manchester united

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เวย์น รูนี่ย์ : ผมแค่ไม่อยากจะพลาดมัน!


คว้าแชมป์ได้ตามความคาดหมายสำหรับพลพรรค "ปีศาจแดง" แต่ไม่มีใครที่จะสะใจไปกับโทรฟี่ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ มากไปกว่าเวย์น รูนี่ย์ เจ้าของ 3 ประตูจาก 2 นัดและเป็นคนทำประตูชัยให้ทีมอีกแล้ว!
Q: เวย์น - ในตอนสุดท้ายแฟนๆร้องเพลงว่า 'แชมป์อังกฤษ, แชมป์ยุโรป, แชมป์โลก' คุณรู้สึกยังไงเมื่อได้ยินเพลงนี้?
ผมมีความสุขมาก มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมอย่างมากในการที่ได้เป็นทีมแชมป์โลก มันเป็นเกมที่ยากนะหลังจากที่เราต้องเหลือแค่ 10 คน ดังนั้นผมก็เลยดีใจกับชัยชนะในเกมนี้มาก มันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมและสโมสรทั้งหมด ผมมาที่นี่เพื่อคว้าแชมป์ ดังนั้นการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก และตอนนี้ก็ได้เป็นแชมป์โลกในปีเดียวกัน มันเลยเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเอามากๆ มันเป็นเรื่องที่เราภูมิใจอย่างมาก
Q: คิดว่าลีกา เด ควิโต้ เล่นเป็นยังไง?
ผมคิดว่าพวกเขาเป็นทีมที่ดีทีเดีว พวกเขาผ่านบอลกันได้ดีมากโดยเฉพาะเวลาที่เราเหลือแค่ 10 คน พวกเขาเก็บบอลได้ดีอยู่หลายครั้งและทำให้เราเจองานยากขึ้นกว่าจะชนะได้ ต้องให้เครดิตพวกเขาตรงนี้ แต่ยังไงผมก็คิดว่าเรามีโอกาสมากกว่า ดังนั้นมันทำให้เรารู้สึกดีแม้จะเหลือคนน้อยกว่า ยิ่งเราเล่นเกมรับได้ดีมาก ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกว่าเราน่าจะชนะได้ในเกมนี้ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
Q: แต่ถึงอย่างนั้น นายทวารของพวกคุณก็ต้องทำงานหนักนะ
เอ็ดวิน (ฟาน เดอร์ ซาร์) ก็เล่นได้เด่นมาก เขาเซฟได้เยี่ยมๆหลายครั้งเหมือนในเกมแรก เขาเป็นผู้รักษาประตูระดับโลกตัวจริง ดังนั้นเรารู้ว่าถ้าเรายิงได้ เขาก็จะทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในอีกฟากของสนาม นั่นเป็นความรู้สึกที่ดีมากสำหรับทีมที่เรามีคนแบบนี้อยู่
Q: แล้วนายทวารฝ่ายตรงข้ามอย่าง โฆเซ่ เคบาญอสล่ะ? ตอนที่เขาเซฟลูกยิงของคุณครั้งแล้วครั้งเล่าโดยเฉพาะช่วงครึ่งแรก คุณคิดบ้างหรือเปล่าว่ามันอาจจะไม่ใช่วันของคุณ
เขาเซฟลูกยิงของผมได้สวยๆหลายที ผมรู้ว่าถ้าเราพยายามต่อไปเรื่อยๆ เราก็น่าจะคว้าโอกาสของเราได้ ผมรู้สึกมั่นใจว่าผมจะยิงได้แน่ โชคดีของผมที่ผมทำได้จริงๆ
Q: ดูคุณเล่นสนุกทีเดียวนะในรายการนี้
ผมรักการเล่นฟุตบอล ผมไม่เคยชอบการเป็นตัวสำรองดังนั้นเมื่อผมไม่ได้เล่นในเกมไหน ผมก็จะไปหาผู้จัดการทีมแล้วถามว่าผมจะได้เล่นในเกมนี้หรือเปล่า ผมรู้สึกดีมากที่เขาให้ผมลงเล่น! ผมสนุกมาก มันเป็นการเดินทางที่และมันก็คุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเราชนะ
Q: ในรายการนี้มีคนกล่าวหาเยอะว่าไม่คุ้มที่จะเล่น คุณมีอะไรอยากจะบอกพวกเขาบ้าง?
ผมมั่นใจว่าคคนที่พูดแบบนั้นคงไม่มีค่าเหมือนกับคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมมั่นใจว่าทุกสโมสรก็อยากจะได้โทรฟี่นี้ทั้งนั้น ผมมั่นใจว่าถ้าเชลซี ชนะนัดชิง พวกเขาก็คงอยากจะมาที่นี่ มันคือความสำเร็จทีเราภูมิใจ เราก็อยากจะมาที่นี่เพื่อชนะและเราก็ทำได้สำเร็จ
Q: รู้สึกยังไงที่ได้รางวัลอาดิดาส โกลเด้น บอล?
การได้มีชื่อในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำรายการเป็นเรื่องที่สุดยอดอยู่แล้ว ผมดีใจมาก และผมก็อยากจะทำให้ได้ต่อไป ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ ผมพัฒนาขึ้นและในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราคว้าแชมป์ได้เยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของสโมสร ถ้าเราทำได้แบบนี้ต่อไปและพัฒนาไปเรื่อยๆพร้อมกันทั้งทีม เราก็คงจะคว้ารางวัลได้มากกว่านี้อีก
Q: ตอนนี้ได้แชมป์ฟีฟ่า คลับเวิลด์แล้วแถมได้รองเท้าทองคำด้วย เรามั่นใจว่าคุณคงอยากจะทำให้ได้แบบเดียวกันในฟุตบอลโลกใช่มั้ย!
ก็ถ้าผมทำได้ดีให้ทีมชาติอังกฤษ ในฟุตบอลโลก มันก็คงจะเป็นเรื่องที่สุดยอดมาก! มันเป็นเรื่องที่เรากำลังพยายามอยู่และหวังว่าเราจะทำได้ดีในแอฟริกาใต้
ข้อมูลจาก :
MSN ฟุตบอล วันที่ : 12/22/2008 3:42:01 AM

รูนเชื่อผีคว้าแชมป์สโมสรโลกขู่คู่แข่งได้




เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่าหากสามารถนำทีมคว้าแชมป์สโมสรโลกได้ในวันอาทิตย์นี้จะถือเป็นการส่งข้อความเตือนที่สำคัญไปยังคู่แข่งแมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์ยุโรปเดินทางมาเล่นแข่งรายการชิงแชมป์สโมสรโลก หรือฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่ในเวลานี้และกำลังจะเล่นนัดชิงชนะเลิศกับทางด้าน ลีกา เด กวิโต้ สโมสรแชมป์อเมริกาใต้ ด้านรูนี่ย์ กล่าวเปิดใจก่อนเกมว่า "เราอยู่ในอันดับที่ดีมากในลีกและถ้าเรากลับไปในฐานะแชมป์ของโลก มันก็จะเป็นกำลังใจอย่างดีให้กับเราและมันจะเป็นการปูพรมสำหรับช่วงครึ่งฤดูกาลหลังด้วย" "มันจะเป็นการส่งสารที่ทรงพลังมาก" "ผมไม่เคยสนใจเลยเรื่องการคว้าแชมป์สโมสรโลก ตอนที่ผมมาาที่นี่ผมมองแค่เป้าหมายที่ชัดเจนอย่างพรีเมียร์ลีก แชมเปี้ยนส์ ลีก" "แต่โอกาสที่จะได้เล่นในรายการนี้ทำให้ผมตื่นเต้นมาก ผมอยากจะมีคอลเลคชั่นเหรียญรางวัลสะสมไว้ให้ครบ ตอนนี้ผมมีแชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, คาร์ลิ่ง คัพ และคอมมิวนิตี้ ชิลด์" "ผมผิดหวังที่พลาดในซูเปอร์ คัพ ในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล และผมก็แพ้ในนัดชิงเอฟเอ คัพ 2 รอบ ดังนั้นเหรียญสโมสรโลกคือสิ่งที่ผมอยากจะได้เพราะใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่เราจะมีโอกาสอีกครั้ง"
ข้อมูลจาก :
MSN ฟุตบอล วันที่ : 12/21/2008 8:44:50 AM

รูนซัลโวชัยผี 10 ตัวผงาดคว้าแชมป์สโมสรโลก


ทำได้สำเร็จสำหรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อสามารถผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลฟีฟ่า คลับเวิลด์ คัพ ประจำปี 2008 ได้ด้วยประตูชัยของเวย์น รูนี่ย์ ทีช่วยให้ทีมที่เหลือผู้เล่น 10 คนในครึ่งหลัง เฉือนชนะลีกา เด ควิโต้ จากเอกวาร์ดอได้
ฟุตบอลฟีฟ่า คลับเวิลด์ คัพ รอบชิงชนะเลิศลีกา เด ควิโต้ 0-1 แมนฯ ยูไนเต็ดสนาม : โยโกฮาม่าประตู : 0-1 เวย์น รูนี่ย์ น.73
ศึกตัดสินชิงแชมป์สโมสรโลก หรือฟีฟ่า คลับเวิลด์ คัพ ประจำปีนี้เป็นการพบกันของสองทีมจากทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ ตามความคาดหมาย โดยเป็นลีกา เด ควิโต้ แชมป์โคปาลิเบอตาดอเรส คัพ จากเอกวาร์ดอ พบกับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เริ่มเกมนี้ดูเหมือนเชิงบอลของสองทีมจะห่างชั้นกันพอสมควร ทำให้ทางด้านแมนฯ ยูไนเต็ด ดูจะเหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยทางด้านควิโต้ ต้องพยายามใช้เกมหนักเข้าปะทะเพื่อตัดจังหวะการเล่น โดยเฉพาะคริสเตียโน่ โรนัลโด้ นักฟุตบอลยอดเยี่ยมโดนเสียบแรงๆตั้งแต่ครึ่งแรกเพื่อขู่ก่อน ในภาพรวมเกมรุกของยูไนเต็ด ยังคงความหลากหลายไว้เหมือนเดิมและสามารถสร้างสรรค์โอกาสได้เยอะมาก แต่กลับขาดความเฉียบขาดในเรื่องการจบสกอร์ทำให้พลาดโอกาสที่น่าจะได้อีกหลายครั้ง โดยเฉพาะเวย์น รูนีย์ ที่มีโอกาสเยอะกว่าใครเพื่อน พาร์ค ชี ซอง เป็นอีกคนที่มีโอกาสเมื่อได้บอลครอสมาจากราฟาเอล ก่อนจะซัดจ่อๆแต่โดนเคบาญอส ประตูควิโต้ เซฟเอาไว้ได้ ไม่นับโอกาสอีก 3 ครั้งของคาร์ลอส เตเวซ ซูเปอร์สตาร์ละตินที่ไม่สามารถผ่านมือเคบาญอลได้เลย ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยการเสมอกัน 0-0 ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันไม่ทันไร ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงสำคัญในเกมเมื่อเนมันย่า วิดิช ไปโดนใบแดงไล่ออกจากจังหวะที่ใช้ศอกกระทุ้งใส่คู่แข่ง ทำให้เฟอร์กี้ ต้องปรับหมากถอดเตเวซออกให้จอนนี่ อีแวนส์ ลงมาแทน ทำให้เตเวซ ดูจะไม่พอใจมาก อย่างไรก็ดีแม้จะเหลือ 10 คนปีศาจแดงก็ยังเหนือกว่าเยอะมาก และหลังใช้ความพยายามอยู่นานในการหาช่องเข้าทำประตู ก็มาทำได้สำเร็จในนาทีที่ 73 จากการประสานงานที่ยอดเยี่ยม จากคาร์ริค ต่อให้โรนัลโด้ ดึงจังหวะก่อนไหลให้รูนี่ย์ วิ่งมาแปบอลเน้นๆลูกโค้งแรงเสียบเสาไกลชนิดที่เคบาญอส หมดสิทธิ์ด้วยประการทั้งปวง ให้แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีใครทำอะไรกันได้อีก แม้ว่าฟาน เดอร์ ซาร์ จะต้องออกแรงเซฟลูกยิงของอเลฮานโดร มานโซ่ เพลย์เมคเกอร์ของควิโต้ ที่ลีลาคล้ายลิโอเนล เมสซี่มากก็ตาม แต่ว่าสุดท้ายก็เป็นปีศาจแดงที่ครองแชมป์ฟีฟ่า คลับเวิลด์ ประกาศตัวเป็นเจ้าโลกได้อย่างสมเกียรติ
ชมภาพการแข่งขันรวมถึงรับรางวัล ได้ที่นี่
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 12/21/2008 10:32:35 PM

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ชปล.สุดซี้ดหงส์ชนราชัน-ยักษ์เลี่ยนชนยอดทีมผู้ดี 3 คู่



ลิเวอร์พูลสุดหินเมื่อต้องดวลกับเรอัล มาดริด ในรอบ 16 ทีมชปล. เช่นเดียวกับอีก 3 ตัวแทนจากอังกฤษที่ต้องปะทะกับยอดทีมจากอิตาลีทั้งหมด โดยแมนฯ ยูฯ แชมป์ลีกอังกฤษ ต้องวัดกับแชมป์อิตาลีอย่างอินเตอร์ มิลาน
ผลการประกบคู่ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก น็อกเอ้าท์ รอบแรกออกมาท่ามกลางเสียงครางฮือ เมื่อยักษ์ใหญ่ปะทะกันเองแบบน่าจับตามองสุดๆ ทั้งลิเวอร์พูล ที่ต้องไปเยือน เรอัล มาดริดก่อนในเกมแรก
ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลที่แล้ว จะต้องโคจรมาเจอกับ อินเตอร์ มิลาน แชมป์เซเรีย อา ขณะที่เคลาดิโอ รานิเอรี่ จะนำยูเวนตุสปะทะกับเชลซี ทีมเก่า ส่วนอาร์เซน่อลบู๊กับโรม่า
โปรแกรมฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายมีดังนี้

นัดแรก
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552
อินเตอร์ มิลาน - แมนฯ ยูไนเต็ด
แอตเลติโก มาดริด - ปอร์โต้
ลียง - บาร์เซโลน่า
อาร์เซน่อล - โรม่า

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552
บียาร์เรอัล - พานาธิไนกอส
เรอัล มาดริด - ลิเวอร์พูล
สปอร์ติ้ง ลิสบอน - บาเยิร์น มิวนิค
เชลซี - ยูเวนตุส

นัดสอง
วันที่ 10 มีนาคม 2552
พานาธิไนกอส - บียาร์เรอัล
ลิเวอร์พูล - เรอัล มาดริด
บาเยิร์น มิวนิค - สปอร์ติ้ง ลิสบอน
ยูเวนตุส - เชลซี

วันที่ 11 มีนาคม 2552
แมนฯ ยูไนเต็ด - อินเตอร์ มิลาน
ปอร์โต้ -แอตเลติโก มาดริด
บาร์เซโลน่า - ลียง
โรม่า - อาร์เซน่อล

ข้อมูลจาก :
MSN ฟุตบอล วันที่ : 12/19/2008 10:54:02 PM

เฟอร์กี้ดีใจได้ปะทะมูรินโญ่อีกหน


เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวด้วยความยินดีหลังจากที่จะได้มีโอกาสกลับมาดวลฝีมือกับโชเซ่ มูรินโญ่ โค้ชทีม "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน อีกหนในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกหลังผลการจับสลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ออกมาเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนบอลเมื่อมีคู่ใหญ่น่าดูสุดๆหลายคู่ รวมถึงการพบกันของแชมป์เก่าแมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะต้องพบของสุดแข็งอย่างอินเตอร์ ซึ่งจะเป็นการกลับมาพบกันของสองยอดกุนซือต่างวัยอย่างเฟอร์กี้ และมูรินโญ่ด้วย ทางด้านเฟอร์กี้ กล่าวด้วยความยินดีว่า "มันเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะได้กลับมาเจอกับโชเซ่ อีกครั้ง" "เขามีบุคลิกที่ดีและส่วนตัวก็เป็นคนดี และผมก็เข้ากันได้ดีกับเขามาก" "เขาเคยเขี่ยเราตกรอบมาแล้วตอนอยู่ที่ปอร์โต้ ดังนั้นผมหวังว่าเราจะมีโชคเหมือนที่พวกเขาเคยมีในครั้งก่อน"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 12/20/2008 2:31:52 AM

ราชันหน้าแหกโรนัลโด้ย้ำแฮปปี้กับผี


ทีม "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด หน้าแตกเต็มๆเมื่อคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกจอมสับยืนยันว่ามีความสุขดีกับทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดข่าวของโรนัลโด้ กับเรอัล มาดริด กลับมาคึกโครมอีกครั้งเมื่อมีผู้บริหารของทีมแชมป์สเปน ออกมาเผยว่าได้มีการทำการตกลงลับๆในการที่จะได้ตัวโรนัลโด้ มาร่วมทีมในฤดูกาลหน้า แต่ทางด้านโรนัลโด้ ที่กำลังนำทีมลุ้นชิงแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อยู่ในเวลานี้ได้ปฏิเสธเรื่องนี้และยืนยันว่ายังคงมีความสุขดีกับทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ และไม่สนใจว่าใครจะพูดอะไร "ผมไม่สนใจว่าใครจะพูดอะไร" "ผมไม่ได้อ่านเรื่องนี้ ผมอยู่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้ และผมก็ไม่รู้อะไรเลยในเรื่องที่เกี่ยวกับผม" "แต่ผมก็มีความสุขมากๆในการเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด"
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 12/19/2008 4:09:08 PM

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ซี้ด! ผียำกำบะ 5-3 รูนสำรองลงมาเบิ้ล


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ด้วยการไล่ถล่มกัมบะ โอซาก้า แชมป์เอเชียจากญี่ปุ่น 5-3 โดยเวย์น รูนี่ย์ ที่ลงเป็นสำรองซัดสองตุง บวกด้วยประตูของ เนมันย่า วิดิช, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และดาร์เรน เฟลทเชอร์
ฟุตบอลฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2008วันที่ 18 ธันวาคม 2551
กัมบะ โอซาก้า 3 - 5 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
กัมบะ โอซาก้า แชมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ลงเล่นในอินเตอร์เนชั่นแนล โยโกฮาม่า สเตเดี้ยม พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยเกมนี้ผีแดงไร้ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ดาวยิงที่เป็นไข้ และพักเวย์น รูนี่ย์ หัวหอกตัวกลั่นเป็นสำรอง โดยวางคาร์ลอส เตเวซ ยืนคู่ไรอัน กิ๊กส์ ขณะที่เจ้าบ้านนำโดย 3 ประสานลูคัส, ลุยจิ บันโดะ และ มาซาโตะ ยามาซากิ
เริ่มเกมมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าบุก นาทีที่ 15 ก็ได้ลุ้นประตูเมื่อ พอล สโคลส์ แตะให้คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลากเลื้อยหลบแนวรับกัมบะ เข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่บอลถากเสาออกหลังไปนิดเดียว
จนนาทีที่ 28 ผีแดงผงาดนำ 1-0 จากลูกเตะมุมที่ไรอัน กิ๊กเปิดเข้ากลางให้ เนมันย่า วิดิช ที่เติมขึ้นมาโขกตุงตาข่ายไม่เหลือ
จากนั้น ทีมแชมป์ยุโรปยังบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 34 กิ๊กส์แทงบอลให้หนูโด้ลากขึ้นไปทางขวา ก่อนเปิดเข้ากลางให้อันแดร์สัน โหม่งแบบไร้คนประกบแต่ก็ไม่เข้ากรอบ
ท้ายเกม กัมบะเล่นได้ดีและมีโอกาสลุ้นประตูในนาทีที่ 40 จากจังหวะโต้กลับ ลูคัส ได้ส่องไกลจากระยะ 30 หลา ข้ามคานไปหวุดหวิด
ช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก แมนฯ ยูฯ ได้ประตูนำ 2-0 จากลูกเตะมุมอีกครั้ง กิ๊กส์ เปิดไปที่จุดนัดพบให้หนูโด้ขึ้นขวิดตุงตาข่าย จบ 45 นาที ผีแดงจึงนำกัมบะอยู่ 2-0
ครึ่งหลัง กัมบะเดินหน้าลุย นาทีที่ 63 ก็ได้ลุ้นประตู จากฟรีคิกระยะหวังผลที่เอ็นโดะ รับหน้าที่ปั่น แต่โดนเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ นายด่านผีพุ่งปัดไปได้
ผ่านนาทีที่ 74 แมนฯ ยูฯ ส่ง เวย์น รูนี่ย์ ลงเล่นแทนเตเบซ และนาทีนี้เองที่กัมบะมาตีไข่แตกตามมา 1-2 จากฟรีคิกที่เขี่ยมาให้บันโดะ สับไกยิงเสียบเสาแรกงดงาม
แต่นาทีต่อมาผีก็แซงหนีเป็น 3-1 จากจังหวะที่ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ตัวสำรอง เปิดบอลให้รูนี่ย์ที่เพิ่งลงสนาม จัดการล็อกหลบกองหลังกัมบะแล้วซัดด้วยซ้ายเต็มข้อส่งบอลตุงตาข่ายสุดสวย
แมนฯ ยูฯ ได้ใจสุดๆ นาทีที่ 78 ก็ทิ้งห่างเป็น 4-1 เมื่อ เอวร่า ได้บอลด้านกราบซ้ายก่อนตวัดเข้ากลางให้ เฟล็ทเชอร์ โขกเหน่งๆ ไม่พลาด
เท่านั้นไม่พอ นาทีต่อมา ผีนำโด่ง 5-1 จากจังหวะที่กิ๊กส์ ไหลบอลให้ รูนี่ย์ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงไม่มีพลาด
จากนั้นผีก็เริ่มผ่อนเกม เพราะเชื่อว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว ทำให้กัมบะเร่งเครื่องตามมาเป็น 2-5 ในนาทีที่ 83 จากจุดโทษที่ได้มาในจังหวะที่ แกร์รี่ เนวิลล์ ทำแฮนด์บอล และเป็นเอ็นโดะ ที่รับหน้าที่สังหารไม่พลาด
ช่วงทดเจ็บนาทีแรก ทีมยุ่นที่ยังเดินหน้าสูุ้สุดชีวิตก็มาได้ประตูไล่มา 3-5 จากลูกยิงไกลของฮิเดโอะ ฮาชิโมโตะ ตัวสำรอง แต่ก็ไม่ทันแล้ว จบเกมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ กัมบะ โอซาก้า 5-3 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศกับ กีโต้ ในวันที่ 21 ธันวาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีมกัมบะ โอซาก้า: โยซูเกะ ฟูจิงายะ; โซตะ นากาซาว่า, ซาโตชิ ยามางูชิ, อากิระ คาจิ; ยาซูฮิโตะ เอ็นโดะ, ฮิเดโอะ ฮาชิโมโตะ, โตโมกาซึ เมียวจิน, โมชิฮิโร่ร ยาซูดะ; ลูคัส, ลุยจิ บันโดะ, มาซาโตะ ยามาซากิ
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์; แกร์รี่ เนวิลล์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า; นานี่, อันแดร์สัน, พอล สโคลส์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้; คาร์ลอส เตเวซ, ไรอัน กิ๊กส์
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 12/19/2008 7:16:11 AM

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551

คริสเตียโน่ โรนัลโด้



ในชั่วโมงนี้คงจะไม่มีนักเตะคนใดที่ได้รับการพูดถึงมากกว่าไป คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกจอมสับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกด้วยการกดไปถึง 31 ประตูแล้ว "หนูโด้" ยังเป็นกำลังสำคัญที่พาปีศาจแดงคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และป้องกันแชมป์ลีกได้ด้วย
ปีกชาวโปรตุกีส วัย 23 ปี กลายเป็นนักเตะคนแรกที่เหมา 2 รางวัลของพีเอฟเอในฤดูกาลเดียวกันต่อจากแอนดี้ เกรย์ ที่เคยทำได้เมื่อปี 1977
ไม่มีใครเถียงว่าความเร็วและลีลาการสับขาหลอกของเขาสามารถสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับบรรดากองหลังทีมคู่แข่ง แต่ในบางครั้งมันก็รวมถึงเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ดด้วย โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ โรนัลโด้ มักจะโดนจวกว่าเป็นพวกชอบโชว์มากจนทำให้เกมเสียไปบ่อยครั้งก่อนจะเริ่มเล่นเป็นทีมได้ดีขึ้นในเวลาต่อมา
โรนัลโด้ เริ่มเตะฟุตบอลครั้งแรกตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ก่อนที่จะลงเล่นในทีมสมัครเล่นเป็นครั้งแรกด้วยวัยเพียง 8 ขวบ กับทีมอันดอรินญ่า และในปี 1995 ชื่อเสียงของเจ้าหนูรอนนี่วัย 10 ปี ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในดินแดนฝอยทอง ส่งผลให้สองทีมชั้นนำในประเทศบ้านเกิดอย่าง มาริติโม่ และ นาซิอองนาล ต่างให้ความสนใจที่จะจับนักเตะอนาคตไกลรายนี้เซ็นสัญญา
หลังจากที่ลงเล่นให้กับ นาซิอองนาล ในทีมระดับเยาวชนแล้ว โรนัลโด้ ก็ย้ายมาร่วมทีมใหญ่กว่าอย่าง สปอร์ติง ลิสบอน แบบไม่เปิดเผยค่าตัว ก่อนจะกลายเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมตั้งแต่อายุยังน้อย และฝีเท้าที่เก่งเกินวัย 16 ปีของเขา ก็ไปเตะตา เชราร์ อุลลิเย่ร์ อดีตผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล เข้าอย่างจัง แต่ยักษ์ใหญ่จากเมอร์ซี่ย์ไซด์ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ต่อเนื่องจากมองว่า โรนัลโด้ ยังเด็กเกินไป
ขณะที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปิ๊งในฝีเท้าของ โรนัลโด้ ทันทีที่ได้เห็นปีกจรวดรายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจในเกมนัดกระชับมิตรช่วงปรีซีซั่นระหว่าง สปอร์ติง ลิสบอน กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเหยี่ยวลิสบอนเป็นฝ่ายชนะไป 3-1 และนั่นก็ทำให้กุนซือของปีศาจแดงต้องอ้อนวอนให้บอร์ดบริหารอนุมัติเงินก้อนโตเพื่อนักเตะวัยเพียง 18 ปี
นับตั้งแต่ย้ายจากสปอร์ติง ลิสบอน ทีมในลีกบ้านเกิดมาร่วมถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนสิงหาคม 2003 ด้วยค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์ (ประมาณ 856 ล้านบาท) โรนัลโด้ ก็กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีเทคนิคการเล่นแพรวพราวมากที่สุดในเกาะอังกฤษทันที
โรนัลโด้ ใช้เวลาไม่นานนักในการปรับตัวให้เข้ากับพรีเมียร์ชิพ และผลงาน 8 ประตู จากการลงสนาม 39 นัด ซึ่งรวมถึงประตูแรกในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ กับ มิลล์วอลล์ ก็ทำให้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Sir Matt Busby Player of the Year) ประจำฤดูกาล 2003/04
ฤดูกาลที่ 2 ของโรนัลโด้ ในยูนิฟอร์มปีศาจแดงไม่ดีเท่ากับปีแรก หลังจากที่จบฤดูกาลด้วยการลงสนาม 50 นัด แต่ทำได้แค่ 9 ประตู ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมชาติโปรตุเกสผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกยูโร 2004 ก่อนพ่ายให้กับ กรีซ ไปอย่างพลิกความคาดหมาย
อย่างไรก็ดี ในฤดูกาล 2005/06 โรนัลโด้ ก็เรียกฟอร์มเก่งของตัวเองมาได้อีกครั้งในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ซึ่งรวมถึงการพังประตูสุดสวยแห่งฤดูกาลในเกมที่พบกับปอร์ทสมัธ และได้ยิงในเกมรอบชิงชนะเลิศคาร์ลิง คัพด้วย ก่อนจะจบซีซั่นด้วยการทำ 12 ประตู จากการลงสนาม 47 นัด
ปีกจอมสับชาวโปรตุกีส คว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของฟิฟโปร (FIFPro Special Young Player of the Year 2005) ซึ่งเป็นรางวัลเดียวที่ให้แฟนๆ เป็นผู้ลงคะแนนโหวตตัดสิน และในปีเดียวกันเขาก็ได้อันดับที่ 20 ในตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าด้วย
กระนั้นก็ตาม โรนัลโด้ ก็ต้องเผชิญช่วงเวลาอันยากลำบากในเส้นทางลูกหนังเช่นกัน หลังจากที่เขาถูกแฟนบอลอังกฤษรุมโห่ไล่หลังจากที่มีส่วนทำให้ เวย์น รูนี่ย์ เพื่อนร่วมทีมปีศาจแดง ต้องถูกไล่ออกในเกมที่ทีมสิงโตคำราม พบกับ โปรตุเกส ในศึกฟุตบอลโลก 2006
ทว่า นักเตะวัย 23 ปี ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง เขาผ่านความกดดันต่างๆ มาได้อย่างน่าชื่นชม และดูเหมือนว่าเสียงโห่ต่างๆ จะยิ่งทำให้ โรนัลโด้ เค้นฟอร์มที่สุดยอดออกมากลบเสียงวิจารณ์ไปได้เกือบหมด และความคงเส้นคงวาของเขาก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ปีศาจแดงยังอยู่ในเส้นทางลุ้นทริปเปิลแชมป์อยู่ในเวลานี้ด้วย
และนั่นก็คงเป็นเหตุผลว่าทำไม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถึงชนะใจกรรมการและคว้า 2 รางวัลใหญ่ของพีเอฟเอไปครองแบบไม่มีพลิกโผ
โรนัลโด้ ทำแฮตทริกแรกให้แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ในเกมที่ถล่ม นิวคาสเซิ่ล 6-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2008 จากนั้น ก็ยังทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยการคว้าตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกหลังกดไป 31 ประตู นอกจากนั้น ยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยโดยเขาเป็นคนยิงประตูแรกให้ปีศาจแดง ขึ้นนำ เชลซี 1-0 ก่อนที่จะมาพลาดในการยิงจุดโทษตัดสิน แต่สุดท้ายลูกทีมของเฟอร์กี้ ก็ยังเฉือนชนะไปได้ 6-5 และคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 3 ได้อยู่ดี
ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส คว้ารางวัลรองเท้าทองคำของยุโรปประจำฤดูกาล 2007/08 ไปครองอย่างไร้คู่แข่งในฐานะดาวซัลโวสูงสุด โดยเขาทำประตูรวมทั้งหมด 42 ประตูในทุกรายการให้กับปีศาจแดง
ฟอร์มการเล่นที่สุดยอดดังกล่าวทำให้ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ของสเปน พร้อมทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อหวังดึงปีกจอมสับมาร่วมทีม ในขณะที่ "ปีศาจแดง" ก็พยายามทำทุกทางเพื่อรั้ง โรนัลโด้ เอาไว้ให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสจะย้ายหรือไม่นั้นอาจจะต้องรอคำตอบหลังจบศึกยูโร 2008

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดอส ซานตอส อาเวโร่
วันเกิด : 5 กุมภาพันธ์ 1985
เกิดที่ : ฟันชาล, มาเดร่า, โปรตุเกส
ตำแหน่ง : ปีก, กองหน้า
ส่วนสูง : 184 ซม.
ฉายา : รอนนี่, รอน, ร็อคเกต โรนัลโด้, ซีอาร์7, บัซซ์
สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
หมายเลขเสื้อ : 7

สโมสรอาชีพ
1999 - 2003 สโมสร สปอร์ติง ลงเล่น 25 ประตู 3

2003 - ปัจจุบัน สโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่น 161 ประตู 66
(นับถึงวันที่ 8 พ.ค. 2008 เฉพาะในลีก)

ทีมชาติ
2003 - ปัจจุบัน โปรตุเกส ลงเล่น 55 ประตู 20
(นับถึงวันที่ 31 พ.ค. 2008)



ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 10/22/2008 10:47:17 PM

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

"สโมสรโลก" จุดเปลี่ยนปีศาจแดง?



ผลพวงจากการคว้าแชมป์ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเดินทางไกลกว่าครึ่งโลกเพื่อมาทำศึก ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ หรือ สโมสรโลก ประเดิมรอบรองชนะเลิศในวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคมนี้ ด้วยการพบกับเจ้าภาพ กัมบะ โอซากา ยอดทีมของญี่ปุ่นเจ้าของแชมป์เอเชีย ที่สนามกีฬาแห่งชาติโยโกฮามา ในเวลา 17.30น. แมนฯยูไนเต็ด เป็นสโมสรเดียวจากอังกฤษ ที่เคยได้ถ้วยแชมป์ใบนี้เมื่อปี 1999 สมัยที่ใช้ชื่อว่า "โตโยตา คัพ" ตามสปอนเซอร์หลักของรายการ ด้วยการเอาชนะ พัลไมรัส 1-0 ก่อนหน้านี้เคยเข้าชิงในปี 1968 ที่รู้จักในชื่อ "อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ" แต่ว่าแพ้ให้กับ เอสตูเดียนเตส จากอาร์เจนตินา ในการเล่นแบบสองนัดเหย้า-เยือน แน่นอนเมื่อดูจากชื่อชั้นทีมที่เหลือรอดมาจนถึงรอบรองชนะเลิศทั้ง กัมบะ, ปาชูกา จากเม็กซิโก และ แอลดียู กีโต จากเอกวาดอร์ แมนฯยูไนเต็ด ยังคงเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ เมื่อขนดาวดังมาครบครันนำโดย คริสเตียโน โรนัลโด เจ้าของรางวัล "บัลลงดอร์" นักเตะยอดเยี่ยมยุโรปคนล่าสุด, เวย์น รูนีย์, คาร์ลอส เตเบซ และ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือคู่บารมี แมนฯยู กล่าวว่า "ผมจะส่งผู้เล่นชุดที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะผมมองว่ารายการนี้เป็นเวทีสำหรับให้นักเตะแสดงตัวตนออกมา นี่เป็นรายการชิงแชมป์โลก ดังนั้น ไม่ว่าผู้เล่นรายใดลงแข่งขันต้องทำสิ่งที่ถูกต้องและสร้างความประทับใจ รวมถึงการลงแข่งรายการนี้ยังทำให้นักเตะได้เรียนรู้การเล่นมากขึ้น" แต่ถึงกระนั้นก็ตามสิ่งที่ แมนฯยู ทิ้งมาสร้างความกังวลไม่น้อย คือในศึก พรีเมียร์ชิป อังกฤษ ที่สถานการณ์ไม่สู้ดีเพิ่งทำได้แค่เสมอกับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ 0-0 จึงชวดบีบเข้าใกล้จ่าฝูง ลิเวอร์พูล ทำให้ยังคงห่างกัน 6 แต้มเท่าเดิม แถมแข่งน้อยกว่า 1 นัด ซึ่งการปลีกตัวมาเช่นนี้ทำให้ "ปีศาจแดง" จะมีโปรแกรมตกค้างเพื่ออีกหนึ่งนัด ทำให้บรรดาหลายคนเชื่อว่า แมนฯยูไนเต็ด จะวืดแชมป์ พรีเมียร์ชิป ในฤดูกาลนี้ เพราะฟอร์มในปีนี้ก็ยังไม่ติดเครื่องเสียที มีปัญหาการจบสกอร์ประตูไม่ไหลมาเทมาเหมือนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงไม่มีคนที่โดดเด่นขึ้นมาแบบ โรนัลโด โดย 4 นัดหลังยิงได้แค่ 2 ลูกเท่านั้น ที่พออุ่นใจได้คือเกมรับไม่เสียประตูในลีกมา 5 นัดติดต่อกันเข้าให้แล้ว คู่แข่งของ แมนฯยู คือ กัมบะ ที่ย้ำแค้น แอดิเลด ยูไนเต็ด จากออสเตรเลีย 1-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายนเพิ่งถล่มมาด้วยสกอร์รวม 5-0 ในนัดชิง เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก 2008 จากการเล่นแบบเหย้า-เยือน เมื่อนับรวมทั้งทัวร์นาเมนต์ยิงได้ถึง 27 ลูกจาก 12 เกม ที่สำคัญไม่แพ้ใครตลอดทั้งรายการด้วย อากิระ นิชิโนะ ที่เข้ามาคุมทัพตั้งแต่ปี 2002 ก่อนพา กัมบะ กวาดแชมป์มากมายทั้ง เจลีก ในปี 2005 และ นาบิสโก คัพ ในปี 2007 กล่าวว่า "คุณบอกว่า เฟอร์กูสัน คุมทัพ แมนฯยู มาตั้งแต่ปี 1986 แต่เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ผมไม่อยากคิดว่าใครเหนือกว่าใคร เพราะเราจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาโดยปราศจากความกลัว" สื่อแดนปลาดิบโยนความกดดันมาให้กับ อากิระ เพราะปีที่แล้วที่ เอซี มิลาน คว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะ โบคา จูเนียร์ส 4-2 อูราวะ เรดไดมอนส์ ทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการคว้าอันดับ 3 ซึ่งเกมเผชิญหน้ากับ แมนฯยู นายใหญ่ กัมบะ ไม่ได้วางแผนรับมือมากเป็นพิเศษ แต่ต้องการให้นักเตะทุกคนเล่นอย่างเต็มที่เพราะไม่มีอะไรจะสูญเสีย เกมนี้ กัมบะ จะนำทัพมาโดย ยาซูฮิโตะ เอ็นโดะ กองกลางจอมทัพเบอร์ 7 นักเตะยอดเยี่ยม เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก 2008 รวมถึงยิงประตูชัยในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยทำหน้าที่ป้อนบอลให้กับ เซเวริโน ลูคัส ดาวยิงบราซิเลียน ที่กดไป 6 ประตูใน เอเอฟซี รวมถึงแข้งนำเข้าจากแดนกาแฟอีกหลายต่อหลายคนที่พร้อมจะลงมาเปลี่ยนเกมทุกเมื่อ แมนฯยู หรือ กัมบะ หากทีมใดชนะจะเข้าไปชิงดำกับ ปาชูกา หรือ แอลดียู กีโต รอบรองชนะเลิศอีกคู่ที่จะเตะก่อนคือในวันพุธที่ 17 ธันวาคมต่อไป ส่วนนัดชิงชนะเลิศจะเตะกันที่สนามกีฬาแห่งชาติโยโกฮามา ในวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคมนี้เพื่อชิงเงินรางวัล 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 265 ล้านบาท) รวมถึงมีการชิงอันดับที่ 3 ในวันเดียวกันอีกด้วย อย่างไรก็ตามหากมองในแง่ดีทัวร์นาเมนต์นี้อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของ แมนฯยู ในการมาเคาะสนิมและเพิ่มกำลังใจหากคว้าแชมป์กลับไปได้ อีกทั้งสัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูล ต้องเจอศึกหนักไปเยือน อาร์เซนอล หากไม่ชนะ กลับไปแข่งพร้อมกันในวันศุกร์ที่ 26 ธันวาคมนี้สถานการณ์อาจเปลี่ยนไป และอย่าลืมว่ายี่ห้อ "ปีศาจแดง" เป็นพวกชอบไล่ล่าอยู่แล้ว

ขอขอบคุณ
วันที่ : 17-12-2008

“โทซิช” ไม่พอใจสัญญาเลื่อนเซ็นซบผีแดง




“ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมประจำเวที พรีเมียร์ชิป อังกฤษ อาจวืดได้ตัว โซรัน โทซิช ปีกซ้ายฟ้าสั่งชาวเซิร์บ เนื่องจากสัญญาไม่เป็นที่น่าพอใจ จากการตีข่าวของ “เดลี เมล” (Daily Mail)
โทซิช วัย 21 ปี เหินฟ้ามาเหยียบถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กองกลาง ปาร์ติซาน เบลเกรด ไม่ค่อยพอใจสัญญาที่ แมนฯยูไนเต็ด ยื่นให้ ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงก็พร้อมจะพิจารณาย้ายไปเล่นให้ทีมอื่น ทันที“สัญญาของ ยูไนเต็ด ไม่ตรงกับความต้องการของผม แต่เรายังคงอยู่ระหว่างเจรจา และผมก็เชื่อว่า ทุกสิ่งอาจจะหาข้อยุติได้ในที่สุด” โทซิช กล่าวอย่างตรงไปตรงมาโทซิช ที่ติดทีมชาติเซอร์เบีย 12 นัด แถมเพิ่งไปลุยศึก โอลิมปิก ปักกิ่ง เกมส์ 2008 เพิ่งได้เวิร์กเพอร์มิต หรือใบอนุญาตทำงานในเกาะอังกฤษ เมื่อเดืนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สำหรับค่าตัวในการย้ายทีมน่าจะอยู่ที่ 3.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 185 ล้านบาท)

ขอขอบคุณ

วันที่ : 15-12-2008

“สโคลส์” เชื่อผีจะติดเครื่องถล่มประตูในไม่ช้า




พอล สโคลส์ กองกลางจอมเก๋า เชื่อมั่นว่า “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสลัดสนิมที่เกาะออกได้ในเร็ววันนี้ พร้อมกับยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ หลังจากฤดูกาลนี้ยิงประตูได้น้อยลงอย่างน่าใจหาย
สโคลส์พอล สโคลส์ กองกลางจอมเก๋า เชื่อมั่นว่า “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสลัดสนิมที่เกาะออกได้ในเร็ววันนี้ พร้อมกับยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ หลังจากฤดูกาลนี้ยิงประตูได้น้อยลงอย่างน่าใจหายแมนฯยูไนเต็ด เพิ่งบุกไปเสมอ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ถึงรัง ไวท์ ฮาร์ทเลน 0-0 ในเกม พรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทำให้ชวดขยับเข้าไปใกล้ ลิเวอร์พูล ที่ลงแข่งก่อนและทำได้แค่เสมอกับ ฮัลล์ ซิตี 2-2หลังเกม สโคลส์ ที่ลงมาแทน ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ในช่วงครึ่งหลังกล่าวอย่างผิดหวังที่ไม่ชนะ ทำให้ 4 เกมหลังสุด แมนฯยูไนเต็ด ยิงได้แค่ 4 ประตูเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นักเตะวัย 34 ปี เชื่อมั่นว่า เครื่องจักรผลิตประตูน่าจะเดินเครื่องในไม่ช้านี้“เราไม่ได้สร้างโอกาสกันมากอย่างที่ควรจะเป็นในวันนี้ แต่พวกเราคือทีมเกมบุกและจะยิงได้ในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน เกมนี้เราน่าจะชนะ แต่ว่าก็ไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งที่น่าจะบีบเข้าไปใกล้ ลิเวอร์พูล อีกนิด แต่พวกเขาก็ไม่ชนะ ฮัลล์ เหมือนกัน ซึ่งหนึ่งแต้มของเราในเกมนี้ก็น่าจะดีกว่าพวกเขา” สโคลส์ เผยสโคลส์ ที่คืนทัพหลังจากเจ็บเข่าต้องพักไปนานถึง 2 เดือน กล่าวอีกว่า “ผมได้เล่น 20 นาทีให้กับ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ใน คาร์ลิง คัพ รวมถึงอีกครึ่งในเกมกับ อัลบอร์ก และ 20 นาทีในวันนี้ ดังนั้น หวังว่า ที่ ญี่ปุ่น ในศึก ฟีฟา คลับ เวิลด์คัพ ผมจะได้เล่น 80 หรือ 90 นาที”

ขอขอบคุณ
วันที่ : 14-12-2008

“เฟอร์กี” พอใจแม้ผีเสมอชี้ลูกทีมขาดโชคการทำประตู




เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดกุนซือของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวพอใจแม้ทีมทำได้เพียงเสมอเพราะลูกทีมทำผลงานกันดีแล้วแต่ขาดโชคไปเล็ก น้อย ขณะที่ แฮร์รี เรดแนปป์ ผู้จัดการทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ กล่าวว่าการแบ่งแต้มจากทีมยักษ์ใหญ่ได้สำเร็จถือเป็นความสำเร็จของทีม
คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานในเกมพรีเมียร์ ลีก ได้เพียงบุกไปเสมอ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 0-0 ถึงสนามไวท์ ฮาร์ท เลน จนพลาดโอกาสทำคะแนนไล่จี้ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูงที่เมื่อคืนทำผลงานได้เสมอเช่นกันภายหลังการแข่งขัน เซอร์ อเล็กซ์ กล่าวถึงเกมที่ผ่านมาว่า “มันเป็นผลการแข่งขันที่ไม่แย่นัก พวกเราครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่และผู้รักษาประตูของพวกเขาก็มีลูกเซฟที่สุดยอด ถึงสองครั้งในช่วงท้ายเกม”“พวกเราขาดโชคไปเล็กน้อย แต่คุณต้องชมเชยกับการเล่นของพวกเราที่พยายามกดดันอย่างหนัก รวมถึงต้องชม ท็อตแนม ด้วยเช่นกันที่มีผลงานดีขึ้นนับแต่ แฮร์รี เรดแนปป์ เข้ามาคุมทีม” กุนซือชาวสกอตต์กล่าวต่อ“แน่นอนว่าคุณย่อมจะคาดหวังให้ทีมทำอันดับสูงขึ้นไป แต่ผมแน่ใจว่าพวกเราจะทำได้ โดยรวมแล้วผมความพอใจกับฟอร์มการเล่นของทีม” เซอร์ อเล็กซ์ กล่าวปิดท้ายด้าน เรดแนป์ กล่าวภายหลังเกมว่า "เมื่อใดก็ตามที่คุณสามารถแบ่งแต้มกับทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ มันย่อมเป็นผลการแข่งขันที่ดีทั้งสิ้น" พร้อมกล่าวอีกว่า "จากผลงานที่พวกเราแสดงให้เห็นผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก มันเป็นการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นการทำงานอย่างหนักอีกเกมหนึ่ง"ผลการแข่งขันเกมดังกล่าวทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มี 32 คะแนน จากการลงสนาม 16 นัด รั้งอยู่อันดับ 3 ของตาราง โดยตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงอยู่ 6 คะแนนแต่ลงแข่งน้อยกว่า 1 นัด ขณะที่ สเปอร์ส ขึ้นมารั้งที่ 14 ของตารางโดยลงแข่ง 17 นัดมี 19 คะแนนห่างจากโซนตกชั้น 3 คะแนน

ขอขอบคุณ

วันที่ : 14-12-2008

หยามปืน ‘ริโอ’ เชื่อมีแค่ ‘บิ๊กทรี’ ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก




ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลัง “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกอาการหยามเหยียดเชื่อว่า “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล หมดสิทธิล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับเหล่า “บิ๊กทรี”
แม้ปราชัยไปแล้วถึง 5 นัดจากการลงสนาม 17 เกม ทว่า อาร์เซนอล อันดับ 5 ของตารางมีคะแนนตามหลัง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อยู่ 8 แต้ม ดังนั้นหลายฝ่ายจึงเชื่อว่าลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ กลับเข้าสู่การชิงชัยแชมป์ลีกของประเทศอีกครั้งอย่างไรก็ตาม ริโอ เฟอร์ดินานด์ ไม่คิดเช่นนั้นจากการให้สัมภาษณ์ผ่าน “สกายสปอร์ตส” สื่อเมืองผู้ดี “มันยังไม่ห่างไกลออกไปหรอกสำหรับการลุ้นแชมป์ของ อาร์เซนอล แต่ความเห็นส่วนตัวผมมองว่าเหลือเพียงแค่สามทีม (ลิเวอร์พูล, เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด) ที่ได้ลุ้นแชมป์กันในฤดูกาลนี้”“ณ เวลานี้ สถานการณ์ของกลุ่มผู้นำเรียกว่าหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว โดยปกติแล้วนับตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสคงได้เห็นกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ แน่นอนว่าผมเชื่อมั่นใน แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ระหว่างเรา, เชลซี และ ลิเวอร์พูล จะมีเพียงหนึ่งเดียวที่ครองแชมป์ ส่วนอีกสองทีมคงต้องผิดหวังไป” ปราการหลังทีมชาติอังกฤษทิ้งท้ายสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ดีกรีแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปัจจุบันเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อทำศึกสโมสรโลก ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า เบน ฟอสเตอร์ นายทวารสำรองวัย 25 ปี กระดูกนิ้วมือแตกพลาดโอกาสช่วยต้นสังกัดแข่งทัวร์นาเมนต์นี้แน่นอนแล้วโดยช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีคิวนำทัพ “ผีแดง” ชนแข้ง กัมบะ โอซากา ของญี่ปุ่นในรอบรองชนะเลิศ เพื่อหาทีมไปวัดแชมป์กับผู้ชนะระหว่าง แอลดียู กิโต (เอกวาดอร์) หรือ ปาชูกา (เม็กซิโก) ต่อไปในวันอาทิตย์ที่ 21 ธ.ค.

ขอขอบคุณ

วันที่ : 16-12-2008

man u to club wrold cup




สัปดาห์นี้ผีแดงมีคิวเตะรอบรองฟุตบอล fifa club wrold cup ที่ญี่ปุ่น เราเหล่าแฟนผีทั้งหลายมาช่วย

กันเชียร์ทีมโปลดของเราให้คว้าแชมป์อีรายการที่ลงแข่งให้ได้ นะครับพี่น้อง


วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

สเปอร์ส - แมนฯยูไนเต็ด คืนวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม


ตามโปรแกรมแล้วต้องบอกว่าสัปดาห์นี้ไม่มีทีมไหนพบกับงานที่ง่ายหรือว่ายากกว่ากันเลย ลิเวอร์พูลรับมือน้องใหม่ ฮัลล์ ซิตี้ , แมนฯยูฯ บุกสเปอร์ส, อาร์เซนอลเยือน มิดเดิลส์โบรช์ และทางฝั่งเชลซีรับมือเวสต์แฮม ซึ่งจัดเข้าขั้นว่าเป็นโปรแกรมเหนื่อยสำหรับ 4 ทีมดัง
หลังผ่านเกมแชมเปี้ยนส์ลีกมาพร้อมหน้าพร้อมตาทั้ง 4 ทีมดังของพรีเมียร์ลีกกลับมาเล่นเกมของตัวเองตามปกติ
อาจเป็นสัปดาห์แห่งการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายเหมือนกันโดยเฉพาะอันดับคะแนนของกลุ่มบิ๊กโฟว์
ตามศักดิ์ศรีและชื่อชั้นของทีมแล้วการพบกันระหว่าง สเปอร์ส กับ แมนฯยูไนเต็ด คือโปรแกรมบิ๊กเกมสัปดาห์นี้ และต้องบอกว่าแม้โดยปกติแล้วสเปอร์สคือขนมหวานของ ปีศาจแดงมาโดยตลอดเรียกว่าผูกผีแพ้ชนะกันบ่อยครั้ง
แต่เมื่อสเปอร์สได้ แฮร์รี เรดแนปป์ คุมทีม งานนี้สำหรับ “ปีศาจแดง” นับว่าเป็นเรื่องยากทันที
คู่นี้แข่งขันช้ากว่าเพื่อนในคืนวันเสาร์ ตามเวลาบ้านเรา 00.30 น. ที่น่าสนใจนอกเหนือจากคู่นี้คือการแข่งก่อนของลิเวอร์พูลที่อาจนำเชลซี 4 แต้มหากชนะ ฮัลล์ ซิตี้ เนื่องจากเชลซี แข่งช้ากว่า 24 ชั่วโมงนั่นเอง
สำหรับ “ปีศาจแดง” ชั่วโมงนี้พวกเขาจะต้องเก็บชัยชนะให้ได้ก่อน เพราะสัปดาห์นี้ แมนฯยูฯต้องไปแข่งฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกที่ โตเกียวถึงสองเกมด้วยกัน ถ้าหากพลาดท่าไม่ได้ชัยชนะนั่นหมายความว่านอกจากมีโปรแกรมตามหลังสองเกมแล้วพวกเขายังอาจโดนทำคะแนนทิ้งอีกต่างหาก
สเปอร์ส กับ แมนฯยูฯ จึงเป็นนัดสำคัญของพวกเขาอย่างแท้จริง
สถิติ สเปอร์ส-แมนฯยูฯ
สเปอร์ส ชนะ เสมอ แมนฯยูฯ ชนะ
ลีกสูงสุด 35 37 70
เอฟเอ คัพ 5 5 4
ลีก คัพ 5 0 1
อื่นๆ 1 1 1

Total 46 43 76


ไก่เริ่มดีขึ้น ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ภายใต้การนำทีมของ แฮร์รี เรดแนปป์ เริ่มประคองตัวเองได้ดีขึ้นกว่าเดิม เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถหลุดพ้นมาจากโซนท้ายตารางได้โดยง่าย และหากต้องทำเช่นนั้นพวกเขาจะต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่งเช่นกัน
สภาพทีมของพวกเขาเกมนี้ต้องยอมรับว่า เรดแนปป์ ได้พักนักเตะตัวเก่งมาได้เกมสองเกมแล้ว ดาวเตะอย่าง เลดลีย์ คิง กองหลังของทีมน่าจะพร้อมสำหรับการลงสนามเล่นเกมนี้ หลังจากลงมาแล้วช่วยยิงประตูให้ทีมชนะ เวสต์แฮมได้ในเกมล่าสุด
คาดว่า คิง น่าจะยืนคู่กับ โจนาธาน วูดเกต ตามเดิม และนั่นอาจทำให้เขาพวกเขามีงานหนักในการรับมือกับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตดาวเตะของไวท์ฮาร์ทเล่น ในการนำแนวรุกปีศาจแดงมาบุกยังถิ่นเก่านั่นเอง ส่วนแบกสองข้างเหมือนเดิม เอกอตโต้ ทางซ้ายและ ชอร์ลูก้า ทางขวา
ตอนนี้ปัญหาเรื่องแนวรับน่าจะลงตัวสำหรับ เรดแนปป์ แล้ว ขณะที่แดนกลางนั้น ทอม ฮัดเดิลสตัน ต้องนั่งดูเพื่อนเล่นโดยกุนซือใหม่มั่นใจกับ โซโกรา, เจอร์เมน จีนาส , เดวิด เบนต์ลีย์ , เลนนอน และ ลูกา โมดริช มากกว่า ขณะที่การทิ้ง โรมัน พาฟลิวเชนโก ได้ผลดีสำหรับพวกเขามากกว่า
โดยตัวฟรีในเกมรุกเป็น โมดริช ขณะที่ริมเส้นสองข้างเป็น เลนนอน กับ เบนต์ลีย์ ตรงกลางใช้ จีนาส กับ โซโกรา นี่คือแผน 4-5-1 ที่ เรดแนปป์ เลือกมาใช้และจะใช้กับผีแดงด้วยเช่นกัน
ผีปรับแนวรับ ไร้เอวรา จากการโดนแบนยาว 4 นัดทำให้ ปาทริซ เอวรา พลาดการลงสนามในเกมนี้แน่นอน นี่คือโทษหลังจากไปก่อเหตุมีปัญหาความวุ่นวายกับเจ้าหน้าที่สนามเชลซีเมื่อปีก่อน ทำให้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องปรับแนวรับหนึ่งตำแหน่ง โดยนัดที่เสมออัลบอร์กนั้นเขาได้เลือกใช้ จอห์น โอเช เล่นแทน
ขณะที่ เนมานยา วีดิช จะกลับมายืนคู่กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ โดยที่ ราฟาเอล ดา ซิลวา น่าจะได้โอกาสลงสนามก่อน แกรี เนวิลล์ แดนกลางเป็นโอกาสของ พาร์ค ชี ซอง, ไมเคิล คาร์ริค และ อันแดร์สัน ส่วนแนวรุกเกมนี้จะเป็น เบอร์บาตอฟ, รูนีย์ และ โรนัลโด
เซอร์ อเล็กซ์ ใช้ระบบ 4-3-3 ในการบุกเยือนทางด้านสเปอร์ส เพื่อเก็บชัยชนะก่อนไปญี่ปุ่นให้ได้
สถิติผีข่มไก่ อย่างที่ทราบกันดีว่า แมนฯยูไนเต็ด มักจะเล่นได้ดีเมื่อพบกับสเปอร์สหรือมักมีผลการแข่งขันที่ดีเมื่อพบกับสเปอร์ส บางเกมเล่นสู้สเปอร์สไม่ได้แต่พวกเขามักเอาตัวรอดในการเตะกับทีมตราไก่ได้เสมอ นัดนี้เซอร์ อเล็กซ์ หวังว่าคงเป็นแบบนั้นอีก
โดยครั้งล่าสุดที่สเปอร์สชนะ แมนฯยูไนเต็ด ในบ้านตัวเองนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2000 ตอนนั้นชนะไป 3-1 แต่คาดว่าเกมนี้คงยากสำหรับสเปอร์สในการเล่นกับแมนฯยูไนเต็ดแล้วชนะในเกม แต่ถ้าหวังเสมอเพื่อแบ่งคะแนนยังพอได้เช่นกัน
“ปีศาจแดง” อาจเล่นไม่ดีนักในการพบกับซันเดอร์แลนด์หรือว่าเสมอกับอัลบอร์ก แต่พวกเขาไม่ฟอร์มตกนานกว่า 2 นัดแน่นอน
เกมนี้เกมรุกของพวกเขาจะกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย แม้สเปอร์สจะวางกองกลางไว้ 5 คนเพื่อตัดเกมตรงกลางผีแดงแล้วตัดสายพานในการลำเลียงเกมรุกไปข้างหน้าสามคน แต่ แมนฯยูฯ ยังมีทีเด็ดพอที่จะปิดบัญชี สเปอร์ส ได้
นัดนี้อาจยากสำหรับผีแดง แต่อย่างแย่พวกเขาคงเสมอกับสเปอร์ส ไม่ถึงขนาดแพ้ในเกมแน่
แมนฯยูฯ จะชนะหรือเสมอเป็นอย่างน้อย
บทความโดย "แจ็คกี้" อดิสรณ์ พึ่งยา
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 12/11/2008 2:48:29 PM

การแข่งขันนัดถัดไป

การแข่งขันนัดถัดไป
วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2551

Middlesbrough 19:45 Arsenal

Sunderland 22:00 West Bromwich

Liverpool 22:00 Hull City

Manchester City 22:00 Everton

Aston Villa 22:00 Bolton

Stoke City 22:00 Fulham

Wigan Athletic 22:00 Blackburn

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2551

Tottenham 00:30 Manchester United

Portsmouth 20:30 Newcastle

Chelsea 23:00 West Ham

ราฟายอมรับหงส์ชวดแชมป์พรีเมียร์ลีก


ราฟาเอล เบนิเตช ออกมายอมรับผ่านทางเดอะซัน ว่าปีนี้หงส์อาจจะชวดแชมป์อีกปีก็ได้ ราฟาออกมากล่าวยอมรับทั้งที่ทีมตัวเองยังรั้งจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้

ที่ราฟาต้องคิดแบบนี้ก็เพราะว่าทีมของตัวเองไม่มีเงินพอที่จะซื้อนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีมเหมือนกับ แมนฯยูฯ เชลซี อาเซนอล ที่มีเงินใช้จ่ายมากพอ

ซึ่งถ้าหากการที่ลิเวอร์พูลจะได้แชมป์ต้องรอให้ทีเหล่านี้พลาดเองก่อน เหมือนกับ บาเลนเซียทีมเก่าของเขาก็มีสภายการเงินแบบนี้ทำให้ทีมไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
ราฟายังบอกอีกว่ามีเงินแค่นี้เลยซื้อนักเตะได้ในรับดับนี้ซึ่งก็พึ่งซื่อ รอบบี้ คีน มาในราคา 20 ล้านปอนส์

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ผีเซ็งยำทั้งเกมยังต้องไล่เจ๊าอัลบอร์ก 2-2


"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แอบเซ็งเล็กๆเมื่อเล่นได้เหนือกว่าอัลบอร์ก วัวน้อยจากเดนมาร์กบานเบอะแต่มาเสีย 2 ประตูแบบง่ายๆในช่วงท้ายครึ่งแรกก็เลยต้องมาไล่ตีเสมอ 2-2 แต่ก็ยังเข้าป้ายในฐานะจ่าฝูงกลุ่มอีอยู่ดี
ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (10 ธ.ค.51)
กลุ่ม อีแมนฯ ยูไนเต็ด 2-2 อัลบอร์กสนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ดประตู : 1-0 คาร์ลอส เตเวซ น.3, 1-1 ไมเคิล ยาค็อบเซ่น น.31, 1-2 เยปป์ เคิร์ธ น.45, 2-2 เวย์น รูนี่ย์ น.52
นัดนี้ไม่มีความหมายในการลุ้นเข้ารอบสำหรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะเข้ารอบไปตั้งแต่นัดที่แล้วรอแค่จะจบด้วยการเป็นจ่าฝูงหรือไม่ ซึ่งนัดนี้ทางเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จัดทีมสำรองลงเกือบครบทีม ส่วนผู้เล่นชุดใหญ่เกือบหมดเก็บตัวไว้เล่นฟุตบอลฟีฟ่า คลับเวิลด์ คัพ ที่จะเริ่มในวันศุกร์นี้แล้ว แต่ถึงจะเป็นตัวสำรองชั้นบอลมันก็เหนือกว่าเยอะ แค่นาทีที่ 3 ปีศาจแดงก็ออกนำไปก่อนจากการประสานงานอันยอดเยี่ยมโดยเริ่มจากรูนี่ย์ โขกชงให้กิ๊กส์ ดีดจังหวะเดียวให้เตเวซ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงประตูขึ้นนำ 1-0 แบบสบายๆ คลาสบอลมันห่างชั้นเหลือเกิน แนวรับอัลบอร์ก ไม่สามารถต้านไหวโดนฉีกขาดเป็นวิ่นๆอีกไม่กี่นาทีต่อมา รูนี่ย์ ที่ฉีกตัวประกบไปตบบอลมาให้เตเวซ ยิงด้วยซ้ายเฉี่ยวออกไปพลาดประตูที่สองนิดเดียวเท่านั้น เกมเป็นของแมนฯ ยูไนเต็ด เกือบทั้งหมดโดยมีโอกาสล่อเป้าอีกเยอะ แต่อัลบอร์ก ก็มีโอกาสเหมือนกันในนาทีที่ 14 จากออกุสตินุสเซ่น แต่ก็ข้ามคานออกไปไกลมากไม่ได้ลุ้นอะไร แต่อัลบอร์ก ที่โดนต้อนข้างเดียวก็มาทำช็อกด้วยการไล่ตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 31 จากลูกฟรีคิกริมเส้นฝั่งขวาเป็นยาค็อบเซ่น ที่โฉบโขกที่เสาแรกลูกกระดอนพื้นก่อนผ่านมือโทมัส คุสแซ็ก เข้าไปเป็นประตูตีเสมอ 1-1 แบบไม่มีใครอยากเชื่อ เท่านั้นไม่พอในช่วงก่อนหมดครึ่งแรกทีมเยือนจากแดนโคนมก็ทำเอาแฟนเร้ดอาร์มี่แทบตกเก้าอี้เมื่อพลิกขึ้นนำ 2-1 ได้จากลูกโหม่งอีกแล้ว คราวนี้มาจากลูกเปิดทางซ้ายขออันเดอร์ส ดู ที่วางบอลมาแม่นยำให้เยปป์ เคิร์ธ ตั้งศรีษะโขกเน้นทางเต็มๆให้ลูกย้อยเข้าเสาไกลชนิดที่คุสแซ็ค หมดสิทธิ์เซฟในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก อัลบอร์ก ก็เลยนำด้วยสกอร์ดังกล่าว แต่กลับมาเล่นกันใหม่ในครึ่งหลังแค่ไม่กี่นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ตีเสมอได้สำเร็จจากเวย์น รูนี่ย์ ที่โฉบไปรับบอลจากการจ่ายทิ้งไปที่ว่างของอันแดร์สัน ก่อนจะกดเรียดผ่านตัวนายทวารเข้าไปง่ายๆให้สกอร์กลับมาเจ๊ากัน 2-2 เกมเจ้าบ้านดีขึ้นมากเพราะมีตัวเก๋าอย่างพอล สโคลส์ ลงมาช่วยกำกับเกมร่วมกับตัวขยันอย่างพาร์ค ชี ซอง ขณะที่อัลบอร์ก ผีออกไปเรียบร้อยหลังโดนตีเสมอ กลับมาเป็นฝ่ายโดนกระทำข้างเดียวเหมือนเดิม นาทีที่ 72 แกรี่ เนวิลล์ กัปตันทีมที่มีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายที่ร่วงโรยตามสังขารก็เกือบจะมีชื่อทำประตูได้เมือได้บอลวางมาจากรูนี่ย์ และเกี่ยวลงมาได้สวยก่อนจะยิงเหน่งๆหน้าประตูแต่โดนซาซ่า เซฟไว้ได้หวุดหวิด ต่อด้วยจังหวะที่โอลเฟอร์ส โขกสกัดลูกเปิดของรูนี่ย์ ผิดเหลี่ยมไปชนคานตัวเอง ช่วงท้ายเกม เตเวซ เกือบยิงประตูชัยให้ทีมได้เมื่อได้หลุดเดี่ยวเข้าไปและแตะหลบซาซ่า ไปแล้วแต่จังหวะยิงมุมมันแคบเกินลูกก็เลยเข้าหน้าต่างไปอีก ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2 แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังได้เข้าป้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม อี อยู่ดี
รายชื่อผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ด : โทมัส คุสแซ็ค, แกรี่ เนวิลล์ (ราฟาเอล ดา ซิลวา น.77) , ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์, จอห์น โอเช, นานี่, ดาร์รอน กิ๊บสัน, อันแดร์สัน (พาร์ค ชี ซอง น.46) , ไรอัน กิ๊กส์ (พอล สโคลส์ น.46) , เวย์น รูนี่ย์, คาร์ลอส เตเวซ
อัลบอร์ก : คาริม ซาซ่า, แคสเปอร์ โบเกลุนด์, สตีฟ โอลเฟอร์ส, ไมเคิล ยาค็อบเซ่น, มาร์ติน พีเดอร์เซ่น (โซเรนเซ่น น.76) , เยปป์ เคิร์ธ (กาก้า น.75) , โธมัส เอเนโวลด์เซ่น, โธมัส ออกุสตินุสเซ่น, แคสเปอร์ ริสการ์ด, อันเดอร์ส ดู (แพทริก คริสเตียนเซ่น น.66) , มาเร็ค ซากานอฟสกี้
ผู้ตัดสิน : ลอร็องต์ ดูอาเมล
ข้อมูลจาก :
MSN ฟุตบอล วันที่ : 12/11/2008 8:27:16 AM