หมดท่าอย่างแรงสำหรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เมื่อจะชนะอยู่แล้วแต่คว้าไว้ไม่อยู่มาโดน เร้ดดิ้ง ตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนที่จะโดนยิงแซงในการต่อเวลาพิเศษร่วงตกรอบเอฟเอ คัพ ไปในที่สุด
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบที่ 3 นัดรีเพลย์ (13 ม.ค.52)
ลิเวอร์พูล 1-2 เร้ดดิ้งสนาม : แอนฟิลด์ประตู :1-0 เบอร์ตรองด์ 45 (เข้าประตูตัวเอง)1-1 ซิเกิร์ดสัน 90 (จุดโทษ)1-2 ลอง 100
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ ลงสนามรับมือ "เดอะ รอยัลส์" เร้ดดิ้ง อีกครั้งหลังเสมอกันในเกมเอฟเอ คัพ รอบที่ 3 นัดแรก โดยเกมนี้ ราฟาเอล เบนิเตซ ปรับผู้เล่น 5 ตำแหน่งด้วยกัน แต่ก็ยังมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ในสนาม และมี มักซี่ โรดริเกวซ ปีกตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาลงมาโชว์ตัวก่อนเกมด้วย ลิเวอร์พูล เปิดฉากลุยใส่ทันทีตั้งแต่ต้นเกมเนื่องจากต้องการเข้ารอบให้ได้ แต่ก็เกือบโดนทีเด็ดของทีมเยือนเหมือนกันในนาทีที่ 9 เมื่อ เสียฟาวล์เลยมุมกรอบเขตโทษทางฝั่งขวาไปนิดเดียว ซิเกิร์ดสัน ปั่นไปให้ คาวาเลียรี่ ต้องบินไปเซฟ หงส์แดงบุกไปบุกมาก็ตันตั้งแต่ต้นเกม ไม่มีจังหวะลุ้นจังๆเลย ต่างจากเร้ดด้ง ที่เกือบจะได้อีกครั้งเมื่อ คาร์ร่าเกอร์ ดักบอลพลาดลูกเปิดจากทางขวาของไซม่อน เชิร์ช เลยมาถึง ราเซียค แต่หอกโปแลนด์ ซัดจากระยะ 6 หลาข้ามคานออกไปเหลือเชื่อ ถัดมาอีก 4 นาที เจ้าบ้านเกือบโดนอีกครั้งคราวนี้เป็นจังหวะโต้กลับเร็ว แม็คเอนัฟฟ์ พาบอลจากแดนตัวเองเลื้อยไปทางปีกขวาก่อนจะครอสเร็วเข้ามากะให้ถึง เชิร์ช แต่พุ่งตอร์ปิโดบกวืดไปแค่นิดเดียวเท่านั้น แฟนบอลลิเวอร์พูล ต้องอึ้งต่อเพราะนอกจากทีมจะเล่นไม่ดีแล้วยังต้องเสีย เฟร์นานโด ตอร์เรส ออกมาพักด้วยหลังมีอาการบาดเจ็บขึ้นมา โดยเป็น ดาวิด เอ็นโก ที่ลงมาแทน จากนั้น ลิเวอร์พูล ค่อยๆรวบรวมเกมกลับมาได้อย่างช้าๆ และมาได้โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกจากจังหวะที่ เดเก้น ลากบอลขึ้นมาก่อนจะจ่ายออกซ้ายให้ เบนายูน ปั่นโค้งตามน้ำบอลพุ่งเฉี่ยวสามเหลี่ยมไปได้ลุ้น ต่อมา เอ็นโก มีจังหวะลากจี้แนวรับก่อนจะหาช่องซัดได้แต่เบาและตรงตัว เฟเดริชี่ ก่อนที่เกมจะดำเนินมาเรื่อยๆถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูนำ 1-0 จนได้จากจังหวะที่ เจอร์ราร์ด ได้เปิดบอลในเขตโทษไปแฉลบขากองหลังเปลี่ยนทางเข้าประตูไป เป็นประตูโทนของครึ่งแรก หลังจากนั้น ราฟา ได้เปลี่ยนเอา เจอร์ราร์ด ออกตั้งแต่ต้นครึ่งหลังให้ ไรอัน บาเบิล ลงมาแทนและปรับระบบมาเล่น 4-4-2 ดัน เคาท์ ไปยืนหน้าคู่กับ เอ็นโก ทำให้รูปเกมของ ลิเวอร์พูล ดูลงตัวกว่าครึ่งแรก เจ้าบ้านดาหน้าลุยอย่างเมามันโดยเฉพาะทางฝั่งขวาที่มีทั้ง บาเบิล และ เดเก้น และมีจังหวะส่องประตูเรื่อยๆ ขณะที่ทีมเยือนใกล้เคียงจะตีเสมอได้ถ้าลูกโขกของ อิงกิมาร์สสัน ในเขตโทษไม่เฉี่ยวเสาออกไปในนาทีที่ 65 อัลแบร์โต้ อาควิลานี่ เกือบทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ได้เช่นกัน เมื่อจ่ายบอลออกซ้ายให้ เบนายูน หลุดที่จะเปิดกลับคืนมาให้ อาควิลานี่ ที่วิ่งเติมมาถูกช่องได้โขกแต่ดันโขกออกไปแบบน่าเกลียด เร้ดดิ้ง เองก็ยังไม่ได้ถอดใจเพราะตามแค่ประตูเดียวถือว่ามีลุ้น และน่าจะตีเสมอสุดๆใจนนาทีที่ 79 เมื่อ แม็คเอนัฟฟ์ โชว์สปีดขั้นเทพหลังเก็บบอลได้กลางสนามก็ลากโซโล่เดี่ยวแหวกกองหลังลิเวอร์พูลทั้งแผงก่อนจะหลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับ คาวาเลียรี่ แถมยังโยกหลอกให้หลงทางได้แล้วแต่กลับซัดหลุดกรอบไปแบบไม่น่าเชื่อ ทำให้พลาดโอกาสลุ้นประตูที่สวยที่สุดในฤดูกาลไป แนวรับของลิเวอร์พูล เริ่มออกอาการรวนอีกครั้งเมื่อปล่อยให้ เชิร์ช ขึ้นโขกในกรอบ 6 หลาคนเดียวโล่งๆแต่ยังดีที่ข้ามคานออกไปเยอะ ก่อนที่จะมีโอกาสทองอีกครั้งในช่วงนาทีสุดท้ายจาก ซิเกิร์ดสัน ที่ได้ลองยิงจากหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งจะเสียบเสาไกลอยู่แล้วแต่ คาวาเลียรี่ ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สิ้งที่ไม่น่าเชื่อก็มาเกิดขึ้นเมื่อ เร้ดดิ้ง มาได้จุดโทษในจังหวะที่ เบนายูน ไปทำฟาวล์ในเขตโทษแบบไม่จำเป็น และเป็น ซิเกิร์ดสสัน ที่ยิงประตูตีเสมอให้ทีมเยือนเป็น 1-1 ทำให้ต้องเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษไปอีก 30 นาที ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ลิเวอร์พูล กลับมาดาหน้าบุกใส่อีกครั้ง แต่เจาะไม่เข้า และยังมาโดนทีเด็ดของเรดดิ้ง เล่นงานในนาทีที่ 106 เมื่อ ซิเกิร์ดสัน จิ้มลอดขาอินซัว ก่อนจะหลุดไปเปิดบอลทางขวาเข้ามาถึง เชน ลอง พุ่งโขกเข้าไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล ยิ่งเล่นยิ่งเละแต่ก็เกือบตีเสมอได้เหมือนกัน เมื่อ อาควิลานี่ เปิดจากแนวลึกให้ เบนายูน ที่หลุดกับดักล้ำหน้าได้หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ เฟเดริชี่ แต่ยิงไปติดเซฟอย่างน่าเสียดายเพราะน่าจะทำได้ดีกว่านั้น ซึ่งนั่นคือโอกาสทองครั้งสุดท้ายในเกม ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะแพ้ไปเมื่อครบ 120 นาทีตกรอบเอฟเอ คัพ ไปเรียบร้อย
รายชื่อผุ้เล่นทั้งสองทีมลิเวอร์พูล : ดีเอโก้ คาวาเลียรี่, ฟิลิปป์ เดเก้น (มาร์ติน สเคอร์เทล 91) , เจมี่ คาร์ราเกอร์, ดาเนี่ยล แอกเกอร์, เอมิเลียโน่ อินซัว, ลูคัส, อัลแบร์โต้ อาควิลานี่, เดิร์ค เคาท์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด (ไรอัน บาเบิล 46) , ยอสซี่ เบนายูน, เฟร์นานโด ตอร์เรส (ดาวิด เอ็นโก 29)
เร้ดดิ้ง : อดัม เฟเดริชี่, บรินยาร์ กุนนาร์สสัน, แมตธิว มิลล์ส, อิวาร์ อิงกิมาร์สสัน, ไรอัน แบร์กตรองด์, โยบี้ แม็คเอนัฟฟ์, คาลิฟา ซิสเซ่ (ไบรอัน ฮาวเวิร์ด 59), เจม คาราซัน (เชน ลอง 81) , กิลฟี่ ซิเกิร์ดสสัน, เกอร์เซกอร์ซ ราเซียค (จิมมี่ เคเบ้ 65), ไซม่อน เชิร์ช
ผู้ตัดสิน : ฟิลล์ ดาวด์
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบที่ 3 นัดรีเพลย์ (13 ม.ค.52)
ลิเวอร์พูล 1-2 เร้ดดิ้งสนาม : แอนฟิลด์ประตู :1-0 เบอร์ตรองด์ 45 (เข้าประตูตัวเอง)1-1 ซิเกิร์ดสัน 90 (จุดโทษ)1-2 ลอง 100
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ ลงสนามรับมือ "เดอะ รอยัลส์" เร้ดดิ้ง อีกครั้งหลังเสมอกันในเกมเอฟเอ คัพ รอบที่ 3 นัดแรก โดยเกมนี้ ราฟาเอล เบนิเตซ ปรับผู้เล่น 5 ตำแหน่งด้วยกัน แต่ก็ยังมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ในสนาม และมี มักซี่ โรดริเกวซ ปีกตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาลงมาโชว์ตัวก่อนเกมด้วย ลิเวอร์พูล เปิดฉากลุยใส่ทันทีตั้งแต่ต้นเกมเนื่องจากต้องการเข้ารอบให้ได้ แต่ก็เกือบโดนทีเด็ดของทีมเยือนเหมือนกันในนาทีที่ 9 เมื่อ เสียฟาวล์เลยมุมกรอบเขตโทษทางฝั่งขวาไปนิดเดียว ซิเกิร์ดสัน ปั่นไปให้ คาวาเลียรี่ ต้องบินไปเซฟ หงส์แดงบุกไปบุกมาก็ตันตั้งแต่ต้นเกม ไม่มีจังหวะลุ้นจังๆเลย ต่างจากเร้ดด้ง ที่เกือบจะได้อีกครั้งเมื่อ คาร์ร่าเกอร์ ดักบอลพลาดลูกเปิดจากทางขวาของไซม่อน เชิร์ช เลยมาถึง ราเซียค แต่หอกโปแลนด์ ซัดจากระยะ 6 หลาข้ามคานออกไปเหลือเชื่อ ถัดมาอีก 4 นาที เจ้าบ้านเกือบโดนอีกครั้งคราวนี้เป็นจังหวะโต้กลับเร็ว แม็คเอนัฟฟ์ พาบอลจากแดนตัวเองเลื้อยไปทางปีกขวาก่อนจะครอสเร็วเข้ามากะให้ถึง เชิร์ช แต่พุ่งตอร์ปิโดบกวืดไปแค่นิดเดียวเท่านั้น แฟนบอลลิเวอร์พูล ต้องอึ้งต่อเพราะนอกจากทีมจะเล่นไม่ดีแล้วยังต้องเสีย เฟร์นานโด ตอร์เรส ออกมาพักด้วยหลังมีอาการบาดเจ็บขึ้นมา โดยเป็น ดาวิด เอ็นโก ที่ลงมาแทน จากนั้น ลิเวอร์พูล ค่อยๆรวบรวมเกมกลับมาได้อย่างช้าๆ และมาได้โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกจากจังหวะที่ เดเก้น ลากบอลขึ้นมาก่อนจะจ่ายออกซ้ายให้ เบนายูน ปั่นโค้งตามน้ำบอลพุ่งเฉี่ยวสามเหลี่ยมไปได้ลุ้น ต่อมา เอ็นโก มีจังหวะลากจี้แนวรับก่อนจะหาช่องซัดได้แต่เบาและตรงตัว เฟเดริชี่ ก่อนที่เกมจะดำเนินมาเรื่อยๆถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูนำ 1-0 จนได้จากจังหวะที่ เจอร์ราร์ด ได้เปิดบอลในเขตโทษไปแฉลบขากองหลังเปลี่ยนทางเข้าประตูไป เป็นประตูโทนของครึ่งแรก หลังจากนั้น ราฟา ได้เปลี่ยนเอา เจอร์ราร์ด ออกตั้งแต่ต้นครึ่งหลังให้ ไรอัน บาเบิล ลงมาแทนและปรับระบบมาเล่น 4-4-2 ดัน เคาท์ ไปยืนหน้าคู่กับ เอ็นโก ทำให้รูปเกมของ ลิเวอร์พูล ดูลงตัวกว่าครึ่งแรก เจ้าบ้านดาหน้าลุยอย่างเมามันโดยเฉพาะทางฝั่งขวาที่มีทั้ง บาเบิล และ เดเก้น และมีจังหวะส่องประตูเรื่อยๆ ขณะที่ทีมเยือนใกล้เคียงจะตีเสมอได้ถ้าลูกโขกของ อิงกิมาร์สสัน ในเขตโทษไม่เฉี่ยวเสาออกไปในนาทีที่ 65 อัลแบร์โต้ อาควิลานี่ เกือบทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ได้เช่นกัน เมื่อจ่ายบอลออกซ้ายให้ เบนายูน หลุดที่จะเปิดกลับคืนมาให้ อาควิลานี่ ที่วิ่งเติมมาถูกช่องได้โขกแต่ดันโขกออกไปแบบน่าเกลียด เร้ดดิ้ง เองก็ยังไม่ได้ถอดใจเพราะตามแค่ประตูเดียวถือว่ามีลุ้น และน่าจะตีเสมอสุดๆใจนนาทีที่ 79 เมื่อ แม็คเอนัฟฟ์ โชว์สปีดขั้นเทพหลังเก็บบอลได้กลางสนามก็ลากโซโล่เดี่ยวแหวกกองหลังลิเวอร์พูลทั้งแผงก่อนจะหลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับ คาวาเลียรี่ แถมยังโยกหลอกให้หลงทางได้แล้วแต่กลับซัดหลุดกรอบไปแบบไม่น่าเชื่อ ทำให้พลาดโอกาสลุ้นประตูที่สวยที่สุดในฤดูกาลไป แนวรับของลิเวอร์พูล เริ่มออกอาการรวนอีกครั้งเมื่อปล่อยให้ เชิร์ช ขึ้นโขกในกรอบ 6 หลาคนเดียวโล่งๆแต่ยังดีที่ข้ามคานออกไปเยอะ ก่อนที่จะมีโอกาสทองอีกครั้งในช่วงนาทีสุดท้ายจาก ซิเกิร์ดสัน ที่ได้ลองยิงจากหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งจะเสียบเสาไกลอยู่แล้วแต่ คาวาเลียรี่ ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สิ้งที่ไม่น่าเชื่อก็มาเกิดขึ้นเมื่อ เร้ดดิ้ง มาได้จุดโทษในจังหวะที่ เบนายูน ไปทำฟาวล์ในเขตโทษแบบไม่จำเป็น และเป็น ซิเกิร์ดสสัน ที่ยิงประตูตีเสมอให้ทีมเยือนเป็น 1-1 ทำให้ต้องเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษไปอีก 30 นาที ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ลิเวอร์พูล กลับมาดาหน้าบุกใส่อีกครั้ง แต่เจาะไม่เข้า และยังมาโดนทีเด็ดของเรดดิ้ง เล่นงานในนาทีที่ 106 เมื่อ ซิเกิร์ดสัน จิ้มลอดขาอินซัว ก่อนจะหลุดไปเปิดบอลทางขวาเข้ามาถึง เชน ลอง พุ่งโขกเข้าไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล ยิ่งเล่นยิ่งเละแต่ก็เกือบตีเสมอได้เหมือนกัน เมื่อ อาควิลานี่ เปิดจากแนวลึกให้ เบนายูน ที่หลุดกับดักล้ำหน้าได้หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ เฟเดริชี่ แต่ยิงไปติดเซฟอย่างน่าเสียดายเพราะน่าจะทำได้ดีกว่านั้น ซึ่งนั่นคือโอกาสทองครั้งสุดท้ายในเกม ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะแพ้ไปเมื่อครบ 120 นาทีตกรอบเอฟเอ คัพ ไปเรียบร้อย
รายชื่อผุ้เล่นทั้งสองทีมลิเวอร์พูล : ดีเอโก้ คาวาเลียรี่, ฟิลิปป์ เดเก้น (มาร์ติน สเคอร์เทล 91) , เจมี่ คาร์ราเกอร์, ดาเนี่ยล แอกเกอร์, เอมิเลียโน่ อินซัว, ลูคัส, อัลแบร์โต้ อาควิลานี่, เดิร์ค เคาท์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด (ไรอัน บาเบิล 46) , ยอสซี่ เบนายูน, เฟร์นานโด ตอร์เรส (ดาวิด เอ็นโก 29)
เร้ดดิ้ง : อดัม เฟเดริชี่, บรินยาร์ กุนนาร์สสัน, แมตธิว มิลล์ส, อิวาร์ อิงกิมาร์สสัน, ไรอัน แบร์กตรองด์, โยบี้ แม็คเอนัฟฟ์, คาลิฟา ซิสเซ่ (ไบรอัน ฮาวเวิร์ด 59), เจม คาราซัน (เชน ลอง 81) , กิลฟี่ ซิเกิร์ดสสัน, เกอร์เซกอร์ซ ราเซียค (จิมมี่ เคเบ้ 65), ไซม่อน เชิร์ช
ผู้ตัดสิน : ฟิลล์ ดาวด์
ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น