manchester united

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553

สื่อแฉเกลเซอร์ฉกเงินผี 20 ล้าน


สือมวลชนในอังกฤษ รายงานข่าวว่าตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของสโมสร "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการฉกเอาเงินของสโมสรไปใช้ในการส่วนตัวถึง 20 ล้านปอนด์มีรายงานข่าวสืบเนื่องจากรายงานผลการประกอบการของทีมที่ได้กำไร 48.2 ล้านปอนด์ แต่มาจากการขาย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้เงินถึง 80 ล้านปอนด์ ว่าทางด้านเกลเซฮร์ ได้มีการขอยืมเงินจากสโมสรไปถึง 10 ล้านปอนด์ โดยที่ยังไม่ได้ชำระคืนให้ ขณะเดียวกันก็ยังมีการเรียกเงินไปอีก 10 ล้านปอนด์เป็นค่า "บริหารจัดการ" ในสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท เอสแอลพี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกลุ่มเกลเซอร์ ไม่นับเงินที่ต้องจ่ายให้อีกปีละ 2.9 ล้านปอนด์ด้วย
ข้อมูลจาก :
MSN ฟุตบอล

ช็อก! ผีเตรียมโละยกชุด 80 ล้านปอนด์


ทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าเตรียมที่จะโละนักเตะระดับสตาร์หลายคน เพื่อหาเงิน 80 ล้านปอนด์ โดยมีชื่อของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ รวมอยู่ด้วยมีรายงานข่าวว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่พอใจกับผลงานของลูกทีมหลายคนที่น่าผิดหวัง และเตรียมจะโละทิ้ง โดยมีชื่่อของ เบอร์บาตอฟ, อันแดร์สัน, เนมันย่า วิดิช และโซรัน โทซิช ที่อยู่ในข่าย ทั้งนี้ เฟอร์กี้ หวังจะคว้าตัว คาริม เบนเซม่า มาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ในช่วงปิดฤดูกาล ซึ่งก็หวังจะใช้เงินที่ได้จากการขายสตาร์ทั้งหมดข้างต้นมาเป็นทุน โดยคาดว่าจะได้เงินมากว่า 80 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
ข้อมูลจาก :
MSN ฟุตบอล

หงส์ร่วง! เร้ดดิ้งเจ๊าทดเจ็บก่อนแซงต่อเวลาลิ่วเอฟเอ


หมดท่าอย่างแรงสำหรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เมื่อจะชนะอยู่แล้วแต่คว้าไว้ไม่อยู่มาโดน เร้ดดิ้ง ตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนที่จะโดนยิงแซงในการต่อเวลาพิเศษร่วงตกรอบเอฟเอ คัพ ไปในที่สุด
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบที่ 3 นัดรีเพลย์ (13 ม.ค.52)
ลิเวอร์พูล 1-2 เร้ดดิ้งสนาม : แอนฟิลด์ประตู :1-0 เบอร์ตรองด์ 45 (เข้าประตูตัวเอง)1-1 ซิเกิร์ดสัน 90 (จุดโทษ)1-2 ลอง 100
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ ลงสนามรับมือ "เดอะ รอยัลส์" เร้ดดิ้ง อีกครั้งหลังเสมอกันในเกมเอฟเอ คัพ รอบที่ 3 นัดแรก โดยเกมนี้ ราฟาเอล เบนิเตซ ปรับผู้เล่น 5 ตำแหน่งด้วยกัน แต่ก็ยังมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ในสนาม และมี มักซี่ โรดริเกวซ ปีกตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาลงมาโชว์ตัวก่อนเกมด้วย ลิเวอร์พูล เปิดฉากลุยใส่ทันทีตั้งแต่ต้นเกมเนื่องจากต้องการเข้ารอบให้ได้ แต่ก็เกือบโดนทีเด็ดของทีมเยือนเหมือนกันในนาทีที่ 9 เมื่อ เสียฟาวล์เลยมุมกรอบเขตโทษทางฝั่งขวาไปนิดเดียว ซิเกิร์ดสัน ปั่นไปให้ คาวาเลียรี่ ต้องบินไปเซฟ หงส์แดงบุกไปบุกมาก็ตันตั้งแต่ต้นเกม ไม่มีจังหวะลุ้นจังๆเลย ต่างจากเร้ดด้ง ที่เกือบจะได้อีกครั้งเมื่อ คาร์ร่าเกอร์ ดักบอลพลาดลูกเปิดจากทางขวาของไซม่อน เชิร์ช เลยมาถึง ราเซียค แต่หอกโปแลนด์ ซัดจากระยะ 6 หลาข้ามคานออกไปเหลือเชื่อ ถัดมาอีก 4 นาที เจ้าบ้านเกือบโดนอีกครั้งคราวนี้เป็นจังหวะโต้กลับเร็ว แม็คเอนัฟฟ์ พาบอลจากแดนตัวเองเลื้อยไปทางปีกขวาก่อนจะครอสเร็วเข้ามากะให้ถึง เชิร์ช แต่พุ่งตอร์ปิโดบกวืดไปแค่นิดเดียวเท่านั้น แฟนบอลลิเวอร์พูล ต้องอึ้งต่อเพราะนอกจากทีมจะเล่นไม่ดีแล้วยังต้องเสีย เฟร์นานโด ตอร์เรส ออกมาพักด้วยหลังมีอาการบาดเจ็บขึ้นมา โดยเป็น ดาวิด เอ็นโก ที่ลงมาแทน จากนั้น ลิเวอร์พูล ค่อยๆรวบรวมเกมกลับมาได้อย่างช้าๆ และมาได้โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกจากจังหวะที่ เดเก้น ลากบอลขึ้นมาก่อนจะจ่ายออกซ้ายให้ เบนายูน ปั่นโค้งตามน้ำบอลพุ่งเฉี่ยวสามเหลี่ยมไปได้ลุ้น ต่อมา เอ็นโก มีจังหวะลากจี้แนวรับก่อนจะหาช่องซัดได้แต่เบาและตรงตัว เฟเดริชี่ ก่อนที่เกมจะดำเนินมาเรื่อยๆถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูนำ 1-0 จนได้จากจังหวะที่ เจอร์ราร์ด ได้เปิดบอลในเขตโทษไปแฉลบขากองหลังเปลี่ยนทางเข้าประตูไป เป็นประตูโทนของครึ่งแรก หลังจากนั้น ราฟา ได้เปลี่ยนเอา เจอร์ราร์ด ออกตั้งแต่ต้นครึ่งหลังให้ ไรอัน บาเบิล ลงมาแทนและปรับระบบมาเล่น 4-4-2 ดัน เคาท์ ไปยืนหน้าคู่กับ เอ็นโก ทำให้รูปเกมของ ลิเวอร์พูล ดูลงตัวกว่าครึ่งแรก เจ้าบ้านดาหน้าลุยอย่างเมามันโดยเฉพาะทางฝั่งขวาที่มีทั้ง บาเบิล และ เดเก้น และมีจังหวะส่องประตูเรื่อยๆ ขณะที่ทีมเยือนใกล้เคียงจะตีเสมอได้ถ้าลูกโขกของ อิงกิมาร์สสัน ในเขตโทษไม่เฉี่ยวเสาออกไปในนาทีที่ 65 อัลแบร์โต้ อาควิลานี่ เกือบทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ได้เช่นกัน เมื่อจ่ายบอลออกซ้ายให้ เบนายูน หลุดที่จะเปิดกลับคืนมาให้ อาควิลานี่ ที่วิ่งเติมมาถูกช่องได้โขกแต่ดันโขกออกไปแบบน่าเกลียด เร้ดดิ้ง เองก็ยังไม่ได้ถอดใจเพราะตามแค่ประตูเดียวถือว่ามีลุ้น และน่าจะตีเสมอสุดๆใจนนาทีที่ 79 เมื่อ แม็คเอนัฟฟ์ โชว์สปีดขั้นเทพหลังเก็บบอลได้กลางสนามก็ลากโซโล่เดี่ยวแหวกกองหลังลิเวอร์พูลทั้งแผงก่อนจะหลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับ คาวาเลียรี่ แถมยังโยกหลอกให้หลงทางได้แล้วแต่กลับซัดหลุดกรอบไปแบบไม่น่าเชื่อ ทำให้พลาดโอกาสลุ้นประตูที่สวยที่สุดในฤดูกาลไป แนวรับของลิเวอร์พูล เริ่มออกอาการรวนอีกครั้งเมื่อปล่อยให้ เชิร์ช ขึ้นโขกในกรอบ 6 หลาคนเดียวโล่งๆแต่ยังดีที่ข้ามคานออกไปเยอะ ก่อนที่จะมีโอกาสทองอีกครั้งในช่วงนาทีสุดท้ายจาก ซิเกิร์ดสัน ที่ได้ลองยิงจากหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งจะเสียบเสาไกลอยู่แล้วแต่ คาวาเลียรี่ ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สิ้งที่ไม่น่าเชื่อก็มาเกิดขึ้นเมื่อ เร้ดดิ้ง มาได้จุดโทษในจังหวะที่ เบนายูน ไปทำฟาวล์ในเขตโทษแบบไม่จำเป็น และเป็น ซิเกิร์ดสสัน ที่ยิงประตูตีเสมอให้ทีมเยือนเป็น 1-1 ทำให้ต้องเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษไปอีก 30 นาที ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ลิเวอร์พูล กลับมาดาหน้าบุกใส่อีกครั้ง แต่เจาะไม่เข้า และยังมาโดนทีเด็ดของเรดดิ้ง เล่นงานในนาทีที่ 106 เมื่อ ซิเกิร์ดสัน จิ้มลอดขาอินซัว ก่อนจะหลุดไปเปิดบอลทางขวาเข้ามาถึง เชน ลอง พุ่งโขกเข้าไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล ยิ่งเล่นยิ่งเละแต่ก็เกือบตีเสมอได้เหมือนกัน เมื่อ อาควิลานี่ เปิดจากแนวลึกให้ เบนายูน ที่หลุดกับดักล้ำหน้าได้หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ เฟเดริชี่ แต่ยิงไปติดเซฟอย่างน่าเสียดายเพราะน่าจะทำได้ดีกว่านั้น ซึ่งนั่นคือโอกาสทองครั้งสุดท้ายในเกม ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะแพ้ไปเมื่อครบ 120 นาทีตกรอบเอฟเอ คัพ ไปเรียบร้อย
รายชื่อผุ้เล่นทั้งสองทีมลิเวอร์พูล : ดีเอโก้ คาวาเลียรี่, ฟิลิปป์ เดเก้น (มาร์ติน สเคอร์เทล 91) , เจมี่ คาร์ราเกอร์, ดาเนี่ยล แอกเกอร์, เอมิเลียโน่ อินซัว, ลูคัส, อัลแบร์โต้ อาควิลานี่, เดิร์ค เคาท์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด (ไรอัน บาเบิล 46) , ยอสซี่ เบนายูน, เฟร์นานโด ตอร์เรส (ดาวิด เอ็นโก 29)
เร้ดดิ้ง : อดัม เฟเดริชี่, บรินยาร์ กุนนาร์สสัน, แมตธิว มิลล์ส, อิวาร์ อิงกิมาร์สสัน, ไรอัน แบร์กตรองด์, โยบี้ แม็คเอนัฟฟ์, คาลิฟา ซิสเซ่ (ไบรอัน ฮาวเวิร์ด 59), เจม คาราซัน (เชน ลอง 81) , กิลฟี่ ซิเกิร์ดสสัน, เกอร์เซกอร์ซ ราเซียค (จิมมี่ เคเบ้ 65), ไซม่อน เชิร์ช
ผู้ตัดสิน : ฟิลล์ ดาวด์
ข้อมูลจาก :
MSN ฟุตบอล