุกมาตีเสมอด้วยซ้ำ
เชลซี - โบลตัน...คู่นี้เตะสามทุ่ม ความมั่นใจ, สภาพทีม และกุส ฮิดดิงก์ จะทำให้เชลซีเก็บ 3 คะแนน
มิดเดิลส์โบรช์ - ฮัลล์ ซิตี้....เจ้าบ้านมีปัญหากับกองหลัง ระบบทีมยังสู้ฮัลล์ ซิตี ไม่ได้ ทีมเยือนน่าชนะเกมนี้
พอร์ตสมัธ - เวสต์บรอม.... ตัดสินที่เกมรุก ซึ่ง พอร์ตสมัธ ยังดูดีกว่าทางด้านเวสต์บรอม น่าคว้าสามคะแนน
สโตค - นิวคาสเซิล.... อลัน เชียเรอร์ จะประเดิมชัยชนะเกมแรกต่อสโตค ไมเคิล โอเว่น, มาร์ติน คือตัวทีเด็ดของสาลิกา
สเปอร์ส - เวสต์แฮม.... ลอนดอนดาร์บี้ แมตช์ เที่ยวนี้ เชื่อว่าไก่เดือยทองน่าจะคว้าสามคะแนน จากจังหวะเกมรุกที่ดีกว่า เวสต์แฮม
วีแกน - อาร์เซนอล.... ปืนใหญ่ได้นักเตะและความมั่นใจคืนมา นัดนี้บุกเชือด วีแกน เก็บสามแต้ม
วันอาทิตย์ที่ 12 เม.ย. 09
วิลลา-เอฟเวอร์ตัน ...คู่นี้แข่งเวลา 2 ทุ่มตรง เจ้าบ้านออกทะเลมาหลายเกมแล้ว เจอกับทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ ซึ่งเริ่มเข้าฝัก เต็มที่เสมอ และเอฟเวอร์ตันไม่น่าแพ้ วิลล่า
แมนฯซิตี้ – ฟูแล่ม แข่งเวลา 4ทุ่ม 10 นาที ให้เครดิตกับฟูแลมว่าพวกเขาดีขึ้น แต่ปัญหาคือเมื่อเป็นทีมเยือนมักแผ่วปลาย โอกาสแบ่งแต้มมีสูงมาก


บทความโดย "แจ็คกี้" อดิสรณ์ พึ่งยา
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

รู้จักกองหลังดาวรุ่ง จอนนี่ อีแวนส์

"โจนาธาน แกรนท์ อีแวนส์" รู้ัจักกันดีในนาม จอนนี่ อีแวนส์ เซ็นเตอร์แบ๊กดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่แจ้งเกิดอย่างสดใสแล้วในฤดูกาลนี้
เขาเกิดที่ เบลฟาสต์ ประเทศไอร์แลนด์เหนือ ด้วยความสูงที่เหมาะเจาะทำให้เขาพร้อมมากที่จะเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
แต่ความสูงไม่ได้เป็นอุปสรรค เพราะทักษะในการเล่นลูกบนพื้นดินของเขาก็คล่องแคล่วว่องไว ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความแข็งแกร่งของร่างกาย และทักษะที่เฉียบขาดอย่างแท้จริง
อีแวนส์เป็นเด็กฝึกหัดของทีมเยาวชนผีแดง กระทั่งได้เลื่อนสู่ทีมสำรองในฤดูกาล 2005/06 โดยลงเล่น 14 นัด และทำได้ 2 ประตู
ฝีเท้าที่เข้าตาทำให้อีแวนส์ ยังได้มีชื่อในทีมชุดลุยถ้วยยุโรปในฤดูกาลนั้นด้วย รวมถึงได้ซ้อมกับรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ ก่อนจะมีชื่อติดทีมชุดที่เจอกับ ลีลล์ เมื่อเดือนพ.ย. ปี 2005
แต่ด้วยความที่ยังไม่มีที่ว่างสำหรับเขาในทีมชุดใหญ่ทำให้ผีแดงต้องส่งไปหาประสบการณ์กับ รอยัล อันท์เวิร์บ ทีมในเบลเยี่ยมด้วยสัญญายืมตัวก่อนในปี 2006
ผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้เขาขยับขึ้นมาเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือชุดใหญ่เลย ทั้งที่ยังไม่ได้เล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเวทีอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ
จากนั้นฤดูกาล 2006/07 ก็ถูกปล่อยให้ซันเดอร์แลนด์ยืมตัว ซึ่งเขาก็ทำได้ดีไม่แพ้ตอนไปอยู่กับอันท์เวิร์ป เขามีส่วนทำให้ทีมแมวดำแพ้แค่นัดเดียวจากการลงสนาม 19 นัด และพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง
แม้ผลงานที่ยอดเยี่ยมของ อีแวนส์ จะทำให้หลายสโมสรสนใจ แต่เขาก็ตัดสินใจอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2007/08 โดยได้มีส่วนร่วมกับทีมชุดที่พ่าย โคเวนทรี ใน คาร์ลิ่ง คัพ รวมทั้งถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก กับ ดินาโม เคียฟ และเกมเจอโรม่าด้วย โอกาสที่จำกัดจำเขี่ย ทำให้ อีแวนส์ ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้ ซันเดอร์แลนด์ ด้วยสัญญายืมตัวอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมมาถึง กระทั่งปิดฤดูกาล โดยลงสนามไป 16 และช่วยให้ทีมแมวดำคว้าอันดับ 15 รอดตกชั้นได้สำเร็จ เมื่อหมดสัญญายืมตัวเขาก็กลับมายัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และมีสัญญาณดีว่าโอกาสในการเล่นให้ยูไนเต็ดอาจมาถึงแล้ว เพราะอีแวนส์มีส่วนร่วมกับเกมพรีซีซั่น 2008/09 ทุกนัดของ แมนฯ ยูไนเต็ด
อีแวนส์ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกนัดแรกในสีเสื้อของยูไนเต็ดในเกมเจอเชลซี เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2008 โดยได้ลงสนามเพราะเนมันย่า วิดิช เซ็นเตอร์แบ๊กรุ่นพี่โดนแบน
นอกจากนี้เขายังได้ลงมาเป็นสำรองถึง 2 นัดในศึกชิงแชมป์สโมสรโลกที่ญี่ปุ่น โดยได้เล่นนัดชิงแทนที่วิดิชที่โดนไล่ออกในครึ่งหลังด้วย
ในยามที่วิดิช หรือริโอ เฟอร์ดินานด์ มีปัญหาร่างกายไม่พร้อม หรือโดนลงโทษแบนใดๆ ท่านเซอร์ไม่เคยลังเลจะใช้บริการเจ้าหนูอีแวนส์ และเจ้าตัวก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
เช่นเดียวกับในทีมชาติไอร์แลนด์เหนือที่เขากลายเป็นหลักในแนวรับให้ทีมมาตั้งแต่ปี 2006 ตอนที่อายุแค่ 19 ปีเท่านั้้น
แม้อนาคตกำลังจะสดใส แต่ก็เกือบมีเหตุสกัดดาวรุ่ง เมื่อปลายปี 2007 เนื่องจากอีแวนส์ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดีข่มขืนหญิงสาวที่โรงแรมแห่งหนึ่งหลังปาร์ตี้คริสต์มาสของทีมผีแดง
อีแวนส์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวไปสอบสวนก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมา และสุดท้ายก็มีการยืนยันว่าเขาไม่ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดใด
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ:โจนาธาน แกรนท์ อีแวนส์
วันเกิด:2 มกราคม 1988
เกิดที่:เบลฟาสต์, ไอร์แลนด์เหนือ
ตำแหน่ง:เซ็นเตอร์แบ๊ก
ส่วนสูง:188 ซม.
สโมสรปัจจุบัน:แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
หมายเลขเสื้อ:23
สโมสรอาชีพ
ปี2006 - ปัจจุบัน

สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ลงเล่น 11
ประตู -


2006 รอยัล อันท์เวิร์ป (ยืมตัว)
ลงเล่น 14
ประตู 2

2007ซันเดอร์แลนด์ (ยืมตัว)
ลงเล่น 18

ประตู 1
2008 ซันเดอร์แลนด์ (ยืมตัว)
ลงเล่น 15
ประตู -


ทีมชาติ
2004 - 2005
ไอร์แลนด์เหนือ ยู-17
ลงเล่น 7
ประตู -
2006 ไอร์แลนด์เหนือ ยู-21
ลงเล่น 3
ประตู-
2006 - ปัจจุบัน ไอร์แลนด์เหนือ
ลงเล่น16
ประตู1

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 4/9/2009 11:30:55 AM

ผีขยับล่าบุฟฟ่อนแข่งเรือใบ


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวพร้อมยื่นข้อเสนอดึงตัว จานลุยจิ บุฟฟ่อน ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของยูเวนตุสมาเฝ้าเสา แข่งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมเศรษฐีร่วมเมือง ที่เคยแสดงความสนใจเช่นกัน
ตุ๊ตโต้สปอร์ต หนังสือพิมพ์กีฬาในตูิรินรายงานว่าปีศาจแดงพร้อมทำดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์นอกรอบด้วยการร่วมวงไล่ล่าตัวนายทวารทีมชาติอิตาลีของยูเว่มาเฝ้าเสา หลังจากที่ทีมเรือใบสีฟ้า เคยแสดงความสนใจอยากได้ตัวมาก่อนหน้านี้
แม้ทีมผีแดงจะยังมี เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ ยอดนายทวารชาวดัตช์แต่ก็อายุอานามเยอะแล้ว ทำให้พวกเขาลองมองหาตัวเลือกอื่นๆ ให้เลือกใช้ต่อจากเบน ฟอสเตอร์ ประตูชาวอังกฤษ และ โทมัส คุสแซ็ค นายทวารทีมชาติโปแลนด์
อย่างไรก็ดี แม้ยูเว่จะไม่ต้องการปล่อยบุฟฟ่อน แต่หลังจากที่แฟนบอลแสดงความไม่พอใจฟอร์มของจิจี้ ทำให้มีรายงานว่าสโมสรอาจปล่อยตัว หากได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ หรือราว 2,000 ล้านบาท

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2552

ราฟาแขวะเฟอร์กี้กลัวหงส์หัวหด


ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โจมตี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่ากำลังกลัวทีมตัวเองอยู่และชอบพูดมากถึงคู่แข่งนายหัวแห่งแอนฟิลด์ กล่าวก่อนที่จะลงสนามพบกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในเรื่องที่ทางด้านเฟอร์กี้ กล่าวว่าใครก็ตามที่ชนะระหว่างคู่นี้ในแชมเปี้ยนส์ ลีก จะเป็นทีมที่จะได้เจอกับแมนฯ ยูไนเต็ด ในนัดชิง แต่ทางด้าน ราฟา ก็ได้ตอบโต้ทันที "มันไม่ใช่เกมจิตวิทยา ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นเพราะเขากลัวพวกเรา" "ผมไม่ได้มีปัญหากับยูไนเต็ด ซึ่งทั้งเราและเชลซี ก็กลับมาสนใจพรีเมียร์ลีกอีกครั้งหลังเรื่องนี้" "ผมคิดว่าเฟอร์กี้ จะเชียร์ลิเวอร์พูล ในรายการนี้เพราะเขารู้ดีว่าเราน่ากลัวมากกว่าตอนนี้" "ถ้าเรายังอยู่ในรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก บางทีเขาจะคิดว่าเราน่าจะเหนื่อย ถ้าเราไม่ได้เล่นรายการนี้ เขาก็จะคิดว่าเราจะเป็นอุปสรรคในพรีเมียร์ลีก"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

ผีช็อก! ปอร์โต้แสบไล่ตีเจ๊า 2-2 นาทีท้าย


"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงคราวช็อกบ้างเมื่อถูกปอร์โต้ บุกมาตีเสมอในช่วงนาทีสุดท้าย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ถึง 5 นาทีเพิ่งจะได้เฮกับประตูแซงนำของคาร์ลอส เตเวซ หมาดๆ
ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (7 เม.ย.52)
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-2 ปอร์โต้สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ดประตู : 0-1 โรดริเกซ น.4, 1-1 รูนี่ย์ น.15, 2-1 คาร์ลอส เตเวซ น.85, 2-2 มาเรียโน่ น.89
เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์เก่าในฤดูกาลที่แล้ว เปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับมือการมาเยือนของ ปอร์โต้ ทีมแกร่งจากโปรตุเกสที่เคยมีบัญชีแค้นกันมาในปี 2003-04 เพราะฝ่ายหลังบุกมาเฉือนเข้ารอบไปได้ด้วยกฏประตูทีมเยือนในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ คุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนี้ได้ เวย์น รูนี่ย์, เนมันย่า วิดิช และพอล สโคลส์ กลับคืนช่วยทีมหลังติดโทษแบนในเกมลีกทั้งหมด แต่ยังไม่มีริโอ เฟอร์ดินานด์ กับดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ที่มีอาการบาดเจ็บ ส่วนบนม้านั่งสำรองมีชื่อของ เฟเดริโก้ มาเคด้า หัวหอกดาวรุ่งสุดฮอตอยู่ในทีมด้วย แต่เริ่มเกมมาแค่ 4 นาที ปอร์โต้ กลับมาได้ประตูนำไปก่อนอย่าไม่น่าเชื่อ เมื่อ โรนัลโด้ พลาดเสียบอลริมเส้นฝั่งซ้าย คริสเตียน ซาปูนารู เปิดเรียดเข้ามา บอลมาถึงคริสเตียน โรดริเกวซ ซัดด้วยซ้ายผ่านฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าไปตุงตาข่ายให้ทีมได้อเวย์โกล์ 1-0 เจอลูบคมก่อนแบบนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ลุยแหลกทันที และก็มาไล่ตีเสมอได้ในนาทีที่ 15 แบบมีดวงผสม เมื่อ บรูโน่ อัลเวส กองหลังตัวเก๋าจ่ายบอลคืนหลังพลาดโดน รูนี่ย์ ฉกเอาไปยิงผ่าน เอลตัน แบบง่ายดายให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1 แต่หลังจากนั้น ปอร์โต้ ก็เกือบจะยิงได้ถึง 2 ที จากการวอลเล่ย์ของ โรดริเกวซ ต่อด้วยลูกโขกของ ราอูล เมยเรเลส จากระยะ 6 หลาแต่ก็ตรงตัว ฟาน เดอร์ ซาร์ ก่อนที่รูปเกมทางทีมเยือนจะไม่เป็นรองเจ้าบ้านเลย ปอร์โต้ ยิ่งเล่นยิ่งดีเป็นฝ่ายบุกได้อย่างน่ากลัวทีเดียว แต่ก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายก็เลยยังเสมอกันอยู่ในครึ่งแรก ครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ดูดีขึ้นโดยขอทักทายก่อนจากลูกยิงไกลของ พาร์ค ในนาทีที่ 50 ก่อนที่ เอลตัน จะต้องออกแรงเซฟสวยๆถึง 2 ครั้ง เมื่อ รูนี่ย์ ลองลักไก่ชิพบอลกะให้ข้ามหัวเสียบใต้คานก็ยังปัดได้ ก่อนที่จะปัดลูกโขกเน้นๆของ วิดิช ข้ามคานออกไป เกมลุยแลกกันมาเรื่อยๆ โดยที่แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ยอมท้อบุกต่อเรื่อยๆ และก็มาได้รางวัลความพยายามในนาทีที่ 85 เมื่อได้จังหวะของ รูนี่ย์ ที่ดีดส้นในเขตโทษต่อมาให้ เตเวซ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ปรี่เข้าชาร์จหน้าประตูเข้าไปให้ ปีศาจแดง แซงนำ 2-1 มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วสำหรับเจ้าบ้าน แต่ก่อนหมดเวลานาทีเดียวก็เกิดเรื่องช็อกโอลด์ แทรฟฟอร์ด จนได้เมื่อ ลิซานโดร โลเปซ เปิดบอลเข้ามาในเขตโทษ ลูกแฉลบ จอห์น โอเช ก่อนจะมาเข้าทาง มาเรียโน่ ตัวสำรองเก็บบอลได้ก่อนจะส่งบอลผ่าน ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่กะจังหวะรับบอลพลาดด้วย ทำให้ปอร์โต้ ตีเสมอได้ 2-2 และทำให้พกความได้เปรียบในเกมที่ 2 ที่จะไปดวลกันอีกครั้งที่ เอสตาดิโอ ดราเกา ในสัปดาห์หน้า รายชื่อผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, จอห์น โอเช, เนมันย่า วิดิช, จอนนี่ อีแวนส์ (แกรี่ เนวิลล์ น.72) , ปาทริซ เอวร่า, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์, ไมเคิล คาร์ริค, พอล สโคลส์ (คาร์ลอส เตเวซ น.72) , คริสเตียโน่ โรนัลโด้, พาร์ค ชี ซอง (ไรอัน กิ๊กส์ น.59) , เวย์น รูนี่ย์
ปอร์โต้ : เอลตัน, คริสเตียน ซาปูรานู, โรลันโด้, บรูโน่ อัลเวส, อาลี ซิสโซโก้, ลูโช่ กอนซาเลซ, เฟร์นานโด, ราอูล เมยเรเลส (โทมัส คอสต้า น.79, อันเดรส มาดริด น.90) , ลิซานโดร โลเปซ , ฮัลค์, คริสเตียน โรดริเกวซ (มาเรียโน่ น.80)
ผู้ตัดสิน : คอนราด เพลาซ์

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552

กีโก้ มาเคด้า "ประตูนี้เพื่อพ่อ"


โหนกระแสความดังต่อเนื่องของ เฟเดริโก้ มาเคด้า ดาวยิงอิตาเลียนวัยกระเตาะที่แจ้งเกิดอย่างยิ่งใหญ่ หลังยิงประตูชัยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าชัยเหนือแอสตัน วิลล่า 3-2 ซึ่งถือเป็น 3 แต้มที่มีค่ายิ่ง
ทุกอย่างเหมาะเจาะเหมือนปูทางมาให้มาเคด้าได้เปิดตัว เมื่อในเกมดังกล่าว ทีมผีแดงไม่มี เวย์น รูนี่ย์ ที่โดนแบน แถม ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ก็เจ็บ
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งดูแลทีมสำรองอยู่ึจึงรีบรายงานเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้ดึงเด็กปั้นของเขาไปใช้งานได้ เพราะฟอร์มกำลังเข้าฝัก หลังเพิ่งระเบิดแฮตทริกในเกมที่ทีมสำรองเสมอกับ นิวคาสเซิ่ล 3-3 เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว
เฟอร์กี้จึงตัดสินใจใส่ชื่อดาวยิงอิตาเลี่ยนไว้เป็นสำรองในเกมกับวิลล่าด้วย ซึ่งมาเคด้า ไม่ได้ทำให้โซลชาเสียชื่อ และไม่ทำให้เซอร์ รวมทั้งแฟนผีต้องผิดหวัง แต่เบื้องหลังความสำเร็จของเจ้าหนูเฟเดริโก้ ต้องไม่ลืม พ่อ ผู้มีพระคุณสูงสุด ซึ่งยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายมีวันนี้
หลายคนคงจำติดตากับช็อตต่อเนื่องหลังจากที่เฟเดริโกพังประตูได้ เขาไม่ได้ยินดีกับเพื่อนๆ ในสนามเพียงอย่างเดียว แต่ยังวิ่งหน้าตั้งไปหา ปาสกวาเล่ มาเคด้า พ่อที่มานั่งเชียร์อยู่ที่ข้างสนามด้วย
สองพ่อลูกชาวอิตาเลี่ยนกอดกันกลม ขณะที่ผู้บิดาปลาบปลื้มถึงกับหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาอย่างไม่อายใคร บ่งบอกถึงความรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคจนมาถึงวันนี้ด้วยกัน
ย้อนกลับไปสมัยยังปากกัดตีนถีบในอิตาลี ปาสกวาเล่ พยายามสนับสนุนให้ลูกชายคนโตได้เป็นนักเตะอาชีพเพราะเห็นแวว ถึงขนาดลาออกจากงานประจำ ตอนลูกอายุ 6 ขวบ เพื่อคอยรับส่งลูกไปทดสอบฝีเท้า
ใช้เวลาไม่นานก็มีแมวมองสะดุดตา และเรียกตัวไปฝึกหัดกับทีมเยาวชนลาซิโอตั้งแต่อายุ 10 ขวบ
ปาสกวาเล่ผู้พ่อเริ่มต้นทำงานเป็นยามรักษาความปลอดภัยเวรดึก เพื่อจะได้ขับรถรับส่งลูกไปศูนย์ซ้อมได้หลังเลิกเรียนได้ เท่ากับว่าเขาจะได้นอนแค่นิดเดียวเท่านั้น
รายได้ของยามมีเล็กน้อย ทำให้แต่ละวันเขาจึงจำกัดค่าใช้จ่ายแค่ 10 ยูโร เริ่มจากจ่ายค่าน้ำมันรถ 6 ยูโร ค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์อีก 1.50 ยูโร และที่เหลือเอาไว้ซื้อแซนด์วิช และกาแฟกินระหว่างรอลูกซ้อม
ในกลุ่มเด็กๆ ที่เข้ามารับการฝึกหัดกับลาซิโอทั้ง 33 คน เฟเดริโก้โดดเด่นเหนือใคร เมื่ออายุ 17 ปี เขาก็สูงถึง 6 ฟุต ขณะที่ฟอร์มการเล่นไม่ต้องพูดถึง
แต่ตามกฎของอิตาลีแล้ว ห้ามนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปี เซ็นสัญญาอาชีพ เปิดช่องให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามา และยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ให้
เดวิด วิลเลี่ยมส์ แมวมองในอิตาลีของแมนฯ ยูไนเต็ด รีบแจ้งให้มาร์ติน เฟอร์กูสัน ลูกชายของท่านเซอร์บินมาเจรจาต่อรอง ก่อนจะยินดีทำตามความต้องการของเจ้าหนู ในการมอบตำแหน่งงานให้พ่อ และดูแลค่าใช้จ่ายในการพาครอบครัวของเขาทุกคนไปอังกฤษ
เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณพ่อปาสกวาเล่ คุณแม่ โลเรเดน่า และซิโมเน่ น้องชายวัย 15 จึงได้ร่วมกันเสียสละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่กับเฟเดริโก้ที่แมนเชสเตอร์ แต่ทุกคนทำด้วยความยินดียิ่ง
ปาสกวาเล่ ผู้บิดากล่าวหลังจากที่ลูกเป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืนว่า "นับตั้งแต่เขาเป็นเด็ก ผมเฝ้าดูผลงานของลูกและคิดว่าเขาเหมือนมาร์โก แวน บาสเท่น"
"ในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมากับยูไนเต็ด เขาพัฒนาตัวเองมาก ทั้งร่างกายและเทคนิค พวกเขาช่วยพัฒนาลูกผมได้ดีเยี่ยม"
"ตอนยูไนเต็ดนำวิลล่า 2-1 ตอนนั้นผมคิดว่าคงไม่มีโอกาสที่ลูกผมจะได้ลงสนาม แต่ทันใดนั้นก็มีคนบอกว่า ดูสิเขาอยู่นั่น"
"ผมขยี้ตาตัวเองเพราะเขาทำเหมือนว่าได้ลงเล่นกับทีมชุดนี้มาเป็นปีๆ แล้ว เขาลงเล่นเคียงข้างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เหมือนกับมือโปรยังไงยังงั้น"
"ตอนที่เขายิงได้ ผมเบลอไปเลย ผมไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ตลอดหลายปีนี้ผมเฝ้าเพียรถามเขาว่าเมื่อไหร่จะอุทิศประตูที่ทำได้ให้ผมเสียที"
"เมื่อวันอาทิตย์ เขาก็ไม่ได้บอกอะไรผม แต่เขาไม่จำเป็นต้องพูดหรอก สายตาที่มองมามันบอกทุกอย่างแล้ว" นี่คือความในใจของคุณพ่อ ปาสกวาเล่ มาเคด้า ซึ่งทำให้เรารู้ว่า กว่าจะมีวันนี้ได้ นอกจากกีโก้จะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนักแล้ว ครอบครัวของเขายังเสียสละ และช่วยเหลือผลักดันเป็นอย่างดีด้วย
เรียกได้ว่าทุกอย่างที่ร่วมใจกันฝ่าฟันมา ไม่ได้เสียเปล่า เพราะตอนนี้ เฟเดริโก้ มาเคด้า คือดาวดวงใหม่ที่จรัสแสงเต็มที่ พร้อมจะเป็นซูเปอร์สตาร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว


ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

ป๋าติดใจจับกิโก้นั่งสำรองเกมฉะปอร์โต้

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บิ๊กบอส แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชักติดใจในฝีเท้าของ เฟเดริโก้ มาเชด้า ดาวยิงวัยละอ่อนชาวอิตาเลียน ขึ้นมาเสียแล้ว ล่าสุดเปรยเตรียมส่งชื่อเป็นตัวสำรองในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย กับ เอฟซี ปอร์โต้ วันอังคารนี้ แน่นอน
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับ เตรียมใส่ชื่อของ เฟเดริโก้ มาเชด้า กองหน้าดาวรุ่งชาวอิตาเลียน เป็น 1 ในขุนพลชุดทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่พบกับ เอฟซี ปอร์โต้ ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันอังคารที่ 7 เมษายนนี้ หลัง ดาวยิงวัย 17 ปี เพิ่งสร้างชื่อด้วยการซัดประตูชัยพา "ปีศาจแดง" พลิกกลับมาเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เฟอร์กูสัน กล่าวว่า "ผมคิดว่าเขาจะได้มีส่วนร่วมบนม้านั่งสำรอง ผมได้ เวย์น รูนี่ย์ กลับมา ซึ่งถือเป็นโบนัสก้อนใหญ่สำหรับเรา แต่มันคงเป็นเรื่องยากที่จะตัดชื่อเขาทิ้งไปไม่ใช่หรือ? เราต้องมานั่งตอบคำถามทุกครั้งที่เราดึงนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ พวกเขามีภาวะอารมณ์ที่เหมาะสมหรือไม่?"

"กับแฟนบอลจำนวน 76,000 คนที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ลงเล่นเพื่อขึงเกมอย่างที่เราเล่นในวันอาทิตย์ มันเป็นข้อเรียกร้องที่มากเกินไปสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ด้วยความเคารพเรามั่นใจในตัว กิโก้ เขาเป็นแค่นักเตะดาวรุ่ง และเขายังไม่อายุไม่ครบ 18 ปีจนกว่าจะถึงเดือนสิงหาคม เขาก็เหมือนกับนักเตะดาวรุ่งคนอื่นๆ นั่นแหละ ซึ่งชอบอ่านเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวเอง"

"แต่ กิโก้ มีทัศนคติทางด้านจิตใจที่จะจัดการกับมันได้ เขาจำเป็นต้องมองดูตัวอย่างที่ ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลส์ และ แกรี่ เนวิลล์ ได้วางเอาไว้ พวกเขาเป็นตัวอย่างชั้นยอด แม้เด็กรุ่นอ่อนกว่าอย่าง จอห์น โอเช และ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ต่างก็เป็นบุคคลที่สุดยอดในเรื่องที่ว่าพวกเขาใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างไร" บิ๊กบอสโรงละครแห่งความฝัน ทิ้งท้าย

ข้อมูล : siamsport

ผีเต็มสูบ!ซดแข้งปอร์โต้ชปล.คืนนี้

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คืนนี้ "แชมป์เก่า" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมจากอังกฤษ มีข่าวดีเมื่อจะได้ 3 ตัวหลัก เวย์น รูนี่ย์, พอล สโคลส์, เนมานย่า วิดิช กลับสู่ทีมอีกครั้งในการซดแข้ง เอฟซี ปอร์โต้ จากโปรตุเกส ไปติดตามความพร้อมทั้งสองทีมครับ
ปรีวิวยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2008/09
รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก
วันอังคารที่ 7 เมษายน 2552
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) - เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด, แมนเชสเตอร์
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีขุมกำลังที่ดีขึ้นมากกว่าเกมลีกนัดชนะ แอสตัน วิลล่า 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำหรับเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2008/09 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก พบ เอฟซี ปอร์โต้ ทีมดังของโปรตุเกส วันอังคารนี้ โดยที่จะได้แข้งตัวหลักกลับคืนทีมหลายราย
เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ, พอล สโคลส์ จอมทัพตัวเก๋า และ เนมานย่า วิดิช ปราการหลังจอมแกร่ง ที่ติดโทษแบนพร้อมกันในเกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ จะกลับมาลงเผชิญหน้ากับ ปอร์โต้ ได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ กองหน้าทีมชาติบัลแกเรีย มีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้า ต้องพักราว 2 สัปดาห์ หมดสิทธิ์เล่นเกมนี้ ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังตัวหลัก ก็ไม่น่าจะฟิตทันลงสนามเช่นกัน หลังยังไม่อาจลงสนามฟิตซ้อมกับทีมได้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
นอกจากนั้น อันแดร์สัน กองกลางดาวรุ่งแซมบ้า ที่เจ็บเข่าระหว่างลงซ้อมกับทีมชาติบราซิล หมดสิทธิ์ช่วยทีมในเกมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เช่นกัน หลังจากไม่ได้ซ้อมเมื่อวันจันทร์
สำหรับ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ กองกลางทีมชาติอังกฤษ เจ็บหัวเข่าพักยาว และ ราฟาเอล ดา ซิลวา แบ็กดาวรุ่งก็ยังไม่หายเจ็บกลับมาเช่นกัน ส่วน เฟเดริโก้ มาเคด้า เจ้าหนูดาวรุ่งที่ประเดิมสนามสุดกระหึ่มเมื่อวันอาทิตย์ ฟิตสมบูรณ์เต็มที่ แต่ต้องลุ้นว่า เซอร์ อเล็กซ์ จะใส่ไว้ในรายชื่อ 7 ตัวสำรองหรือไม่
เซอร์ อเล็กซ์ น่าจะจัดทีมในระบบ 4-5-1 ตามสูตรเน้นปลอดภัยที่ใช้ในเวทียุโรป นายทวารเป็น เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ แบ็กขวาใช้ จอห์น โอเช คู่เซนเตอร์แบ็กเป็น เนมานย่า วิดิช กับ จอนนี่ อีแวนส์ ส่วนแบ็กซ้าย ปาทริซ เอวร่า คงเดิม
กองกลางเป็น ไมเคิ่ล คาร์ริค, พาร์ค ชี-ซอง, พอล สโคลส์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ไรอัน กิ๊กส์ โดยมี ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เป็นตัวสอดแทรกในกรณีที่ กิ๊กส์ คุณน้าวัย 35 ไม่พร้อมลงเล่น 2 นัดในรอบ 3 วัน ขณะที่หน้าเป้าส่ง เวย์น รูนี่ย์ ลงรับผิดชอบตำแหน่ง แต่ รูนี่ย์ ต้องระวังใบเหลือง เนื่องจากติดคาดโทษอยู่แล้ว
ปอร์โต้ ของ เชซูอัลโด้ แฟร์ไรร่า ไม่แพ้ให้กับคู่ต่อสู้มา 10 นัดติดต่อกันแล้ว และนำเป็นจ่าฝูงของลีกโปรตุเกสอยู่ในปัจจุบัน
ความพร้อมในเกมนี้จะได้สองผู้เล่นสำคัญอย่าง เฟร็ดดี้ กัวริน กองกลางโคลอมเบีย หายเจ็บกลับมา ในส่วนของ ลิซานโดร โลเปซ หัวหอกตัวเก่งที่ปัจจุบันรั้งรองดาวซัลโวของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกพ้นโทษแบนกลับมา หลังชวดลงเล่นนเกมบุกเอาชนะวิตอเรีย กิมาไรส์ 3-1 เมื่อวันเสาร์ ดังนั้นสภาพร่างกายค่อนข้างสมบูรณ์เลยทีเดียว
ขณะที่ คริสเตียน โรดริเกซ กับ ลูโช่ กอนซาเลซ สองกองกลางคนสำคัญ ที่เป็นแค่สำรองในเกมดังกล่าวจะกลับมายึดตัวจริงในเกมนี้เช่นเดียวกับ บรูโน่ อัลเวส กองหลังทีมชาติโปรตุเกสมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยน่าจะลงเล่นได้
ในกลุ่มของ ฮอร์เก้ ฟูซิเล่ แบ็กซ้ายอาร์เจนไตน์ และ เปโดร เอ็มมานูเอล กองหลังกัปตันทีมชาวโปรตุเกส ยังเจ็บอยู่ นอกจากนั้น คริสเตียน ซาปูรานู กองหลังตัวเก่ง ก็มีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้า ต้องประเมินความฟิตอีกครั้งว่า จะสามารถลงช่วยทีมในเกมกับ "ปีศาจแดง" ได้หรือไม่
เอฟซี ปอร์โต้ จะใช้ระบบ 4-3-2-1 นายทวารเป็น เฮลตัน กองหลังประกอบด้วย มิลาน สเตปานอฟ, โรลันโด้, บรูโน่ อัลเวส และ อาลี ซิสโซโก้ กองกลางใช้ โทมัส คอสต้า, ลูโช่ กอนซาเลซ และ ราอูล เมยเรเลส เป็นสามตัวกลาง ให้ คริสเตียน โรดริเกวซ เดินเกมรุกกับ มาเรียโน่ กอนซาเลซ เพื่อสนับสนุน ลิซานโดร โลเปซ หัวหอกตัวเป้ารายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-5-1) : เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์, จอห์น โอเช, เนมานย่า วิดิช, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอวร่า คงเดิม, ไมเคิ่ล คาร์ริค, พาร์ค ชี-ซอง, พอล สโคลส์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ไรอัน กิ๊กส์ (ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์), เวย์น รูนี่ย์
เอฟซี ปอร์โต้ (4-3-2-1) : เฮลตัน, มิลาน สเตปานอฟ, โรลันโด้, บรูโน่ อัลเวส, อาลี ซิสโซโก้, โทมัส คอสต้า, ลูโช่ กอนซาเลซ, ราอูล เมยเรเลส, คริสเตียน โรดริเกวซ, มาเรียโน่ กอนซาเลซ, ลิซานโดร โลเปซ
ผู้ตัดสิน : คอนราด เพลาท์ซ (ออสเตรีย) บ่อนเชื่อผีไม่พลาดอัด1-0,2-0
แล็ดโบร๊กส์ บริษัทรับพนันถูกกฎหมายของเมืองผู้ดี เปิดราคาสำหรับผลการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด-เอฟซี ปอร์โต้ วันอังคารนี้ โดยกำหนดให้สกอร์ที่ทีม "ปีศาจแดง" จะชนะ 1-0 หรือ 2-0 เป็นสกอร์ที่จ่ายต่ำสุดเท่ากันที่ 11/2 (แทง 2 จ่าย 11 ไม่รวมทุน)
ส่วนสกอร์เสมอ 1-1 หรือ ทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ชนะ 2-1 จ่ายที่ 7/1 เท่ากัน ตามมาด้วยสกอร์ 3-0 จ่ายเท่ากับผลเสมอ 0-0 ที่ 8/1
โอกาสที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะ 3-1 ยังจ่ายเพียง 10 เท่า ต่ำกว่าโอกาสที่ทีมเยือนจะบุกมาพลิกชนะด้วยสกอร์ 1-0 มีผลตอบแทนสูงถึง 12/1 เลยทีเดียว รูน,โด้เต็งหนึ่งเบิกสกอร์
ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สองแนวรุก แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกยกเป็นเต็ง 1 ร่วมที่จะทำประตูแรกในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ทีมของเขาจะเปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ เอฟซี ปอร์โต้ วันอังคารนี้ โดยแล็ดโบร๊กส์ เปิดราคาไว้เท่ากันที่ 9/2 (แทง 2 จ่าย 9 ไม่รวมทุน)
ส่วน คาร์ลอส เตเวซ มีราคาอยู่ที่ 11/2 ตามมาด้วย แดนนี่ เวลเบ็ค กับ ไรอัน กิ๊กส์ อยู่ที่ 8/1 เท่ากัน ซึ่งเท่ากับโอกาสไม่มีสกอร์ในเกมนี้ ขณะที่ นานี่ ตามมาที่ 10/1 ตรงข้ามกับความหวังของทีมเยือนจ่ายสูงถึง 14/1 ไม่ว่าจะเป็น เอร์เนสโต้ ฟารีอัส, คริสเตียน โรดริเกซ และ ทาริค เซ็คเทอุย

ข้อมููล : siamsport

กิโก้ยังแรง!ซันเผย15เรื่องคลุกวงใน


คนจะดังอะไรก็ฉุดไม่อยู่ "เดอะ ซัน" สื่อจอมแฉเมืองผู้ดี เผยข้อมูล 15 เรื่องคลุกวงใน เฟเดริโก้ มาเคด้า ศูนย์หน้าดาวรุ่งพุ่งแรงของแมนฯยูไนเต็ด หลังจาก ''กิโก้'' ประเดิมสนามได้อย่างสุดยอด พังประตูชัยพาทีมพลิกชนะ แอสตัน วิลล่า 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
หลังจากสวมบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ลงมาเป็นตัวสำรองแล้วซัดประตูชัยพาทีมพลิกเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมกับยึดจ่าฝูงคืนมาได้สำเร็จ ''กิโก้'' เฟเดริโก้ มาเคด้า หัวหอกดาวรุ่งชาวอิตาลีก็ดังเป็นพลุแตกเพียงข้ามคืน
ก่อนหน้านี้สาวก ''ปีศาจแดง'' หลายราย ยังไม่เคยได้ยินชื่อมาเคด้ามาก่อน แต่ เซอร์ อเล็กซ์ ก็สร้างเซอร์ไพรส์ใส่ชื่อดาวรุ่งวัย 17 เอาไว้ในม้านั่งสำรองของเกมกับแอสตัน วิลล่า ก่อนที่มาเคด้าจะลงสนามในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายและกลายเป็นฮีโร่ให้ต้นสังกัดในทันที
15 เรื่องคลุกวงใน ''กิโก้'' มาเคด้า โดย เดอะ ซัน
1. เกิดที่กรุงโรม ในวันที่ 22 ส.ค. 1991 เท่ากับว่ามาเคด้ายังไม่เคยเห็นลิเวอร์พูลครองแชมป์ลีกมาก่อนเลยในชีวิต
2. เริ่มต้นเส้นทางนักฟุตบอลกับลาซิโอ ทีมในเมืองเกิด
3. เข้าร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด หลังฉลองวันเกิดครบรอบ 16 ขวบ ไม่นานนัก และครอบครัวของเขาก็ย้ายมาตั้งรกรากที่อังกฤษทันที
4. แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเซ็นสัญญากับเพื่อนของกิโก้ อย่าง ดาวิเด้ เปตรุชชี่ กองกลางชาวอิตาเลียนมาจากโรม่า ในเวลาต่อมา
5. นิกเนมของมาเคด้าในหมู่เพื่อนร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด คือ ''กิโก้''
6. สิ่งที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับมาเคด้า ที่สุดอย่างหนึ่งหลังจากเข้าร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด คือการได้รับประทานอาหารร่วมกับสตาร์พันล้านอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, ไรอัน กิ๊กส์ ฯลฯ เป็นประจำในห้องอาหารของสโมสร
7. ยิงประตูประเดิมสนามได้ทันที ในการลงเล่นทีมเยาวชนของสโมสร เมื่อซัดประตูโทนชนะบาร์นสลี่ย์ 1-0 เมื่อ ก.ย. 2007
8. เล่นทีมสำรองนัดแรกในเดือน ก.พ. 2008 นัดแพ้ลิเวอร์พูล 0-2 ด้วยการลงสำรองนาที 68 แทน เคราร์ด ปิเก้
9. เซ็นสัญญาค้าแข้งอาชีพกับแมนฯ ยูไนเต็ด ในวันเกิดครบรอบ 17 ปี
10. เป็นส่วนหนึ่งของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ชุดแชมป์แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ ปีที่แล้ว
11. ลงเล่นให้ทีมสำรองของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในซีซั่นนี้ ด้วยการเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าคนเดียว อย่างสม่ำเสมอ
12. ยิงแฮตทริกใส่นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในเกมสำรองที่เสมอกัน 3-3 สัปดาห์ที่แล้ว
13. ถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ใส่ชื่อไว้ในสมาชิกทีมชุดลงเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เนื่องจาก เซอร์ อเล็กซ์ มองว่ากิโก้จะสามารถสร้างความฮือฮาได้ในช่วงท้ายๆ
14. ติดทีมชาติอิตาลี ชุดอายุต่ำกว่า 18 ปี แล้ว
15. ในเว็บไซต์ Facebook ของเจ้าตัว ระบุสถานะไว้เมื่อวันศุกร์ว่า ''MUFC v Aston Villa... watch it!''
โด้ร่วมยินดีมาเคด้าแจ้งเกิดได้
ขณะเดียวกัน โรนัลโด้ ยังได้แสดงความดีใจไปถึง เฟเดริโก้ มาเคด้า ด้วยที่สร้างชื่อได้เช่นเดียวกับตน พร้อมชี้หากสตาร์ชาวเมืองมะกะโรนีรับฟังคำชี้แนะจากรุ่นพี่ก็จะเอาดีได้แน่
โรนัลโด้ซึ่งประเดิมลงเล่นให้ปีศาจแดงชุดใหญ่ในเกมบู๊กับ โบลตัน ปี 2003 ได้เอ่ยถึงศูนย์หน้าดาวจรัสแสงดวงใหม่ของสโมสรว่า ''เขาทำให้ผมหวนนึกไปถึงวันที่ผมได้เริ่มต้นเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการเล่นให้สโมสรแห่งนี้ ดังนั้นผมจึงเข้าใจความรู้สึกตอนที่เขายิงประตูได้เมื่อวาน''
''มันเป็นหนึ่งในวันที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา เขายังหนุ่ม และยังสามารถพัฒนาไปได้อีก ผมจึงยินดีไปกับเขาด้วยที่มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่''
ดาวดังทีมชาติโปรตุเสเสริมอีกว่า ''ผมได้รับการสนับสนุนที่ดีจากนักเตะรุ่นพี่ นับตั้งแต่ผมได้ลงสนาม ผมจึงคาดว่าเฟเดริโก้จะได้รับความช่วยเหลือเช่นเดียวกับผม ผมอยากให้นักเตะหนุ่มเดินตามรอยเท้าผมเช่นกัน เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องทำตัวให้เหมาะสม และชาญฉลาด'' เจ้าของผลงาน 42 ประตูเมื่อปีก่อนกล่าว
เผยกิโก้ฮอตสาวรุมชักภาพ
เฟเดริโก้ ''กิโก้'' มาเคด้า หอกดาวรุ่งดวงใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากจะฮอตในสังเวียนแล้ว ยังฮอตนอกสังเวียนอีกด้วย เมื่อปรากฏภาพสาวๆ สุดสบึมส์ รายล้อมหัวหอกวัย 17 อย่างชิดใกล้ ในระหว่างถ่ายรูปร่วมกัน
หนังสิอพิมพ์เดลี่ เมล์ เผยภาพนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจาก กิโก้ ลงประเดิมสนามกับแมนฯ ยูไนเต็ด อย่างสุดกระหึ่ม ด้วยการยิงประตูชัยในช่วงทดเจ็บเฉือนชนะ แอสตัน วิลล่า 3-2 พาทีมขึ้นรั้งจ่าฝูงอีกครั้ง
เดลี่ เมล์ ระบุว่า ภาพนี้ได้มาจากเว็บไซต์ Facebook ของเจ้าตัว ซึ่งภายใน Facebook ส่วนตัวของกิโก้ ยังมีการลงภาพที่ถ่ายร่วมกับสตาร์รุ่นพี่ ''ปีศาจแดง'' หลายราย ทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ นานี่ อยู่ด้วย
นอกจากนี้ยังมีการเผยข้อมูลว่า หลังจากที่ กิโก้ มีเพื่อนใน Facebook อยู่เพียง 600 กว่าคนก่อนเกมกับแอสตัน วิลล่า มาเวลานี้เจ้าตัวมีเพื่อนเพิ่มขึ้นถึง 16,814 คนแล้ว



ข้อมูล : siamsport

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

ป๋าเผยส่งกิโก้บู๊วิลล่าเพราะฟอร์มแรงเกินห้ามใจ



เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด เผยฟอร์มอันร้อนแรงในทีมสำรองของ เฟเดริโก้ มาเชด้า โดยเฉพาะการกระหน่ำแฮตทริกใส่ นิวคาสเซิ่ล ทำให้เขาต้องใส่ชื่อ ดาวรุ่งชาวเมืองมะกะโรนี ไว้บนม้านั่งสำรองในเกมเชือด แอสตัน วิลล่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า การทำแฮตทริกในเกมกับทีมสำรองของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีส่วนทำให้เขาตัดสินใจเรียก เฟเดริโก้ มาเชด้า กองหน้าดาวรุ่งชาวอิตาเลียน ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในเกมกับ แอสตัน วิลล่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนที่ เจ้าตัว จะสวมบทยิงประตูชัยในนาทีที่ 93 ให้ "ปีศาจแดง" เฉือน วิลล่า หวุดหวิด 3-2

เฟอร์กี้ ท้าทาย มาเชด้า โดยให้คำมั่นว่า จะใส่ชื่อเขาเอาไว้ในทีมชุดที่พบกับ แอสตัน วิลล่า หากทำผลงานได้ดีในเกมกับทีมสำรองของ นิวคาสเซิ่ล และดาวยิงวัย 17 ปี ก็ตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการกระหน่ำแฮตทริก ซึ่งทำให้สถิติถล่มตาข่ายในทีมสำรองของเขาพุ่งขึ้นเป็น 10 ประตูจาก 16 นัดเลยทีเดียว

เซอร์ อเล็กซ์ กล่าวว่า "ผมบอกให้ โอเล่ (โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือทีมสำรอง แมนฯ ยูไนเต็ด) บอกกับเขาเมื่อวันจันทร์ที่แล้วว่า เขาอาจจะมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมเมื่อวาน (วันอาทิตย์) จากนั้นเขาก็ทำแฮตทริก นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจส่งเขาลงเล่นก่อน แดนนี่ เวลเบ็ค การลงเล่นต่อหน้าผู้ชม 76,000 คน เป็นข้อเรียกร้องที่ยิ่งใหญ่มาก"

"แต่ผมเคยเห็นเขาในการฝึกซ้อม และในเกมของทีมสำรอง รวมถึงในการรับมือกับสถานการณ์บางอย่างมากแล้ว กระนั้นนักเตะดาวรุ่งจะต้องพบกับความท้าท้ายที่สโมสรแห่งนี้อยู่แล้ว มันเป็นประตูที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม แต่สำหรับประตูอย่างนี้ คุณย่อมพร้อมจะรอจนถึงช่วงท้ายๆ เพราะมันงดงามมาก" จอมคนเลือดสกอต ทิ้งท้าย

จากสยามสปอร์ต


ริโอฟื้นไม่ทันชวดช่วยผีดวลปอร์โต้


ริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังคนสำคัญของทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ขาหนีบและจะพลาดในเกมลงเล่นพบกับปอร์โต้ ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คืนนี้กองหลังวัย 30 ปี มีปัญหาอาการบาดเจ็บที่หลังรบกวนมาตลอดในฤดูกาลนี้ ซึ่งในเกมล่าสุดที่ชนะแอสตัน วิลล่า มาแบบสุดมัน 3-2 ก็ไม่สามารถลงช่วยทีม ทำได้เพียงแค่นั่งมองจากบนอัฒจันทน์เท่านั้น สำหรับในเกมกับ ปอร์โต้ ก็เป็นอีกนัดที่เฟอร์ดินานด์ ยังไม่สามารกลับมาลงสนามได้ แต่ไม่ใช่อาการที่หลัง กลับเป็นอาการที่ขาหนีบ ทำให้เฟอร์กี้ ไม่ใส่ชื่อลงเล่นด้วย แต่คาดว่าจะสามารถกลับมาเล่นได้อีกครั้งในเกมพรีเมียร์ลีกกับซันเดอร์แลนด์ สุดสัปดาห์นี้ แต่สำหรับรายของ เนมันย่า วิดิช, พอล สโคลส์ และเวย์น รูนี่ย์ ที่ไม่ได้ลงเล่นในเกมกับวิลล่า จะสามารถกลับมาลงเล่นในเกมนี้ได้ เนื่องจากไม่ติดโทษแบนในเกมยุโรปด้วยแต่อย่างใด
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

โด้เมินข่าวลือย้ายทีมยันภักดีผีเหมือนเดิม


คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกเทพทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันชัดเจนว่ายังมีความสุขดีอยู่กับทีมเดิม แม้จะเริ่มมีข่าวเรื่องการย้ายทีมผุดขึ้นรายวันอีกครั้งมีรายงานข่าวตลอดสุดสัปดาห์ว่าทางด้าน "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด สโมสรที่โรนัลโด้ เคยยอมรับว่าเป็นหนึ่งในดวงใจและเคยพยายามดิ้นรนให้ได้ย้ายทีมในปีที่แล้ว กลับมาตามตื้ออีกครั้ง แต่ทางด้าน โรนัลโด้ ก็ได้ยืนยันถึงความภักดีของตัวเอง "ผมมีความสุขดีที่สโมสรแห่งนี้ ผมคิดว่านี่คือสโมสรที่ถูกต้องสำหรับผมแล้ว"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล