







ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก (29 เม.ย.52)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 อาร์เซนอล
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู : 1-0 จอห์น โอเช น.17
ศึกใหญ่อีกนัดสำหรับรอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นการพบกันของสองทีมจากอังกฤษ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาในทศวรรษที่แล้วอย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า กับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อดีตรองแชมป์ในปี 2006
ด้วย ความสำคัญของสองทีมทำให้ทั้งเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และอาร์แซน เวนเกอร์ สองยอดกุนซือส่งทีมชุดใหญ่ลงสนามพร้อมเพรียงกัน แต่ก็มีการปรับหมากในบางตำแหน่งเพื่อให้เหมาะสมกับแท็คติก
แต่ยัง ไม่ทันไรแค่เริ่มเกมมานาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เกือบจะได้เฮก่อนทันทีเมื่อ รูนีย์ ได้ลองเทคตัวขึ้นโขกในเขตโทษ บอลย้อยเหมือนไม่มีอันตรายแต่ก็ทำเอาอัลมูเนีย ต้องผวาปัดออกไปก่อนบอลจะตกเข้าเส้นประตู
จากนั้นทางด้านแชมป์เก่า ก็เป็นฝ่ายที่ครองเกมได้เหนือกว่า เรียกว่ากันเนอร์ส ยังตั้งเกมไม่ได้เลยในช่วง 10 นาทีแรก จนมาได้เซ็ตเกมครั้งแรกเมื่อเซสก์ ไหลให้วัลค็อตต์ เติมไปสวยทางขวาแต่เปิดเข้ามาไม่ผ่านวิดิช
ช็อตนี้ ทำให้อาร์เซนอล เริ่มตั้งตัวติดและเกมก็สนุกขึ้นตามไปด้วย แต่ว่าก็เป็นทางแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำได้น่ากลัวกว่าและน่าจะได้ประตูขึ้นนำจริงๆเมื่อ เตเวซ ได้เข้าชาร์จเหน่งๆในเขตโทษจากการเปิดเรียดของโอเช แต่อัลมูเนีย ซูเปอร์เซฟได้เหลือเชื่อ จะซ้ำก็ยังติดบล็อกอีก
แต่จังหวะถัดมาใน นาทีที่ 17 เจ้าบ้านก็ได้ประตูนำสมใจ เมื่อได้เตะมุมเข้ามาบอลเลยมาหมดถึง คาร์ริค เก็บบอลได้ก่อนจะพยายามจะเปิดย้อนกลับมา บอลไปแฉลบขาซิลแวสตร์ ก่อนจะมาตกที่เท้าของโอเช เก็บส้มหล่นซัดเข้าไปสบายๆ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0
โดน สอยลูกแรกเร็วแบบนี้ อาร์เซนอล ก็พยายามจะทวงคืนให้ได้แต่เกมก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ มีโอกาสแค่ลูกยิงของเซสก์ ที่ไม่ได้อันตรายเลย ตรงข้ามกับปีศาจแดงที่ดูยังแรงดีไม่เลิก โดยเฉพาะแนวรุกที่เล่นดีกันทุกคน
ปีศาจ แดงแรงไม่หยุด ลุยมันจริงๆ และน่าจะได้ประตูเพิ่มอีกถ้าอัลมูเนีย ไม่ผีเข้าเซฟลูกโขกของโรนัลโด้ ที่โขกเหน่งๆในกรอบเขตโทษได้แบบเหลือเชื่อ ก่อนจะต้องออกแรงล้มตัวตะครุบลูกยิงของโรนัลโด้ อีกหน
แต่จากนั้น อาร์เซนอล เริ่มเล่นดีขึ้นทันที มีการต่อบอลประสานงานสวยๆตามสไตล์ให้เห็นบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีจังหวะเจาะแนวรับเข้าไปได้ ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีโอกาสยิงของรูนี่ย์ ที่พยายามปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษเฉี่ยวเสาไกลออกไป ก่อนจะไม่มีใครทำอะไรกันได้อีก จบเกมเจ้าบ้านนำ 1-0
ครึงหลังกลับมา ลุยกันใหม่ ปรากฏว่ารูปเกมสูสีกันมากขึ้นและหาจังหวะจบสกอร์กันได้ยากขึ้นมาก เนื่องจากต่างฝ่ายก็ต่างรัดกุมไม่ยอมพลาดกันง่ายๆ
โอกาสดีที่สุดของ อาร์เซนอล มาจากจังหวะที่ซง หยอดบอลมาให้อเดบายอร์ พักอกเอาบอลลงที่หน้าเขตโทษได้สวยก่อนจะอัดเต็มเท้าขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป ก่อนที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะแก้เกมก่อนด้วยการส่ง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และไรอัน กิ๊กส์ ลงสนามมา ซึ่งรายหลังก็ถือเป็นนัดที่ 800 แล้วในสีเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด
ถัดมาไม่นาน โรนัลโด้ ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งสนาม เมื่อได้บอลที่ระยะราว 40 หลาก่อนจะพาบอลมาอีกเล็กน้อยและซัดเต็มเท้าขวา บอลผ่านอัลมูเนีย ไปแล้วแต่ก็ไปชนคานดังสนั่น
ด้านอาร์เซนอล มาได้ลุ้นจากโอกาสของเซสก์ ที่ตัดสินใจกึ่งยิงกึ่งผ่านในเขตโทษหลุดเสาไกลออกไป ก่อนจะมีการปรับหมากด้วยโดยถอด วัลค็อตต์ ออกและส่งนิคลาส เบนดท์เนอร์ ลงมาแทน
ช่วงนี้เกมเริ่มกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง แต่ก็ยังเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าเยอะ มีลุ้นอีกหลายครั้งโดยเฉพาะลูกที่ โรนัลโด้ แทงให้กิ๊กส์ เติมมาทางซ้ายก่อนจะหยดบอลเข้ากลาง อัลมูเนีย พลาดแล้วแต่ยังมีซิลแวสตร์ โขกทิ้งออกไปได้หวุดหวิด
และมีจังหวะ สำคัญในเกมเกิดขึ้น เมื่อ กิ๊กส์ ได้บอลทะลุช่องมาจากโรนัลโด้ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปแตะหลบอัลมูเนีย ก่อนจะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่ไลน์แมนก็ขโมยซีนยกธงให้เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน ทั้งที่จากภาพช้าชัดเจนว่าวิ่งสอดมาจากด้านหลัง
อาร์เซนอล ยังไม่ท้อพยายามจะบุกเอาคืนให้ได้ มีการส่งเอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา ลงมาแทนอเดบายอร์ อีกคน แต่คนที่ทำให้ทีมได้ลุ้นกลับเป็น เบนทด์เนอร์ ที่ได้โขกจากฟรีคิก โดยโฉบได้ถึงก่อนฟาน เดอร์ ซาร์ แต่ก็หลุดกรอบไป
สุด ท้ายก็ไม่มีใครทำอะไรเพิ่มได้จริงๆ ทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะไปก่อนในเกมนี้ 1-0 และรอจะไปเล่นกันในเกมหน้าที่จะวัดกันที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมอีกครั้ง
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล
ด้วย ความเคารพต่อยอดนักฟุตบอลที่สมควรได้รับการคารวะไม่แตกต่างจากตำนานที่ล้วน เป็นปูชนียบุคคลทุกคน และเชื่อว่าหากอำลาสนามไปชื่อของกิ๊กส์ ก็ควรจะได้รับการยกย่องในระดับที่ไม่แตกต่างจากที่ชาวเร้ดอาร์มี่ เทิดทูนต่อ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน
แต่มันปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่า รางวัลเกียรติยศครั้งนี้มีบางสิ่งที่ "คาใจ"
หลายคนบอกว่ามันเป็นรางวัลที่ได้มาโดยไร้ความ "สง่างาม"
ย้ำอีกครั้งต่อแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าเรากำลังคุยกันด้วยความเคารพต่อนักฟุตบอลระดับตำนานที่มีลมหายใจคนนี้ เพียงแต่เรื่องบางอย่างก็จำเป็นต้องว่ากันกันบนพื้นฐานของความจริงประกอบไป ด้วย
เหตุผลที่กิ๊กส์ ถูก "ครหา" มากต่อรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมหนนี้ในสายตาของสื่อและแฟนบอลจำนวนมาก มีองค์ประกอบที่ชัดเจนพอสมควรอยู่ 2
ข้อเรื่องนั้นคือการที่คนจำนวนไม่น้อยแทบไม่เชื่อสายตาว่ากิ๊กส์ จะได้มีชื่อเป็น
1 ใน 6 แคนดิเดต ที่มีโอกาสได้รับรางวัลเพราะหากเทียบกันกับผลงานในสนามแล้ว มีนักฟุตบอลอีกหลายคนที่ทำผลงานได้ดีกว่าเขาการลงสนามเป็นตัวจริงในลีก ซึ่งถ้านับถึงวันนี้ก็เพียงแค่
12 นัดเท่านั้น หรือหากจะว่ากันตรงไปตรงมากว่านั้น ในวันที่เปิดให้มีการลงคะแนนกันในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. กิ๊กส์ เพิ่งจะลงเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ดแค่ 8 นัดใน
8 นัดดังกล่าว กิ๊กส์ ยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นด้วยเหตุนี้จึงช่วยไม่ได้ที่ย่อมมีเสียง วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมดังกล่าว ถึงขั้นที่มีแฟนบอลส่งจดหมายไฟทักท้วงต่อทางด้าน กอร์ดอน เทย์เลอร์ ประธานพีเอฟเอ ด้วยความกังขา
เขากลัวกันว่ามันจะเป็นรายการ "หวยล็อก" เอาไว้อยู่แล้ว
โดยเฉพาะเหตุผลเรื่องความปรารถนาที่หลายคนอยาก เห็น กิ๊กส์ ได้รับรางวัลเกียรติยศชิ้นนี้เป็นการปิดฉากชีวิตการเล่นอย่างสมบูรณ์แบบที่ สุด
นัยว่าเพื่อตอบแทนสิ่งที่ปีกพ่อมดชาวเวลส์ ที่อยู่คู่วงการฟุตบอลมากว่า
20 ปี ผ่านการเปลี่ยนแปลงจากหนุ่มน้อยผู้มีสายฟ้าบนหน้าผากราวกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ จนล่วงเข้าถึงวัยของพ่อมดเฒ่าผู้ชราทางกายแต่สติปัญญายังเลิศล้ำ ราวกับ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ครูใหญ่แห่งฮอกวอตส์และเหตุผลอีกข้อคือ รางวัลนี้ปิดการรับลงคะแนนเร็วเกินไปตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
มันอาจจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในรางวัลนี้ ได้ เพราะบางคนอาจจะเร่งทำผลงานได้ร้อนแรงในช่วงปลายฤดูกาล ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยตัดสินชะตากรรมให้กับทีมได้เลยทีเดียว
เหมือนเช่น สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา หรือ อังเดร อาร์ชาวิน กำลังทำในเวลานี้
อย่างไรก็ดี หากมองในอีกด้าน ซึ่งเป็นด้านที่เป็นความจริงเช่นกัน
รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของ
PFA (ซึ่ง ความจริงแบ่งแยกตามลีกดิวิชั่นต่างๆ แต่เรามักจะกล่าวถึงแต่ดิวิชั่นสูงสุดเท่านั้น) เป็นรางวัลที่ได้รับการยกย่องอย่างมากในวงการฟุตบอลอังกฤษ เนื่องจากเป็นรางวัลที่เหล่านักฟุตบอลจะลงคะแนนเลือกให้กันเองแฟนบอล นักข่าว นักเขียน หรือใครก็คงไม่รู้ดีเท่านักฟุตบอลในสนามหรอกว่าใครที่ "เจ๋ง" ที่สุด
และมันจะแปลกอะไรหากนักเตะในพรีเมียร์ลีก จะลงคะแนนเลือกให้กิ๊กส์
- ซึ่ง ถ้ายิ่งคิดถึงข้อที่ว่าเขาลงสนามจำนวนไม่มากนัด ก็จะชวนให้คิดว่ามันย่อมมี "เหตุ" อย่างอื่นที่จูงใจนักเตะให้ลงคะแนนเลือกพ่อมดเฒ่าคนนี้เหตุนั้นอาจเป็นเพราะความ "อมตะ" ของกิ๊กส์ ที่ถึงวันนี้ในวัย
35 ปีก็ยังโลดแล่นได้ไม่แพ้นักฟุตบอลหนุ่มๆสังขารอาจร่วงโรยไปบ้างแต่ก็ไม่ถึงขั้นทรุด โทรม ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพตัวจริงที่รักษาสภาพร่างกาย ขณะที่การเล่นนับวันก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น เรียกว่าได้บรรลุโสดาบันของฟุตบอลไปแล้ว เหมือนอดีตยอดนักเตะหลายคนในอดีต ที่ต่อให้กำลังกายมันน้อยลง แต่ "เชิง" มันยังอยู่
เหมือนกับ ซีเนอดีน ซีดาน, เดนนิส เบิร์กแคมป์ หรือโรแบร์โต้ บักโจ้ ที่ได้รับการคารวะจนนาทีสุดท้ายในสนาม
ในอดีตวงการฟุตบอลอังกฤษ เคยมีปีกพ่อมดคนหนึ่งที่เป็นผู้บันทึกตำนานปีกพ่อมดคนแรกของโลก
สิ่งที่เหลือเชื่อคือการที่เขาสามารถลงเล่นฟุตบอลได้ถึงวัย
50 ปี โดยยังบอกในวันอำลาสนามว่ารู้สึกว่า "เลิกเล่นเร็วเกินไป"ไปถามใครก็ได้ที่ดูฟุตบอลอังกฤษ อย่างใส่ใจ มีใครบ้างที่จะไม่รู้จักเซอร์สแตนลีย์ แมตธิวส์?
รางวัลเกียรติยศของกิ๊กส์ ชิ้นนี้มันทำให้คิดถึงภาพของเซอร์สแตนลีย์ ที่กระชากบอลอย่างเอาเป็นเอาตายในช่วง
30 นาทีสุดท้ายของเกมนัดชิงเอฟเอ คัพ ในปี 1953 และช่วยให้แบล็คพูล พลิกสถานการณ์เอาชนะโบลตัน วันเดอเรอร์สได้ 4-3นัดชิงนี้ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็น "แมตธิวส์ ไฟนัล" เพื่อสดุดีปีกวัย
38 ปี (ในขณะนั้น) ที่ช่วยทีมได้วันนี้กิ๊กส์ กำลังเดินตามรอยวีรบุรุษในอดีต
และรางวัลนี้ ไม่ได้สะท้อนถึงแค่ผลงานในฤดูกาลนี้เพียงลำพัง
เพราะมันสะท้อนถึงผลงานร่วม
20 ปีที่กิ๊กส์ สั่งสม "บารมี" ไว้มากพอได้รับการคารวะอย่างปราศจากข้อสงสัยเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมผีแดงดูเหมือนจะชื่นชอบแข้งแซมบ้าเหลือเกินในระยะหลัง สังเกตจากที่มีดาวรุ่งจากแดนกาแฟมากมายไม่ว่าจะเป็น คู่แฝดราฟาเอล และฟาบิโอ ดา ซิลวา, อันแดร์สัน และ โรดริโก้ พอสเซบอน ล่าสุด มีรายงานว่าท่านเซอร์ไฟเขียวให้สโมสรเดินหน้าทาบทามซื้อ โดโด้ มาเสริมหลัง
ทั้งนี้ ทีมแมวมองของผีแดงได้ติดตามดูฟอร์มของเซนเตอร์ฮาล์ฟวัย 17 ของโครินเธียนส์มาโดยตลอด และเซอร์ อเล็กซ์ เองก็พอใจผลงานของเขามาก เนื่องจากมองว่ามีสไตล์การเล่นคล้ายกับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังตัวเก่ง
คาดว่า ผีแดงจะยอมจ่ายเงินค่าตัวและกรรมสิทธิ์ต่างๆ ในการเซ็นสัญญากับเจ้าหนูกองหลังรายนี้ ในราคา 5 ล้านปอนด์ หรือราว 250 ล้านบาท
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอลเด ลี่ มิร์เรอร์ นสพ.ในแดนผู้ดีรายงานว่าเตเวซไม่พอใจที่ไม่มีส่วนร่วมกับยูไนเต็ด โดยเฉพาะในแมตช์สำคัญๆ แถมตอนนี้ผีแดงก็ไม่ได้เดินหน้าเจรจากับมีเดีย สปอร์ต อินเวสต์เมนต์ (เอ็มเอสไอ) ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์เขา ทั้งที่จะหมดสัญญายืมตัวแล้วในซัมเมอร์นี้
เตเวซ ยอมรับว่า "ผมได้รับข้อเสนอมากมาย ไม่ใช่แค่เรอัล มาดริด กับ อินเตอร์ด้วย ตอนนี้ผมกำลังพิจารณาว่า สโมสรไหนบ้างที่เหมาะสม"
"สิ่งที่เราต้องดูไม่ใช่เรื่องเงิน ผมยังต้องการให้ครอบครัวของผมมีความเป็นอยู่ดีที่สุด"
" ผมไม่ได้พยายามจะโจมตีเพื่อนร่วมทีมแต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงไม่มีชื่อใน เกมสำคัญ ผมไม่ได้เล่นในเกมสำคัญหลายนัด รวมทั้งแมตช์เจอเชลซี ซึ่งผมต้องการมีส่วนร่วมมาก"
"แม้ทีมจะมีนักเตะชั้นยอดหลายคน แต่ผมก็ต้องการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ผมเคารพยูไนเต็ด ผมไม่เคยคิดต้องการย้ายทีมเลยสักนิด แต่คงถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องหาทางออกที่ดีที่สุดให้ตัวเอง"
ทั้งนี้ เอ็มเอสไอเจ้าของกรรมสิทธิ์ในตัวเตเวซตั้งราคาค่าตัวของเขาไว้สูงกว่า 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,500 ล้านบาท) ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ดลังเล แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายทีมดังในยุโรปอย่าง เรอัล มาดริด และ อินเตอร์ มิลาน ที่พร้อมจ่ายซื้อตัวหัวหอกรายนี้
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (22 เม.ย.52)
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 พอร์ทสมัธ
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู : 1-0 เวย์น รูนี่ย์ น.9 , 2-0 ไมเคิล คาร์ริค น.84
เกมสำคัญสำหรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะหากสามารถเก็บ 3 แต้มเต็มได้จาก "ปอมปีย์" พอร์ทสมัธ ในเกมนี้ก็จะทำให้แซงหน้าลิเวอร์พูล กลับไปเป็นจ่าฝูงได้โดยที่ยังมีเกมในมืออีก 1 นัดด้วย
นัดนี้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เลือกผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเกือบทั้งหมดอีกครั้งหลังพักตัวจริงมาเกือบยกชุด ในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศที่พ่ายเอฟเวอร์ตัน ตกรอบหมดลุ้น 5 แชมป์มาหมาดๆและโดนวิจารณ์หนัก
แต่ในช่วงออกสตาร์ทเกม ปอมปีย์ ดูจะเป็นฝ่ายที่เริ่มต้นได้ดีกว่าในหลายจังหวะ และได้ลองทักทายกันก่อนจากลูกยิงของเบลฮัดจ์ ที่ซัดจากนอกเขตโทษแต่ก็ข้ามคานออกไปไกล
ทว่าความเด็ดขาดของแมนฯ ยูไนเต็ด ยังเหนือกว่าเยอะ และนาทีที่ 9 ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากการเล่นแค่ 3 จังหวะ โดยเริ่มจากอันแดร์สัน ได้บอลกลางสนามก่อนจะวางบอลยาวให้กิ๊กส์ หลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะใส่พานให้รูนี่ย์ เข้าฮอสสบายๆให้ปีศาจแดงได้ประตูแรกทีต้องการ 1-0
หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเสียแกรี่ เนวิลล์ กัปตันจอมเก๋าที่มอีกาารบาดเจ็บออกและให้จอห์น โอเช ลงมาเล่นแทน ขณะที่รูปเกมเวลานี้เป็นทางปีศาจแดงที่เปล่งรัศมีว่าที่แชมป์ข่มแล้ว
อัน แดร์สัน ยังเดินเกมให้แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อย่างยอดเยี่ยมแต่แนวรับของเจ้าบ้านยังไม่ถึงกับลงล็อกนักทำให้พลาดกัน เองบ่อยๆ แต่รูปเกมก็ต้องบอกว่าขี่กันมาก
อย่างไรก็ดี เมื่อพ้นช่วง 20 นาทีแรกไป ปอมปีย์ เริ่มทำได้ดีขึ้นบ้างจนเหมือนพอจะสู้กันได้ แต่ในเรื่องความอันตรายก็ยังเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่า โดยในนาทีที่ 32 รูนี่ย์ ไหลให้กิ๊กส์ ได้หลุดเดี่ยวไปดวลกับเจมส์ แต่ปีกวัยดึกโยนโอกาสทองทิ้ง เมื่อซัดไปตรงตัวนายทวารทีมเยือนซะงั้น
เกม เริ่มเปิดแลกกันมากขึ้น แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังดูน่ากลัวกว่าเยอะ และก่อนหมดครึ่งแรก 4 นาทีก็สามารถส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้จากฝีเท้าของ รูนี่ย์ แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน ก่อนที่จะโหมบุกหนักแต่สุดท้ายก็ยังเจาะตาข่ายเพิ่มไม่ได้เลยยังนำอยู่แค่ เม็ดเดียวเท่านั้น
ครึ่งหลัง ปอมปีย์ มีการเปลียนตัวส่งเจอร์เมน เพนแนนท์ ลงมาแทนเดวิด นูเจนท์ แต่รูปเกมก็ยังเป็นทางด้านแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เหนือกว่าอยู่ดี และเกือบจะได้ประตูที่สอง เมื่อโรนัลโด้ ได้โอกาสจั๋งๆถึง 2 หนในช่วงนาทีที่ 51 แต่ก็ยิงนกตกปลาไปกันหมด
แต่ถึงนาที 54 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องเสียแบ็กขวาไปอีกคน เมื่อจอห์น โอเช โดนเบลฮัดจ์ เสียบจนเดี้ยง ต้องเปลี่ยนเอาราฟาเอล ลงสนามมาแทน
ช่วง นี้เองที่ปอมปีย์ เริ่มดีขึ้นเนื่องจากเจ้าบ้านเริ่มผ่อนเกมลง และนาทีที่ 63 ก็ทำได้น่ากลัวที่สุดตั้งแต่เริ่มเกมมา เมื่อเกล็น จอห์นสัน กระชากบอลเข้ามาถึงเขตโทษก่อนจะเปิดวัดใจไปที่กลางประตูและโดน ฟาน เดอร์ ซาร์ ปัดออกมาได้ก่อนที่ จอนนี่ อีแวนส์ จะช่วยหวดทิ้งออกไป
ปอมปี ย์ เริ่มกดดันได้บ้าง เพนแนนท์ เปิดจากขวาเข้ามาให้เคราช์ วอลเล่ย์หลุดกรอบออกไปไม่ห่างในนาทีที่ 68 ก่อนจะได้โขกลูกเปิดฟรีคิกของเพนแนนท์ อีกหนแต่ก็เข้ามือฟาน เดอร์ ซาร์
ทีม เยือนสู้เต็มที่และดูอันตรายยามสวนกลับ โดยเฉพาะตัวจี๊ดฝั่งขวาอย่าง เพนแนนท์ กับ จอห์นสัน แต่สุดท้ายถึงนาทีที่ 82 ปีศาจแดงก็ได้ประตู 2-0 จนได้จากคาร์ริค ซึ่งประตูนี้เองที่ส่งวกขึ้นนำจ่าฝูงเดี่ยวแต่เพียงผู้เดียว
รายชื่อผู้เล่น
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, แกรี่ เนวิลล์ (จอห์น โอเช น.13) , เนมันย่า วิดิช, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอวร่า, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์, พอล สโคลส์, อันแดร์สัน, ไรอัน กิ๊กส์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์
พอร์ทสมัธ : เดวิด เจมส์, เกล็น จอห์นสัน, โซล แคมป์เบลล์, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, เฮอร์มันน์ ไฮรดาร์สสัน, ฌอน เดวิส, เฮย์เดน มัลลินส์, ริชาร์ด ฮิวจ์ส, นาดีร์ เบลฮัดจ์, เดวิด นูเจนท์, ปีเตอร์ เคราช์
ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ วอลตัน
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล
ใน เกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศที่เวมบลีย์ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องถูกดับความฝันที่จะคว้า 5 แชมป์เมื่อพ่ายต่อเอฟเวอร์ตัน ไปในการดวลจุดโทษ ซึ่งในระหว่างเกมมีจังหวะปัญหาที่ทำเอาเฟอร์กี้ ตบะแตกเมื่อ ฟิล จาเกียลก้า กองหลัง "ทอฟฟี่" ไปดักแดนนี่ เวลเบ็ค ในเขตโทษ แต่ ไมค์ ไรลี่ย์ กลับไม่เป่าให้
งานนี้ เฟอร์กี้ เลยออกมาโวยแหลกและแอบเหน็บว่าเป็นเพราะการที่ เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน พยายามกดดันผู้ตัดสินก่อนเกมด้วย "ผมคงไม่พูดถึงเรื่องนั้นหรอก ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะมีส่วนต่อการตัดสินใจหรือเปล่า แต่ไม่มีใครรู้หรอก มันอาจจะมีก็ได้ มันอาจมีส่วนกับความคิดของผู้ตัดสิน"
"ผมได้เห็นวิดีโอแล้วและมันเป็นจุดโทษแน่ แต่ในเกมสำคัญแบนี้ ผู้ตัดสินต้องแน่ใจจริงๆ"
"ถามหน่อยว่า เวลเบ็ค จะล้มทำไมในเมื่อผู้รักษาประตูอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว? มันเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญและโชคไม่ดีที่มันไม่เข้าข้างเรา เราทำอะไรกับเรื่องนี้ไมได้ เราต้องพายามต่อไป"
นอกจากนี้เฟอร์กี้ ก็ยังโวยเรื่องพื้นสนามด้วย "ตอนที่ผมเห็นพื้นสนามในเกมเชลซี กับอาร์เซนอล สิ่งที่ผมไม่ต้องการเลยก็คือการเล่นช่วงต่อเวลาด้วยนักเตะชุดที่ดีที่สุดของ ผม"
"มันดูแย่มาก มันเป็นไปได้ยากที่จะจ่ายบอลได้อย่างรวดเร็ว มันแย่มากสำหรับผม ทำให้ผมตัดสินใจจะใช้ทีมชุดเล็กแทน แต่ยังไง สโมสรของเราก็เติบโตมาจากการให้โอกาสดาวรุ่งเสมอและพวกเขาก็ไม่ทำให้ผิด หวัง"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ (19 เม.ย.52)
แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 เอฟเวอร์ตัน (เอฟเวอร์ตัน ชนะในการดวลจุดโทษ 4-2 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 0-0)
สนาม : เวมบลีย์
ประตู : ไม่มี
อีกนัดของเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก หลังจากที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ฝ่าด่าน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เข้าไปชิงได้เป็นทีมแรก วันนี้ถึงคราว "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะพบกับอดีตคู่ชิงในปี 1995
แต่ เกมนี้แฟนผีต้องอึ้งเมื่อเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำเซอร์ไพรซ์ส่งเด็กดาวรุ่งลงสนามมาครึ่งทีมโดยเฉพาะ เฟเดริโก้ มาเคด้า ดาวดวงใหม่ที่ได้ลงเป็นตัวจริงนัดแรก ขณะที่อฟเวอร์ตัน จัดชุดใหญ่ลงเล่นสมศักดิ์ศรี
เปิดเกมมาแค่นาทีที่ 3 แมนฯ ยูไนเต็ด ขอทักทายก่อนเลยเมื่อฟอสเตอร์ เตะยาวขึ้นมา มาเคด้า ได้พักบอลที่ระยะ 30 หลาก่อนจะหาจังหวะยิงจากนอกเขตหลุดกรอบออกไปไม่ไกล ถือว่าได้ลุ้นทีเดียว
แต่ นาทีที่ 10 เอฟเวอร์ตัน ตอบโต้กลับมาบ้าง เมื่อเฟลไลนี่ จ่ายทะลุช่องให้ให้ฟิล เนวิลล์ หลุดเดี่ยวกำลังจะง้างเท้ายิงแล้วแต่ดันลื่นก่อนเลยพลาดไป ชวดโอกาสยิงทีมเก่าไปแบบน่าเสียดาย
รูปเกมเกมนัดนี้ค่อนข้างตื้อ แต่ก็ยังมีจังหวะเสียวๆบ้างเมื่อ ฟอสเตอร์ ทะเล่อทะล่าจับบอลพลาดในเขตโทษห่างตัวไปเกือบโดนซาฮา ฉกไปยิงอยู่แล้ว ขณะที่เอฟเวอร์ตัน ก็เกือบโดนเหมือนกันจากลูกไม่ตั้งใจของเลสค็อตต์ ที่บอลมาแฉลบโดนขาเกือบเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง
จากนั้นเกมก็ยังดำเนินไปแบบอืดๆ ไม่ได้มีฝ่ายใดที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างชัดเจน สุดท้ายก็เลยยังเสมอกันอยู่ 0-0 ในครึ่งแรก
ครึ่ง หลังกลับมาเล่นกันใหม่ สถานการณ์ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก นานๆจะมีโอกาสกันที แต่ก็ไม่ได้จืดเสียหมด เพราะมีทิม เคฮิลล์ ที่หาจังหวะยิงไกลจากนอกเขตโทษ บอลตกพื้นก่อนทำเอาฟอสเตอร์ ต้องผวาปัดออกไป
แต่ จากนั้น ดูเหมือนแมนฯ ยูไนเต็ด จะเริ่มทำได้ดีกว่า มีจังหวะของพาร์ค ที่หาช่องยิงเองในเขตโทษเฉี่ยวเสาออกไป ก่อนที่จะเกิดจังหวะปัญหาขึ้นเมื่อ จาเกียลก้า พลาดเสียบอลให้เวลเบ็ค ก่อนจะตามมาแซะล้มในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินกลับไม่เป่าให้เป็นลูกจุดโทษทั้งที่เป็นการฟาวล์ค่อนข้างชัดเจน
สุด ท้ายก็ไม่มีประตูเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือ ท่ามกลางสถานการณ์ที่อึดอัดกับสกอร์ 0-0 และต้องเล่นช่วงต่อเวลาพิเศษกันไปอีก 30 นาทีด้วยกัน
ช่วงต่อเวลา พิเศษ เอฟเวอร์ตัน ดูจะเป็นฝ่ายที่สดกว่าและมีโอกาสที่น่าจะได้จากลูกยิงของเคฮิลล์ ในช่วงต้นของการต่อเวลาที่โดนฟอสเตอร์ ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด ก่อนที่ เจมส์ วอห์น ตัวสำรองจะยิงไปติดบล็อกวิดิช
ก่อนหมดเวลาแป๊บเดียว ฟอสเตอร์ ที่ทำดีมาตลอดเกมก็เกือบเสียท่าง่ายๆ เมื่อเตะบอลคืนหลังของเพื่อนพลาดไปโดนตัวเคฮิลล์ ที่ถลาเข้ามาบล็อก แต่โชคดีที่บอลหลุดไปเส้นหลังไม่เข้าประตูตัวเอง ก่อนเกมจะจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 ต้องดวลจุดโทษตัดสิน
ในช่วงดวลจุด โทษนี้เองที่แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องมาเสียท่าเนื่องจากตัวเก๋าอย่าง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และริโอ เฟอร์ดินานด์ ยังไม่เข้าในคนที่ 1-2 ขณะที่เอฟเวอร์ตัน มีเคฮิลล์ ยิงไม่เข้าคนแรกคนเดียว ที่เหลือไม่ว่าจะเป็น ฟิล เนวิลล์, เจมส์ วอห์น และคนปิดท้ายฟิล จาเกียลก้า ก็ยิงเข้าทั้งหมด
จบเกม เอฟเวอร์ตัน จึงได้ผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ดับฝันของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่อยากจะคว้า 5 แชมป์ด้วย
รายชื่อผู้เล่น
แมนฯ ยูไนเต็ด : เบน ฟอสเตอร์, ราฟาเอล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันย่า วิดิช, ฟาบิโอ (ปาทริซ เอวร่า น.68) , แดนนี่ เวลเบ็ค, ดาร์รอน กิ๊บสัน, อันแดร์สัน, พาร์ค ชี ซอง (พอล สโคลส์ น.67) , คาร์ลอส เตเวซ, เฟเดริโก้ มาเคด้า (ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ น.91)
เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด, โทนี่ ฮิบเบิร์ต, ฟิล จาเกียลก้า, โจลีออน เลสค็อตต์, เลช์ตัน เบนส์, ลีออน ออสแมน, ฟิล เนวิลล์, มารูยาน เฟลไลนี่ (เจมส์ วอห์น น.102) , สตีเว่น พีนาร์, ทิม เคฮิลล์, หลุยส์ ซาฮา (แจ็ค รอดเวลล์ น.70)
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ไรลี่ย
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล
คู่ อาร์เซนอล กับ เชลซี แข่งวันเสาร์ เวลา 23.15 น. ส่วนคู่ แมนฯยูฯ-เอฟเวอร์ตัน แข่งคืนวันอาทิตย์เวลา 22.00 น. คู่แรกนั้นช่อง 3 ถ่ายทอดสด คู่หลังช่อง 7 ถ่ายทอดสด
สำหรับ แมนฯยูไนเต็ด พึ่งผ่านเข้ารอบตัดเชือกฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีกมาหมาดๆ พบกับเอฟเวอร์ตันในบอลถ้วยรายการนี้เป็นครั้งที่ 11 ล่าสุดที่เจอกันนั้นเป็นรอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 1995 ครั้งนั้นเอฟเวอร์ตันชนะ 1-0 จากสภาพที่เป็นรอง
โดยสถิติคู่นี้ ชนะทีมละ 5 ครั้งไม่มีเสมอในเวลาด้วย
แมนฯยูฯ-เอฟเวอร์ตัน
วันที่ 19 เม.ย. เวลา 22.00 น.
เอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศ
สนาม – เวมบลีย์
แมนฯยูฯ “แนวรับกลับมาเหนียวอีก”
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่มีปัญหาให้ปวดหัวมากแม้ในรายของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ไม่สมบูรณ์จากนัดชนะ ปอร์โต้ แต่คาดว่าเกมนี้จะใช้เขาหรือ คาร์ลอส เตเวซ ไม่แตกต่าง ที่เหลือเป็นแกนนำตัวหลักทั้งสิ้นอย่าง เวย์น รูนีย์, โรนัลโด แดนกลางคาดว่า พอล สโกลส์ จะยืนแทน ไรอัน กิ๊กส์ มี ไมเคิล คาร์ริค เป็นตัวนำเกมและ พาร์ค ชี ซอง น่าจะได้เล่นเกมนี้
ส่วนแนวรับเมื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ พร้อมลงสนามต้องบอกว่านี่คือจุดที่ทำให้ แนวรับของผีแดงกลับมาแข็งแกร่งรัดกุมอีกครั้ง พวกเขาจะกลายเป็นทีมที่เจาะยากที่สุดในช่วงเวลาที่เหลือ หลังจาก 5 เกมล่าสุดเสียไป 11 ลูก
จากการเล่นกับปอร์โต้ ในเกมล่าสุดคงพอมองเห็นแล้วว่า แนวรับผีแดงกลับมาแข็งแกร่ง เหนียวแน่น มากขนาดไหน
ดูแล้วนี่คือหัวใจในการนำทีมก้าวไปชิงชนะเลิศได้อย่างไร้ข้อสงสัย
เอฟเวอร์ตัน “จิตใจโอเค แต่แทกติกเป็นรอง”
เดวิด มอยส์ เริ่มเบาใจมากขึ้นเมื่อสภาพทีมของเขากลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง อย่างน้อยๆเขามีขุนพลให้เลืกอใช้งานได้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ขณะเดียวกันพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาอันกดดันเมื่อต้องพบกับ แมนฯยูไนเต็ด
โดยสภาพทีมและจิตใจนักเตะเอฟเวอร์ตันเบียดสู้ได้แน่ แต่เรื่องของแทกติกเมื่อเล่นเกมไปแล้ว แมนฯยูไนเต็ด ยังออกลูกข่มได้เบียด เอฟเวอร์ตัน ยิ่งเกมรับของผีแดงมายกแผงแบบนี้ เชื่อว่าทอฟฟี่ เหนื่อยหนักอย่างแน่นอนเกมนี้
ไม่ว่า มอยส์ จัดใครลงสนามเล่นก็ไม่แตกต่างกันอย่างแน่นอน
ผีจะเคี้ยว ทอฟฟี่ ตามฟอร์ม
ดูแล้วแมนฯยูไนเต็ดของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ช่วงท้ายคือทีมที่เน้นผลแข่ง ส่วนสไตล์และวิธีการไม่เน้น อย่างน้อยที่สุดการเล่นด้วยจุดแข็งของตัวเองคือยากที่จะเสียประตูและเสีย ประตูยาก จะเป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่ชัยชนะ
ดูวิธีการเล่นเกมรับของผีแดงเมื่อกลางสัปดาห์พบว่า พวกเขากลับมาเข้าฝักเข้าฟอร์มอีกครั้ง รับเป็นระเบียบ มีวินัยและเจาะเข้าไปยาก
ปีศาจแดงคงวางแทกติกเพื่อมาเล่นเกมรับให้รัดกุมโดยเฉพาะ ไม่ผลีผลาม ไม่เดินเกมรุกเข้าใส่เป็นบ้าเป็นหลังแต่จะเล่นอย่างระวังตัวที่สุดเท่าที่จะ ทำได้ จากนั้นถ้ามีโอกาสเล่นเกมรุกแล้วได้ยิงประตู ตรงนี้จะเป็นจุดที่ทำให้ เอฟเวอร์ตัน เล่นยากขึ้น
แมนฯยูฯ เหนือกว่าเรื่องเกมรับ เหนียว รัดกุม เจาะยาก เอฟเวอร์ตันไม่น่าพลิกชนะ
สกอร์อาจเป็น แมนฯยูฯ ชนะสัก 1-0 เข้าชิงชนะเลิศในที่สุด
อาร์เซนอล-เชลซี
วันที่ 18 เม.ย. เวลา 23.15 น.
สนาม เวมบลีย์
กลายเป็นสองทีมจากลอนดอนที่มาเจอกันถูกจังหวะเวลาเมื่อคืนฟอร์มและหวัง ผลทั้งสองทีม อาร์เซนอล ตั้งแต่ได้ เชสก์ ฟาเบรกาส, อเดบายอร์ และวัลคอตต์ คืนสนามพวกเขาเปลี่ยนเป็นอีกทีมหนึ่งเลย และยืดสถิติไม่แพ้ใครต่อเนื่อง
คู่นี้สูสีกันจนน่าตัดสินด้วยจุดโทษอีก ถ้ามีผลแพ้ชนะใน 90 นาที ต้องเกิดจากความผิดพลาดของนักเตะมากกว่า แทกติกและกลยุทธ์ที่ชนะกันได้ เนื่องจากทั้งคู่รู้ทันกันแทบทุกมุม
ออกได้สามหน้า ใครก็ได้สองทีมนี้
วิเคราะห์ พรีเมียร์ลีก.....
Saturday, 18 April 2009
ทุกคู่แข่งเวลา 22.00 น.
Aston Villa v West Ham วิลล่ายังไม่เลิกเสียศูนย์ แต่น่าจะถึงเวลาแล้วเกมนี้ เกมรุกของพวกเขายังเฉียบขาดพอที่จะปิดบัญชี เวสต์แฮม ได้
Middlesbrough v Fulham…..สูสีกันมาก ไม่รู้ออกหัวก้อยคู่นี้ คงเล่นกันสนุกเจ้าบ้านลุ้นหนีตายเต็มที่ พลังตรงส่วนนี้ยังคงแฝงยอยู่และมีผลต่อเกมนี้ เดอะ โบโร น่าชนะ
Portsmouth v Bolton…ตามเชิง พอร์ตสมัธ เหนือกว่าเล็กน้อย เกมนี้ตัดสินกันที่ความผิดพลาดของนักเตะมากกว่า
Stoke v Blackburn…. ถ้าเล่นแบบเน้นๆ สโตคมีโอกาสชนะได้ เมื่อแบล็คเบิร์น มีปัญหากับแนวรุก
Sunderland v Hull….. ซันเดอร์แลนด์เล่นพอใช้ได้นัดแพ้แมนฯยูฯ เชื่อว่าถ้าเล่นแบบนั้นพวกเขาจะชนะ ฮัลล์ ซิตี้แน่นอน
Sunday, 19 April 2009
Tottenham v Newcastle เวลา 20.30 น. สเปอร์ส ปะทะนิวคาสเซิลทีไรแฟนหัวใจแทบวาย บุกกันเป็นบ้าเป็นหลัง ถ้าเทียบกันแล้วกองหลังสเปอร์สเหนียวกว่า นิวคาสเซิล น่าชนะและปิดเกมได้
Man City v West Brom เวลา 22.00 น. เข้าตาจนแล้วสำหรับเจ้าบ้านที่เล่นได้สองผลแข่งคือไม่ชนะก็แพ้ แต่ตามเชิงยังเหนือกว่า น่าเก็บสามคะแนนได้
บทความโดย "แจ็คกี้" อดิสรณ์ พึ่งยา
รา ม่อน กัลเดร่อน อดีตประธานชุดขาวออกมาเผยไต๋หลายครั้งแล้วว่าตนเองเป็นคนจัดการเซ็นสัญญา ล่วงหน้ากับหนูโด้แล้ว นอกจากนี้ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ว่าที่ประธานใหม่เองก็ยืนยันเอาปีกจอมสับเป็นตัวชูโรงในการหาเสียง พร้อมยังประกาศว่าจะคว้าเตเวซมาอีกคนด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าดาวยิงอาร์เจนไตน์ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามต่อ เนื่องเท่าที่ควรเพราะกลายเป็นตัวเลือกที่ 3 ในทีม แถมผีแดงยังลังเลที่จะจ่ายเงิน 22 ล้านปอนด์ เพื่อเซ็นสัญญาถาวรกับเตเวซด้วย
เรอัลฝันจะได้หนูโด้มานานแล้ว ส่วนเตเวซ พวกเขาเชื่อว่าจะเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบของคลาส-แยน ฮุนเตลาร์ ในฤดูกาลหน้า ซึ่งว่ากันว่า ฮอร์เก้ บัลดาโน่ ว่าที่บอร์ดชุดขาวซึ่งเป็นทีมงานของเปเรซนั้นชื่นชอบดาวเตะอาร์เจนไตน์ราย นี้ และเชียร์สุดลิ่มให้ดึงมาให้ได้
เจ้า หนูแซนตันเผยตอนอายุ 16 ปี โดนทั้งผีแดง และสิงห์บลูส์ตามจีบ แต่เขาก็ปฏิเสธไป จนตอนนี้ได้รับการโปรโมตจากอินเตอร์ และเป็นหลักให้ทีมในตอนนี้
แซนตัน กล่าวว่า "ระบบทีมเยาวชนของอิตาลีไปได้สวยทีเดียว นั่นเป็นเหตุผลที่บรรดาทีมใหญ่ๆ ทั้งหลายมาที่นี่เพื่อซื้อนักเตะ"
"มันเป็นเรื่องจริงที่ผมเกือบไปอังกฤษแล้วเพราะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และอีกหลายๆ ทีมต่างติดต่อเข้ามา
"แต่อินเตอร์ เสนอสัญญานักเตะอาชีพให้ผมตั้งแต่ตอนอายุ 16 ทำให้ผมปฏิเสธที่จะไปที่อื่น"
