manchester united

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552

บอมเมลรับเจอผียังดีกว่าบาร์ซ่า


มาร์ค ฟาน บอมเมล กองกลางกัปตันทีม บาเยิร์น มิวนิคแบะท่าอยากเจอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือทีมอื่นๆ มากกว่าบาร์เซโลน่า ในเกม ชปล.รอบ 8 ทีมสุดท้าย
เสือใต้ได้เปรียบเล็กๆ เมื่อจะได้เล่นในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า ในเกมนัดสองของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่จะพบกับ บาร์เซโลน่า จ่าฝูง ลา ลีกา แต่บอมเมลก็ออกมาเตือนเพื่อนว่าไม่ใช่งานง่าย พร้อมยอมรับว่าให้เจอผีแดงรู้แล้วรู้รอดไปเลย ยังดีกว่าบาร์ซ่า
กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์กล่าวถึงกรณีที่บาร์ซ่าโอดครวญว่าเสียเปรียบว่า "หากบาร์ซ่าชนะได้ถึง 3 หรือ 4 ลูกที่ คัมป์ นู มันก็คงไม่มีความหมายอะไรแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเราว่าจะบุกไปเก็บผลการแข่งขันที่ดีจาก คัมป์ นูให้ได้"
"เราอยากจะชนะสัก 1-0 แต่การยิงประตูได้ และรักษาสกอร์ให้ใกล้เคียงกับคู่แข่งที่สุดก็นับเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน มันต้องดีที่สุดแล้วหากไม่แพ้ในนัดแรก"
"เราอยากจะเจอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากกว่า เรารู้ว่าเราได้เจอทีมที่ดีที่สุดในโลกแล้ว คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวงการฟุตบอล แต่เราก็ยึดหลักความจริง และเราก็คิดคำนึงถึงการคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา มากกว่า แชมเปี้ยนส์ ลีก"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

โรนัลโด้ไม่เคยหวั่นแฟนบอลโห่ใส่


คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันไม่เคยหวั่นต่อเสียงโห่ เสียงเป่าปากจากแฟนบอล แถมกลับชอบเสียอีกแม้ว่าจะตกเป็นเป้าให้แฟนบอลฝ่ายตรงข้ามเล่นงานตลอดเวลา แต่ทางด้าน โรนัลโด้ ก็ไม่เคยท้อแท้หรือมีปัญหากับเรื่องพวกนี้ "ผมชอบให้คนเป่าปากหรือโห่ใส่" "มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่แฟนๆทำกัน ไม่มีอะไรที่ผมทำได้ แล้วมันก็ไม่สำคัญอยู่แล้ว" "ผมสนใจในการเล่นเท่านั้น ดังนั้นผมจะไม่คิดถึงเรื่องอื่นอีก" "ในสนาม ผมตกเป็นเป้า แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะหลบเลี่ยงเรื่องนี้ ผมไม่เชื่อว่าจะมีคนที่อยากจะทำร้ายผมในเรื่องนี้"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

พอล สโคลส์



ไม่ง่ายที่นักฟุตบอลอาชีพคนหนึ่ง จะสามารถทำผลงานได้เข้าตาตำนานลูกหนังโลกอย่าง เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน ได้
แต่อดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลก และอดีตสตาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดแชมป์ยุโรปครั้งแรก กลับประทับอกประทับใจไอ้หนุ่มหัวแดงนาม พอล สโคลส์ เป็นอย่างยิ่ง
"เขาคอนโทรลลูกบอลได้เฉียบขาด แถมยังผ่านบอลได้สุดแจ่ม นี่คือนักเตะที่เล่นฟุตบอลได้เนียนตาดีเหลือเกิน" เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน นิยามนักเตะรุ่นหลานเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
สโคลส์ เป็นผลิตผลชิ้นงามจากโรงเรียนลูกหนัง "ปีศาจแดง" เจเนอเรชั่นเดียวกับ เดวิด เบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์, นิคกี้ บัตต์ รวมถึงสองศรีพี่น้อง แกรี่ กับ ฟิล เนวิลล์ ในช่วงกลางยุคไนน์ตี้ส์
หนุ่มจอมห้าวผู้เกิดแถบ ซัลฟอร์ด เหมาสองลูกในเกมประเดิมสนามของตัวเองกับสโมสร โดยเป็นการเจอกับ พอร์ทเวล ใน ลีก คัพ เมื่อฤดูกาล 1994/95 ขณะที่ประตูแรกของ สโคลส์ ในเกมลีก เกิดขึ้นกับ อิปสวิช ในปีเดียวกัน
ฤดูกาลที่แจ่มสุดๆ ของ สโคลส์ ใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แน่นอนว่า ต้องมีฤดูกาล 1995/96 ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้า "ดับเบิ้ลแชมป์" ได้ ซึ่งดาวเตะหัวแดงเพลิง เข้ามาเสียบแทนการหายไปของ เอริค คันโตน่า ที่โดนแบนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สโคลส์ จบฤดูกาลที่น่าจดจำดังกล่าว ด้วยการคว้าอันดับรองดาวซัลโวของสโมสร โดยทำไป 14 เม็ด เป็นรองเพียง คันโตน่า เพียงคนเดียว
"สโคลซี่ย์" ยังฉายฟอร์มสุดยอดในฤดูกาลที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้า "เทรเบิ้ลแชมป์" เมื่อปี 1999 แม้ว่า จะอดเล่นในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะติดโทษแบน
ในฤดูกาล 2003 ที่ "ปีศาจแดง" กลายร่างเป็นเทพในพรีเมียร์ลีกนั้น 20 ประตูทองของ สโคลส์ ก็ถือว่า มีความสำคัญสุดยอดเช่นเดียวกัน
พูดน้อย แต่ต่อยหนัก คือคุณสมบัติของดาวเตะผู้เป็นที่ใฝ่ฝันของกุนซือทุกคนบนโลกรายนี้
สโคลส์ สามารถทำประตูได้จากทุกระยะของสนาม
ในระดับชาติ สตาร์รายนี้ รับใช้ทีมชาติอังกฤษไปทั้งหมด 66 วาระ ก่อนประกาศขอเลิกหลังจบศึก ยูโร 2004 ที่ โปรตุเกส
นับตั้งแต่นั้น สโคลส์ ก็หันมาทุ่มเทให้กับการรับใช้สโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด แบบเต็มตัว แม้จะถูกจีบให้หวนคืนทีมชาติหลายครั้ง แต่ก็ส่ายหน้าตอบทุกครั้ง
ปัญหาทางสายตาของ สโคลส์ ทำให้เขามีส่วนร่วมกับฤดูกาล 2005/06 เพียงน้อยนิด
แต่ "สโคลซี่ย์" ก็รีเทิร์นกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2006/07
ไฮไลต์ส่วนตัวคือการซัดเปิดแผล ลิเวอร์พูล ในชัยชนะ 2-0 เมื่อเดือนตุลาคม 2006 รวมถึงการวอลเล่ย์เต็มเหนี่ยวในเกมบุกถล่ม แอสตัน วิลล่า 3-0 ในอีกสองเดือนถัดมา ซึ่งประตูนี้ ถูกคัดเลือกให้เป็นประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลโดยแฟนๆ ของสโมสรด้วย
ผลงานที่ใช้เท้าพูดแทนปาก ส่งผลให้เพื่อนนักเตะ และนักข่าว เลือกให้ สโคลส์ เข้าป้ายอันดับสามสำหรับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมสมาคมนักฟุตบอลอาชีพหรือ พีเอฟเอ และอันดับสี่สำหรับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมนักข่าว ซึ่งทั้งสองรางวัล ตกเป็นของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
สำหรับฤดูกาล 2007/08 นี้ "สโคลซี่ย์" มีโอกาสลบล้างความผิดหวังที่เคยพลาดนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเก้าปีก่อน หลังจากที่ตะบันประตูดับ บาร์เซโลน่า พร้อมกับส่ง "ปีศาจแดง" ทะยานสู่ มอสโก อย่างองอาจ
ที่ ลุซนิกี้ สเตเดี้ยม ในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ แน่นอนว่า สโคลส์ บนวัย 33 ปี จะเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์อย่างแน่นอน








ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ : พอล อารอน สโคลส์
วันเกิด :16 พฤศจิกายน 1974
เกิดที่ : ซัลฟอร์ด, อังกฤษ
ตำแหน่ง : กองกลาง
ส่วนสูง :170 ซม.
นิคเนม :'Ginger Prince'
สโมสรปัจจุบัน:แมนฯ ยูไนเต็ด
หมายเลขเสื้อ:18

สโมสรอาชีพ
ปี 1993 - ปัจจุบัน สโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่น 393 ประตู 96

ทีมชาติ
อังกฤษ 1997 - 2004 ลงเล่น 66 ประตู14


ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

เรอัลทุ่มสุดๆ อัพค่าตัวหนูโด้ 5 พันล้าน

เรอัล มาดริด ยอดทีมแห่งสเปน พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าคว้าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกจอมสับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป้าหมายเบอร์แรกมาเสริมทัพให้ได้ในซัมเมอร์นี้ โดยยินดีทุ่มเงินเพิ่มเป็น 100 ล้านปอนด์ หรือร่วม 5,000 ล้านบาท
นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ สื่อจอมแฉในอังกฤษรายงานว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ว่าที่ประธานคนใหม่ของเรอัล พร้อมทุ่มไม่อั้นเพื่อหนูโด้ โดยล่าสุดไฟเขียวเพิ่มงบเป็น 100 ล้านปอนด์ หรือร่วม 5,000 ล้านบาท เพื่อยื่นข้อเสนอให้ยูไนเต็ดพิจารณาในซัมเมอร์นี้
นอกจากโรนัลโด้แล้ว เปเรซยังตั้งเป้าจะสร้างทีมกาลัคติกอสให้ยิ่งใหญ่เหมือนสมัยที่เคยทำให้ชุดขาวโด่งดังคับฟ้าด้วยซูเปอร์สตาร์แถวหน้า ด้วยการทุ่มงบอีก 100 ล้านปอนด์ ซื้อกาก้า เพลย์เมกเกอร์แซมบ้าของเอซี มิลานมาเสริมทัพ
ขณะที่ล่าสุด ก็เพิ่งมีข่าวว่า เรอัล มาดริดตั้งเป้าอยากซื้อ ไมคอน แบ๊กขวาบราซิลเลี่ยนของอินเตอร์ มิลาน มาเสริมแนวรับด้วย

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552

" .....ไม่ต้องบอกก็รู้ (นะ) ว่ากรูเจ็บ....."



เชื่อว่าตอนนี้เหล่าแฟนๆทั้งหลายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงต้องรำพึงรำพันฝันร้ายในแนวๆนี้กันอยู่อย่างแน่นอน หลังจากความพ่ายแพ้ต่อคู่ปรับตลอดกาลอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไปแบบย่อยยับอัปราชัยที่สุดในรอบหลายสิบปีคารัง 4-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
คงไม่ต้องบรรยายอะไรกันมากสำหรับเบื้องลึกเบื้องหลังในนัดนี้ เพราะคงได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปแบบทะลุปรุโปร่งกันจนเหล่าแฟนผีไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ส่วนเหล่าแฟนหงส์ก็คงได้ยืดอกคุยกันไปหลายครั้งหลายคราแล้ว ซึ่งจากรูปเกมก็ไม่มีอะไรมากครับ เพราะเป็นความพ่ายแพ้ของทาง "ปีศาจแดง" ไปแบบหมดรูปจริงๆ โดยไม่ต้องมีอะไรมาแก้ตัว

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือเรื่องราวหลังจากความพ่ายแพ้นัดนี้มากกว่า...

แม้ว่าทางฝั่งนักเตะและกุนซือของ "เร้ด เดวิลส์" จะพยายามออกมาป่าวประกาศในเชิงเรียกขวัญกำลังใจว่า นี่ก็เป็นแค่ความพ่ายแพ้นัดเดียวจิ๊บๆ ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการยักษ์ใหญ่ไล่ล่า 5 แชมป์ของปีศาจแดงแน่นอน แต่ไม่ว่าคำพูดที่ว่าจะออกมาอย่างไรสิ่งที่เกิดมันก็เป็นชีวิตจริง ไม่ใช่เกมที่จะมารีสตาร์ทเล่นใหม่กันได้ทุกครั้งโดยไม่มีผลต่อความมั่นใจ การโดนคู่แค้นตลอดกาลบุกมาไล่ถลุงไปคารังแบบหมดสภาพเช่นนี้ ก็ต้องทำให้ขวัญและกำลังใจของทีมหล่นหายไปบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งจุดสำคัญที่ทุกคนกำลังจับตามองมันก็อยู่ตรงนี้แหละ นั่นคือ แมนฯยูฯ จะกลับมาจากความพ่ายแพ้ครั้งนี้ได้เร็วแค่ไหน

หากเรายังจำกันได้ ในฤดูกาลที่แล้ว อาร์เซน่อล เป็นทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง นำโด่งเป็นจ่าฝูงมาตลอด แต่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง มาจากเกมเอฟเอ คัพ ที่พวกเขาบุกไปเยือนรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด แล้วโดนปีศาจแดงระเบิดฟอร์มยิงสลุตชุดใหญ่ใส่ไป 4-0 ซึ่งถึงแม้มันอาจจะดูเหมือนเป็นแค่ความพ่ายแพ้ในบอลถ้วยน็อคเอาท์ถ้วยเดียวก็จริง แต่หลังจากนั้น ฟอร์มของทีม "ปืนใหญ่" ก็ดันขัดลำกล้อง ไม่ชนะติดกัน 5 นัดรวดในลีกไปซะงั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าในตอนนั้น ทีมกันเนอร์ส เกิดอาการ "แฮงก์โอเวอร์" ในความพ่ายแพ้ยับเยินต่อคู่แข่งสำคัญ (ซึ่งอาจเรียกได้ว่า "ความพ่ายแพ้ที่ไม่ธรรมดา") จนทำให้ทีมเป๋ยาวและหมดลุ้นไปในที่สุด ซึ่งเราคงเห็นได้แล้วว่า การ "คัมแบ็ก" นั้น มันสำคัญสำหรับฤดูกาลหนึ่งๆของทีมอย่างไร

กลับมาที่ทางกองทัพอสูรแดงกันบ้าง ถ้าเราจะนับเฉพาะสถิติทั้งในฤดูกาลนี้และฤดูกาลก่อน จะเห็นได้ชัดแบบไม่ต้องใช้แว่นท็อปเจริญส่องดู ว่าทีมอสูรแดงนั้น เป็นทีมที่สามารถพลิกกลับมาจากความพ่ายแพ้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการเสียศูนย์ ยางแตก ออกทะเล เป๋ยาวๆให้ได้เห็นกัน เรียกได้ว่าสามารถใช้ความพ่ายแพ้เป็นแรงกระตุ้นกลับให้กลับมาเข้าฟอร์มได้อีกครั้งอย่างดีเยี่ยม จนกลายเป็นจุดเด่นอีกจุด จากการ "พลิกวิกฤติเป็นโอกาส" ของพวกเขาเองนี่แหละ

จากฤดูกาลที่แล้ว หลังจากความพ่ายแพ้ต่อคู่ปรับร่วมเมือง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงต้นฤดูกาล เหล่าทัพปีศาจแดงก็กลับมาคว้าชัยได้ติดต่อกัน 5 นัดรวด จากนั้น เมื่อทีมตกรอบ คาร์ลิ่ง คัพ ไปด้วยฝีมือของทีมระดับต่ำศักดินาอย่าง โคเวนทรี่ ทีมก็กลับมาโขยกยิกๆ เก็บชัยได้อีก 6 นัดซ้อน, เมื่อทีมบุกไปพ่าย โบลตัน ทีมก็เอาชัยชนะมาแลกได้อีก 5 นัดซ้อนเฉพาะในลีก, หลังทีมบุกเจ๊งชัย เวสต์แฮม อสูรแดงก็งัดฟอร์มโซ้ยชัยได้อีก 6 นัดรวด, เมื่อทีมโดน "เรือใบสีฟ้า" บุกมาย้ำแค้นคาโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทีมก็ไร้พ่ายไปอีก 10 นัดในลีก และสุดท้ายเมื่อพวกเขาบุกไปโดน เชลซี เฉือนชัย พวกเขาก็แลกมันมาด้วยชัยชนะเหนือ บาร์เซโลน่า ในนัดถัดมาทันที

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า จากผลงานเหล่านี้นี่เอง ที่ช่วยให้พวกเขาครอง "ดับเบิ้ลแชมป์" มาครองได้เมื่อปีก่อน และการลุกขึ้นมาอีกครั้งหลังจากความพ่ายแพ้นั้น เป็น "คุณสมบัติของแชมป์" ที่ไม่ว่าทีมไหนๆ หากริจะเป็นแชมป์แล้วก็ต้องมีติดตัวเอาไว้ แต่ความพ่ายแพ้ต่อลิวเอร์พูลครั้งนี้ มันอาจแตกต่างกันออกไปก็ได้ เพราะมันเป็น "ความพ่ายแพ้ที่ไม่ธรรมดา" จริงๆ (เพราะผมก็จำความไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่เห็นแมนฯยูฯ แพ้เละเทะคาถิ่นขนาดนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ยิ่งเป็นกับทีมลิเวอร์พูลด้วยแล้ว...)

บททดสอบสำคัญของทีมปีศาจแดง ก็ไม่ต้องรอนาน เพราะอยู่ในเกมวันเสาร์นี้ ที่ทีมจะบุกไปเยือนทีมธรรมดาสามัญอย่าง ฟูแล่ม ที่ดูเผินๆเหมือนจะไม่น่ามีปัญหากับทีมจ่าฝูง แต่หลังจากความพ่ายแพ้แบบนี้ ก็ทำให้เกมนี้เป็นที่น่าจับตามองมากขึ้น เพราะเป็นบททดสอบด่านแรก ว่าแมนฯยูฯ จะสามารถรักษาความเป็น "คัมแบ็ก คิง" เอาไว้ได้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากทีมเก็บชัยชนะได้ ก็คงไม่มีใครตั้งข้อสงสัย และภาพรวมของพรีเมียร์ลีกก็คงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมก่อนวันที่ 14 มีนาอีกครั้ง แต่ถ้าเกิดสะดุดขึ้นมาอีก ก็น่าจะสรุปได้ว่า ความปราชัยที่ "หงส์แดง" มายัดเยียดให้นั้น มัน "ไม่ธรรมดา" จริงๆ และพรีเมียร์ลีกปีนี้ ก็น่าจะกลับมาลุ้นกันตาตั้งได้อีกครั้งหนึ่ง

ก่อนจากไป ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคหนึ่งว่า " ผู้ชนะที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่การไม่เคยพ่ายแพ้ใคร แต่มันวัดกันที่การลุกขึ้นมาหลังจากความพ่ายแพ้ได้หรือไม่ต่างหาก "
ข้อความจาก : สยามสปอร์ต

อเดม ลายิช สายเลือดใหม่แมนฯ ยูไนเต็ด


อเดม ลายิช จะไม่ได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการจนกว่าจะถึงเดือนมกราคมศกหน้า แต่กระนั้น กองกลางชาวเซิร์บ ได้เจียดเวลา 2-3 วันบินมาเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในระหว่างที่ได้มาลงซ้อมกับนักเตะชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น ลายิช ได้หาเวลาว่างมานั่งให้สัมภาษณ์กับเรา อยากรู้กันล่ะสิว่าบทสัมภาษณ์จะเป็นอย่างไร งั้นจะช้าอยู่ใยรีบเหวี่ยงสายตาลงมาข้างล่างโดยพลัน
- เมื่อคุณได้ยินเป็นครั้งแรกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจ คุณรู้สึกตื่นเต้นมากขนาดไหนที่จะได้มีโอกาสลงเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้?
อเดม ลายิช - ครั้งแรกที่ผมได้ยินว่าพวกเขาให้ความสนใจในตัวผม มันก็เกิดขึ้นสักเมื่อประมาณเมื่อ 1 ปีครึ่งที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ผมใช้เวลาเป็นสัปดาห์อยู่ที่ แคร์ริงตัน เพื่อลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ ซึ่งผมรู้สึกสนุกจริงๆ และผมรู้สึกมีความสุขอย่างมากที่ได้เป็นนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุกคนที่สโมสรทำให้ผมรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นสุดๆ และผมกำลังตั้งตารอคอยได้ย้ายมาร่วมทีมแห่งนี้ในเดือนมกราคมปีหน้า
- การฝึกซ้อมที่ ยูไนเต็ด แตกต่างจากการฝึกซ้อมใน เซอร์เบีย มากน้อยแค่ไหน?
อเดม ลายิช - คุณภาพที่นี่สูงมาก เพราะคุณได้ลงซ้อมกับนักเตะชั้นยอด แต่ความแตกต่างที่ได้เห็นอย่างชัดเจนคือมันเล่นกันเร็วกว่า ผมสนุกกับมันมาก และการได้ลงซ้อมกับนักเตะชั้นยอดเหล่านี้ช่วยให้ผมได้พัฒนาฝีเท้าขึ้น การได้ลงซ้อมกับทีมทำให้ผมได้เห็นว่าสิ่งต่างๆ ดำเนินไปอย่างไร มันทำให้ผมได้รู้ถึงความคาดหวังในตอนที่ผมย้ายมาอยู่ที่นี่ และผมหวังว่าในตอนที่ผมย้ายมา ผมจะได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ต้น
- คุณได้เรียนรู้อะไรบ้างจากนักเตะคนอื่นๆ?
อเดม ลายิช - ผมเลื่อมใสนักเตะทุกคน และผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากนักเตะเหล่านี้ในทุกๆ ช่วงการฝึกซ้อม ผมพยายามเลียนแบบสิ่งที่พวกเขาทำกัน และผมหวังว่าผมจะพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง
- สำหรับแฟนบอล ยูไนเต็ด ที่ไม่เคยเห็นฝีเท้าของคุณ คุณจะให้คำจำกัดความตัวเองในฐานะนักเตะว่าอย่างไรบ้าง?
อเดม ลายิช - (หัวเราะเอิ๊กอ๊าก) ผมคิดว่าผมมีเทคนิคที่ดี ผมชอบเลี้ยงบอล และผมก็มีความเร็ว
โซรัน โทซิช - อเดม เป็นนักเตะที่ดีมากๆ เนื่องจากมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม เขาชอบเล่นอยู่หลังกองหน้า หรือไม่ก็เล่นเป็นปีกขวา ที่ ปาร์ติซาน เราเล่นด้วยกันมาเกือบ 6 เดือนเต็ม และเราก็เข้าขากันเป็นอย่างดี ผมอยู่ฝั่งซ้าย ส่วนเขาอยู่ฝั่งขวา เขาเหลือสัญญาค้าแข้งใน เซอร์เบีย อีก 1 ปี ซึ่งจะต้องฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจนกว่าเขาจะได้ย้ายมา และในตอนที่เขาได้ย้ายมา ผมคิดว่าเขาจะพร้อมลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ทันที และผมก็มั่นใจว่าในตอนที่เขาได้เริ่มเล่นให้กับ ยูไนเต็ด แฟนบอลจะต้องรักเขาแน่ๆ
- อเดม การที่มีเพื่อนร่วมชาติอย่าง เนมานย่า วิดิช คอยเป็นพี่เลี้ยงให้ มันช่วยคุณได้มากขนาดไหน?
อเดม ลายิช - มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม ผมให้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเขา เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมมาเมืองแมนเชสเตอร์ และเขามักจะพาผมไปทัวร์รอบเมือง มันอาจจะเป็นเรื่องยาก ในตอนที่คุณย้ายมาอยู่ในเมืองใหม่ และก็ไม่รู้จักใครเลยสักคน หนำซ้ำยังไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษเลยด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องที่วิเศษที่ได้เขาอยู่ที่นี่
โซรัน โทซิช - วีด้า บอกกับเราว่า ยูไนเต็ด นั้นเจ๋งอย่างไร ก่อนหน้าที่เราจะย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่ทั้ง อเดม และผมก็รู้อยู่แล้วว่าสโมสรแห่งนี้ยอดเยี่ยมเพียงใด ผมเป็นแฟนบอลตัวยงของ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่พวกเขาคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 1999 และในเซอร์เบียผมก็ดูพวกเขาเล่นทุกเกมมาตั้งแต่เวลานั้นจนกระทั่งถึงเวลานี้ ครอบครัวของเรา และเพื่อนๆ ต่างก็อดตื่นเต้นไม่ได้ที่ได้เห็นเราย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด และเราทั้งคู่ก็รู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้เซ็นสัญญา
- เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ศรัทธาในตัวนักเตะดาวรุ่งมาโดยตลอด นั่นเป็น 1 ในเหตุผลหลักที่ทำให้คุณย้ายมาอยู่ที่นี่หรือไม่?
อเดม ลายิช - ครับ เขาเป็นผู้จัดการทีมชั้นยอด ผมตื่นเต้นมากๆ ที่ได้พบกับเขา และถึงแม้ วิด้า จะคอยเป็นล่ามให้กับเรา ถึงกระนั้นเราก็ยังมีบทสนทนาที่ดี ผมกำลังตั้งตารอคอยที่จะได้ทำงานร่วมกับเขา
โซรัน โทซิช - เขาเป็นผู้จัดการทีมที่วิเศษ ซึ่งมักจะหยิบยื่นโอกาสให้กับนักเตะดาวรุ่งอยู่เสมอ เราได้เห็นแนวทางที่เขาดึง กิ๊กซี่, เบ็คแฮม, สโคลซี่ และ แกรี่ ขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ และก็ช่วยในเรื่องของการพัฒนาฝีเท้า เราหวังว่าเขาจะทำแบบนั้นกับเรา และช่วยเราในเรื่องของการพัฒนาฝีเท้า
ภาพจาก :
http://www.manutd.com/

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

วิเคราะห์บอลโดย แจคกี้ บอลโลกคัดเลือก : ฮอลแลนด์ VS สกอตแลนด์



สุดสัปดาห์นี้ลีกยุโรปทั่วโลกงดทำการแข่งขัน เพื่อหลีกทางให้กับฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกทุกโซน ทั่วโลกตั้งแต่ เอเชีย ไปจนถึงโซนยุโรป
จากวันเสาร์ถึงวันพุธกลางสัปดาห์มีอะไรให้ลุ้นกันถึงสองนัด อาจเป็นจุดชี้ชะตาการเข้ารอบได้เช่นกัน และเมื่อผ่านช่วงนี้ไปเท่ากับว่าฟุตบอลโลกเดินมาถึงครึ่งทางแล้ว
หลังจากนี้อาจมีอะไรให้ติดตามอีกมากมายถ้าจะคัดเลือกเฉพาะคู่บิ๊กเกม ต้องบอกว่ามีค่อนข้างจำกัดส่วนใหญ่ ทีมระดับเกรดเอ มีโปรแกรมพบกับทีมเกรดดี ของกลุ่ม ไม่สนุกอะไร เอาแบบว่าได้ลุ้นที่สุดคือ ฮอลแลนด์ ปะทะ สกอตแลนด์ ในยุโรป คู่นี้ช่อง 7 ถ่ายทอดสด
“สิงโตคำราม” อังกฤษทีมที่คนไทยเชียร์กันเยอะ นัด สโลวะเกียมาอุ่นเครื่อง ก่อนรับมือยูเครนในวันพุธ โซนอเมริกาใต้ ดูการเปิดตัวของ ดีเอโก มาราโดนา ในการคุมทีมนัดแรกอย่างเป็นทางการ หลังจากอุ่นเครื่องมาสองนัดชนะรวด
แต่ของจริงจะยังไงต้องลุ้นนัดรับมือ เวเนซูเอล่า
ขณะที่โซนเอเชีย ไฮต์ไลต์อยู่ที่ อิหร่าน-ซาอุ สองทีมใหญ่จากตะวันออกกลางต้องมาตัดกันเอง ใครแพ้โอกาสลุ้นที่สามเตะเพลย์ออฟมีสูง ขณะที่ศึกสายเลือด เกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ เตะกันที่กรุงโซล คืนวันพุธ เป็นอีกสุดยอดแมตช์เช่นกัน
สัปดาห์นี้วิเคราะห์เจาะลึกขอเลือก 2 คู่ใหญ่ที่อยู่ในความสนใจ สุดสัปดาห์นี้ 1 คู่และขอกลางสัปดาห์อีก 1 คู่ เรียกว่าต่อเนื่องกันไปเลย
ทั้งรายละเอียด, ข้อมูลเชิงลึก ความเคลื่อนไหว, ตัวเลขสถิติ ถูกกลั่นกรองมาเป็นทัศนะในขั้นสุดท้าย ส่วนผลแข่งไม่ต่างอะไรกับการเดา แต่สาระอยู่ที่ขั้นตอนก่อนมาถึงสกอร์ ตรงนั้นคือข้อเท็จจริง ที่ไม่อาจเดาสุ่มได้เลย แก่นและหัวใจของมันจึงอยู่ตรงนั้น
เรื่องสกอร์ หรือการทายผลนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แตกต่าง แต่มันก็คือทัศนะของแต่ละคนมิใช่หรือ??

ฮอลแลนด์ VS สกอตแลนด์กลุ่ม 9, วันเสาร์ที่ 28 มี.ค. 2352เวลา : 02.40 น. ช่อง 7 ถ่ายทอดสด
สรุปคะแนนอันดับกลุ่ม 9

* แชมป์ 9 กลุ่มเข้ารอบอัตโนมัติ* รองแชมป์กลุ่มคะแนนดีที่สุด 8 ทีม ประกบคู่เพลย์ออฟ (เหย้า-เยือน) ผู้ชนะเข้ารอบสุดท้าย
อัศวินสีส้ม พร้อมกว่า ถือว่าผลงานของฮอลแลนด์มาดีในครั้งนี้หลังจาก เบิร์ต ฟาน มาไวจ์ คุมทีม แม้ เอดวิน ฟาน เดอ ซาร์ ปฏิเสธการคัมแบกทีมชาติ แต่ทีมยังมีนักเตะให้เลือกใช้เยอะ เกมนี้เขาได้นักเตะมาร่วมทีมแบบเต็มกำลัง ต้องยอมรับว่าทีมสีส้มผลงานดีต่อเนื่องจนมีอันดับโลกหรือ แรงค์กิ้งของฟีฟาขึ้นอันดับสาม
สภาพทีมก่อนรับมือฮอลแลนด์
สกอตตัวหลักเจ็บหลายคน ทีมของจอร์ช เบอร์ลีย์ ประสบปัญหาใหญ่คือนักเตะกำลังสำคัญพากันเจ็บหมดตั้งแต่ นายประตูตัวหลักของทีม และมาเกิดขึ้นในเกมสำคัญซะด้วย เลยทำให้ทีมพลพรรคตาร์ตั้นต้องบุกไปเยือน ฮอลแลนด์ ในสภาพไม่พร้อมเท่าไหร่
นอกจาก เครก กอร์ดอน นายประตูที่หมดสิทธิ์ลงแล้วยังมี พอล ฮาร์ทลีย์ กองกลางจากเซลติก เจ็บต้นขาเดวิด เวียร์ เซนเตอร์ของ เรนเจอร์ส, สตีฟ แมกมานัสก็เดี้ยง ยังดีที่ แบร์รี เฟอร์กูสัน กองกลางหัวใจสำคัญและดาวยิงอย่าง เคนนี มิลเลอร์ โอเค พร้อมเตะทีมสีส้ม
สีส้มได้เบียด... สองทีมต่างสไตล์กันอย่างสิ้นเชิง แม้ช่วงหลังสกอตแลนด์ พยายามเล่นบอลกับพื้นมากขึ้น แต่เชื่อว่าความแม่นคงสู้ ฮอลแลนด์ ไม่ได้ เทียบ 11 คนแรกแล้ว ฮอลแลนด์ยังคงเหนือกว่า เทียบศักยภาพแนวลึกโดยเฉพาะผู้เล่นแนวรุกฝั่งเจ้าบ้านพร้อมทะลวงตาข่ายตลอดเวลา
20-30 นาทีแรกสกอตแลนด์อาจสู้ได้สูสี และช่วงชิงจังหวะได้บ้าง แต่การทำเกมน่าจะเป็นฮอลแลนด์ ที่คุมได้ ขณะที่ทีมสกอตคงบุกไม่ถึงหน้าบ้านฮอลแลนด์ แน่นอน
เกมรุกฮอลแลนด์คงกดดันสกอตได้มากกว่าที่ สกอต จะหาโอกาสนานๆ ครั้งซะที
อีกทั้งความผิดพลาดในแนวรับและผู้รักษาประตูมือสองคงทำให้ สกอตมีโอกาสแพ้มากกว่าชนะ เกมนี้เชื่อว่า ฮอลแลนด์ จะชนะ 1-0

บทความโดย "แจ็คกี้" อดิสรณ์ พึ่งยา
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

ผีเจรจา "ทาทา" บ.อินเดียเป็นสปอนเซอร์แทนAIG



แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังมองหาสปอนเซอร์รายใหม่มาแทน AIG บริษัทประกันภัยชั้นนำแห่งสหรัฐอเมริกาที่โดนพิษเศรษฐกิจเล่นงาน ตกเป็นข่าวได้ติดต่อเจรจา ทาทา กรุป กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของอินเดียมาสนับสนุนทีมเป็นรายต่อไปแล้ว
AIG รอดพ้นจากภาวะล้มละลายมาได้จากเงินช่วยเหลือของรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ และด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถต่อสัญญาเป็นสปอนเซอร์ให้ผีแดงที่จะหมดลงในปี 2010 ได้
เดิมทีมีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมเสื้อแข่งใหม่ในซีซั่นหน้าหลังใช้แบบเดิมครบกำหนด 2 ปีนั้น จะยังคงมี เอไอจี คาดอกตามเดิมไปก่อนเพราะหาสปอนเซอร์ใหม่ไม่ได้
แต่ล่าสุดมีรายงานว่า บอร์ดผีแดงได้เดินหน้าทาบทาม ทาทา กรุป กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ในอินเดียมาเป็นผู้สนับสนุนรายใหม่ โดยพวกเขาเป็นกลุ่มลงทุนในูธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์, พลังงาน, การถลุงเหล็กกล้า, การผลิตชา รวมถึงธุรกิจโรงแรม เป็นต้น แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาแต่อย่างใด
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

กระเทาะเปลือก เนมานย่า วิดิช


กำลังโชว์ฟอร์มเทพจนเป็นว่าที่นักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ แต่เนมานยา วิดิช ปราการหลังชาวเซิร์บของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็เสียรังวัดไปพอควร จากใบแดงในเกมแดงเดือดที่ทำให้ผีแดงพ่ายต่อลิเวอร์พูลยับ 1-4 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ฟอร์มออกทะเลในเกมกับหงส์ โดยเฉพาะการปล่อยให้เฟร์นันโด ตอร์เรส เบียดแย่งบอลเข้าไปยิงตีเสมอ และการไปตะปบเป้า สตีเว่น เจอร์ราร์ดจนลงไปกองในจังหวะจะหลุดเดี่ยว จนทำให้ตัวเองโดนไล่ออก และเสียฟรีคิกอันกลายเป็นประตูที่หงส์นำ 3-1 นั้นถือว่าเสียหายไม่น้อย
แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้แฟนผีแดงลืมผลงานอันยอดเยี่ยมตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของเขา โดยเฉพาะในซีซั่นนี้ที่เป็นคีย์แมนสำคัญในแนวรับ ทำให้ทีมปีศาจแดงทำสถิติไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งมานานถึง 12 นัดติดต่อกัน
วิดิชยังคงได้รับเสียงสนับสนุนต่อการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีก ซึ่งนับว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยที่นักเตะในตำแหน่งกองหลังจะมีลุ้นรางวัลที่ยิ่งใหญ่นี้
จากกองหลังโนเนมชาวเซิร์บ วิดิชพัฒนาฝีเท้าจนก้าวเป็นหลักให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และในปัจจุบันเขาเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟระดับเวิลด์คลาสไปแล้ว
เราจะพาคุณไปรู้จัก เนมานย่า วิดิช ในแง่มุมที่คุณอาจไม่เคยเห็น ก่อนที่เขาจะเป็นดาวเตะซูเปอร์สตาร์ในอีกไม่ช้าไม่นานนี้
@ คุณเตะฟุตบอลกับดูซาน พี่ชายมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ทราบว่าุคุณเล่นเป็นกองหลังตลอดเลยหรือไม่วิดิช : ไม่ครับ ผมชอบเล่นหลากหลายตำแหน่งเหมือนเด็กๆ ทั่วไป แต่ผมมักจะชอบยืนริมเส้นฝั่งขวา ผมเล่นเป็นกองหน้าจนถึงอายุ 13 เลยนะ ก่อนจะโยกมาเล่นแบ๊กขวา แล้วให้หลังจากนั้นไม่นานก็มาเป็นเซ็นเตอร์แบ๊ก
@ ตอนนั้นตื่นเต้นไหมที่เร้ดสตาร์ เบลเกรดต้องการเซ็นสัญญากับคุณ
วิดิช : ผมดีใจสุดๆ ผมเป็นแฟนเร้ดสตาร์มาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นพวกเขาเป็นแชมป์โลก และแชมป์ยุโรป ดังนั้นการได้ย้ายไปสวมเสื้อแข่งของทีมดาวแดงก็คือความฝันของเด็กเกือบทุกคนในเบลเกรดเลยก็ว่าได้
@ คุณได้เรียนรู้อะไรที่สำคัญๆ จากที่นั่นบ้าง
วิดิช : เรื่องของใจสู้และกระหายในชัยชนะ ก่อนหน้านั้นผมเล่นกับทีมเล็กๆ ซึ่งมีเป้าหมายที่ไม่สูงนัก แต่ที่เร้ดสตาร์ ทุกอย่างแตกต่างไป มีความกดดันทุกเกมที่ลงสนาม ผมยอมรับความท้าทายนั้น แล้วก็ยังคงมีจิตใจที่จะสู้เพื่อชัยชนะจนวันนี้ ซึ่งมีผลมากกับการค้าแข้งของผมที่ยูไนเต็ดในปัจจุบัน
@ คุณถูกปล่อยตัวไปให้เอฟเค สปาร์ตัก ซูโบติกา ยืมใช้งาน คิดว่าการย้ายทีมในครั้งนี้มีผลอะไรกับชีวิตค้าแข้งคุณบ้าง
วิดิช : มันคือความท้าทายครั้งใหม่ การไปเล่นให้สโมสรเล็กๆ ช่วยให้ผมมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น และทำให้ผมตระหนักได้ว่า มันสำคัญมากแค่ไหนที่ต้องเล่นให้ดีทุกนัก และทำให้ผมอยากเล่นให้เร้ดสตาร์มากขึ้น ผมได้บทเรียนที่ดี ที่มองย้อนกลับไปแล้วผมรู้ว่ามันช่วยให้ผมพัฒนาตัวเองทั้งในฐานะนักเตะ และมนุษย์คนหนึ่ง
@ มันลำบากมากไหมที่ต้องย้ายจากเซอร์เบียไปที่มอสโก
วิดิช : ไม่เชิงนะ มีนักเตะเซิร์บอยู่ 2-3 คนที่สปาร์ตักตอนที่ผมย้ายไปที่นั่น ดังนั้นพวกเขาจึงช่วยให้ผมปรับตัวได้มาก ผมมีความทรงจำที่ดีในมอสโก และพวกเขาก็เป็นเพื่อนยากของผมจริงๆ
@ แล้วเนมันย่า วิดิช ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดล่ะ
วิดิช : ผมภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยอดทีมเช่นนี้ เราเดินหน้าคว้าแชมป์มากมาย เราเปรียบเหมือนครอบครัวใหญ่ที่มีความรักใคร่ปรองดองกัน
@ คิดว่าคุณสมบัติใดที่ทำให้ยูไนเต็ดสนใจในตัวคุณ
วิดิช : ผมเป็นกองหลังที่ดี ผมเล่นได้ดีกับสปาร์ตัก และทีมชาติ โดยเฉพาะในเกมยูโร 2004 รอบคัดเลือก เราเสียแค่ประตูเดียวจาก 10 เกม พวกเขาติดตามผลงานผมมาพอสมควร และน่าจะพอใจจนอยากเซ็นสัญญากับผม คุณน่าจะไปถามแมวมองของสโมสรนะว่าพวกเขาเห็นอะไรในตัวผม ผมแค่ดีใจเหลือเกินที่ได้รับโอกาสมาเล่นกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้
@ แล้วตื่นเต้นมากไหมตอนที่ย้ายมาใหม่ๆ
วิดิช : ต้องยอมรับว่าผมประหลาดใจเหมือนกันที่พวกเขาเซ็นสัญญากับผม แต่ผมก็ดีใจมากๆ ผมรู้มาก่อนแล้วว่าสโมสรแห่งนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน และมีแต่นักเตะชั้นนำทั้งนั้น ผมได้แต่เจียมตัวและฝึกซ้อมหนัก ผมไม่ตื่นกลัวนะ แต่ก็มีบ้างบางครั้ง
@ แล้วนักเตะคนอื่นๆ ช่วยให้คุณปรับตัวในอังกฤษได้บ้างหรือเปล่า
วิดิช : เพื่อนๆ วิเศษมาก พวกเขาช่วยเหลือผมเยอะเลย มันยากที่จะปรับตัวอยู่ในอังกฤษช่วงแรกๆ แต่ทุกคนก็ต้อนรับผมอย่างอบอุ่น ผมฝึกภาษาอังกฤษทุกวัน ผมจึงต้องขอขอบคุณทุกคนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากๆ ไว้ ณ ที่นี่
@ คุณสนิทกับริโอ เฟอร์ดินานด์ีนี่ ไม่ทราบว่าในสนามคุณเล่นเข้ากันได้ดีด้วยหรือเปล่า
วิดิช : ครับ เราใช้เวลาด้วยกันตลอดทั้งระหว่างเกม การซ้อม ไปเที่ยว กินอาหาร หรือทำกิจกรรมอื่นๆ เราจึงสนิทสนมกันนอกสนามด้วย
@ ดูเหมือนแข้งยูไนเต็ดจะสนิทสนมกันมาก เรื่องนี้มีส่วนช่วยให้ผลงานดีด้วยหรือเปล่า
วิดิช : คุณไม่อาจเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการหากบรรยากาศในทีมไม่ดี ทุกสโมสรก็ต้องการสิ่งนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเป็นความสนิทสนมรักใคร่กันอย่างจริงใจ เรามีทีมสปิริตที่ดี เมื่อทีมมีนักเตะที่มีศักยภาพเยี่ยมเช่นนี้แล้ว ชัยชนะก็ตามมาเอง
@ อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เกมรับของทีมยอดเยี่ยมจนทำสถิติไม่เสียประตูยาวนานในซีซั่นนี้
วิดิช :ไม่มีความลับอะไรเลยจริงๆ แต่่ช่วงไม่กี่เดือนนี้ นักเตะที่ไม่ค่อยได้เล่นในตอนต้นๆ ฤดูกาลต่างก็โชว์ฟอร์มได้ดี แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทั้งทีมของเรา พวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยม ทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งทั่วแผ่นจริงๆ
@ ในฐานะกองหลัง คุณพอใจกับสกอร์ชนะ 1-0 มากกว่า 3-1 หรือเปล่า
วิดิช : ไม่เชิงนะครับ ทุกชัยชนะก็สำคัญเหมือนๆ กัน 3 คะแนนก็คือ 3 คะแนน การไม่เสียประตูถือเป็นโบนัสสำหรับกองหลังและผู้รักษาประตู ตราบเท่าที่ทีมชนะผมก็แฮปปี้แล้ว
@ การลงเล่นให้เซอร์เบีย และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเหมือนกันหรือไม่
วิดิช : มันยากที่จะเปรียบเทียบนะ สำหรับผมคุณไม่สามารถเทียบระหว่าง 2 สโมสร หรือทีมใดได้ มันเกือบๆ จะเป็นไปไม่ได้เลย กับทีมชาติเซอร์เบีย เราต้องการสร้างสิ่งพิเศษ และสไตล์การเล่นที่เป็นแบบของเรา เรามีศักยภาพที่จะเล่นได้ดี น่าชื่นชม และเล่นเกมรุก ผมหวังว่าแฟนบอลจะได้เห็นพวกเราในแอฟริกาใต้
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

ลูกชายแย้มเองเฟอร์กี้วางมือปีหน้า


เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะวางมืออำลาวงการในช่วงฤดูกาลหน้า ตามการเปิดเผยของลูกชาย ดาร์เรน เฟอร์กูสันกุนซือในตำนานชาวสกอตแลนด์ เข้ามาคุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 1986 และนำความสำเร็จมากมายมาสู่สโมสรตลอด 22 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็เริ่มมีการพูดถึงการอำลาวงการของเฟอร์กี้ อย่างจริงจังอีกครั้งว่าอาจจะเกิดขึ้นใน 2-3 ปีข้างหน้า แต่ทางด้าน ดาร์เรน ลูกชายที่เป็นผู้จัดการทีมปีเตอร์โบโร่ห์ ก็ได้แย้มว่าบางทีผู้เป็นพ่ออาจจะลาวงการในช่วงปีหน้าเลย "สุขภาพของเขายังดีอยู่ และเขากำลังสร้างทีมชุดใหม่" "ถ้าพวกเขาได้แชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้ และพวกเขาไล่ตามลิเวอร์พูลทัน" "ผมคิดว่าเขาน่าจะทำได้ในปีนี้และจากนั้นมันก็อาจจะพอแล้วสำหรับเขา"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

คาเปลโล่ย้ำไม่มีปัญหารูนตบะแตก



ฟาบิโอ คาเปลโล่ ผู้จัดการทีม "สิงโตคำราม" อังกฤษ ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาเป็นการส่วนตัวกับ เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าอารมณ์ร้อนหลังจากที่เคยวิจารณ์เรื่องการควบคุมอารมณ์หลังจากที่คาเปลโล่ ได้ออกมาวิจารณ์รูนี่ย์ ในเหตุการณ์ที่ระเบิดอารมณ์หลังโดนไล่ออกในเกมกับฟูแล่ม ว่าเป็น "คนบ้า" จนทำให้มีกระแสว่าอาจจะไม่พอใจกันได้ แต่ทางกุนซือชาวอิตาลี ก็ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน "สำหรับผม รูนี่ย์ เป็นนักเตะที่เก่งมาก เขายังเด็ก บางครั้งปฏิกริยาของเขาจะไม่ดีมากนัก แต่เขาก็เป็นนักเตะที่ดีและเป็นคนที่ดี" "ผมคิดว่าในเวลานี้เขายังโกรธเล็กน้อย เพราะพวกเขาแพ้ และเขาก็โดนใบแดง แต่นั่นเป็นเหตุผลที่เขาทำแบบนั้น แต่ว่ามันจะไม่มีปัญหาอะไรสำหรับรูนี่ย์ ในอนาคต" "ผมได้คุยกับเขาแล้ว ผมมีความพอใจหลังจากที่ผมได้พูด บางครั้งเราก็ต้องดุดันบ้างระหว่างเกม ผมหวังว่าระดับความเกรี้ยวกราดมันจะมีความสมดุลขึ้น" "เรื่องนี้สำคัญมาก ผมมั่นใจว่าเขาเล่นได้ดีสำหรับเรา เราต้องการทีมที่ดุดัน มีความดุดันในเชิงที่สร้างสรรค์"

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล